เนชั่นทีวี

ข่าว

เจาะ 4 ฐานความผิดสุดร้อน! ป.ป.ช.ตัดตอน ยกคำร้อง "ศักดิ์สยาม" ฉลุยคดีซุกหุ้น เส้นทางเงินยังคาตา!

22 เม.ย. 2569

เจาะ 4 ฐานความผิดสุดร้อน! ป.ป.ช.ตัดตอน ยกคำร้อง "ศักดิ์สยาม" ฉลุยคดีซุกหุ้น เส้นทางเงินยังคาตา!

เจาะ 4 ฐานความผิดสุดร้อน! ป.ป.ช.ตัดตอน ยกคำร้อง "ศักดิ์สยาม" ฉลุยคดีซุกหุ้น เส้นทางเงินยังคาตา! กางคำวินิจฉัยศาล รธน. เทียบ 4 ข้อหาหนัก จี้มาตรฐานเดียวกับ 44 สส. ก้าวไกล

22 เมษายน 2569 การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. “ยกคำร้อง” นายศักดิ์สยาม กรณี “ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน” หรือ “แจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ” ไม่ได้ส่งผลตัดตอน “คดียุบพรรคภูมิใจไทย” ตามที่ “ข่าวข้นคนข่าว” เปิดประเด็นไปแล้วเท่านั้น 

 

 

เจาะ 4 ฐานความผิดสุดร้อน! ป.ป.ช.ตัดตอน ยกคำร้อง "ศักดิ์สยาม" ฉลุยคดีซุกหุ้น เส้นทางเงินยังคาตา!

 

 

แต่เนื้อหาหลายส่วนในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ยังชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมการ “ใช้นอมินี” หรือ “ตัวแทนเชิด” ในการถือหุ้นแทน 

 

 

 

และมีการระบุเส้นทางเงินระหว่างนายศักดิ์สยาม ผู้ขายหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ กับ นายศุภวัฒน์ หรือ นายเอ คนสนิท ในฐานะผู้ซื้อหุ้น มูลค่ารวม 119 ล้านบาทเศษ เอาไว้อย่างชัดเจน 

โดยเฉพาะการจ่ายเงินงวดที่ 2 จำนวน 35 ล้านบาท 

 

 

การโอนเงินเกิดขึ้นวันที่ 17 สิงหาคม 2560 มีเส้นเงินจากการโอนเงินให้แก่กันดังนี้

เวลา 15:36 น. มีการโอนเงินออกจากบัญชีนายศักดิ์สยาม 35 ล้านบาท
เวลา 15:40 น. เงินเข้า บริษัท ศิลาชัย บุรีรัมย์ (1991) จำกัด
เวลา 15:42 น. บริษัท ศิลาชัย บุรีรัมย์ (1991) จำกัด โอนเงินออกทันที
เวลา 15:44 น. เงินจำนวน 35 ล้านบาท ไปเข้าบัญชี "นายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์” (นอมินี) เพื่อนำมาจ่ายค่าหุ้นคืนให้นายศักดิ์สยาม ซึ่งอ้างว่า นายศุภวัฒน์ เป็นผู้ซื้อหุ้น 35 ล้านบาท 

 

 

เจาะ 4 ฐานความผิดสุดร้อน! ป.ป.ช.ตัดตอน ยกคำร้อง "ศักดิ์สยาม" ฉลุยคดีซุกหุ้น เส้นทางเงินยังคาตา!

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ

 

 

 

ข้อเท็จจริงนี้อยู่ในคำวินิจฉัยหน้าที่ 37 ของศาลรัฐธรรมนูญ โดยศาลชี้ว่า นี่ไม่ใช่การซื้อขายธุรกิจตามปกติ แต่เป็นการ "หมุนเงิน" เพื่อสร้างหลักฐานเท็จว่ามีการซื้อขายกันจริง ทั้งที่ความจริงแล้ว เจ้าของเงินกับผู้รับเงิน คือ เครือข่ายเดียวกัน 

 


จากพฤติกรรมนี้ ป.ป.ช.สามารถไต่สวนเอาผิดนายศักดิ์สยาม ในฐานะ “รัฐมนตรี” ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐได้ ใน 4 ฐานความผิดเป็นอย่างน้อย 

 

ฐานความผิดที่ 1 - ครอบงำ สั่งการ “หจก.หรือบริษัท” มีโทษจำคุก 1-10 ปี 

 

**เพราะผู้ที่เป็นรัฐมนตรี ต้องไม่เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท หรือปรับตั้งแต่ 1แสนบาทถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

 

ฐานความผิดที่ 2 - การกระทำอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมหรือไม่  

เพราะในช่วงที่นายศักดิ์สยาม ดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.2562 ถึงวันที่ 3 มี.ค.2566 หจก.บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น ได้งานจากหน่วยงานของรัฐ ในช่วงปี 2563-2564 อย่างน้อย 2,000 ล้านบาท 

หากมีผู้ยื่นคำร้องไปยัง ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบว่า นายศักดิ์สยามในช่วงดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม มีการกระทำที่ขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม กรณี หจก.บุรีเจริญฯ เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม หรือไม่ 

กรณีนี้จะเป็นอีกหนึ่งข้อกล่าวหาที่อาจฝ่าฝืนมาตรา 126 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 168 ระวางโทษจําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

 

ฐานความผิดที่ 3  - อาจเข้าข่ายตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐฯ 

การที่ หจก.บุรีเจริญฯ เข้าประมูลงานของภาครัฐ และชนะประมูล โดยเฉพาะของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ในช่วงที่นายศักดิ์สยามเป็นรัฐมนตรี อาจทำให้นายศักดิ์สยามต้องถูก ป.ป.ช.ตรวจสอบว่า กระทำการขัดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 หรือไม่

โดยเฉพาะกระทำการใดๆ ต่อเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีอำนาจ หรือหน้าที่ในการอนุมัติ พิจารณา หรือการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคา เพื่อจูงใจ หรือทำให้จำยอม ต้องยอมรับการเสนอราคา  

ความผิดฐานนี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 7-20 ปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 140,000-400,000 บาท  

 

ฐานความผิดที่ 4 - จงใจยื่นบัญชีบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จหรือไม่ 

 

ฐานความผิดนี้ ป.ป.ช. “ตีตก - ยกคำร้อง” ไปเรียบร้อย 

 

ทั้งๆ ที่การยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อปี 2562,  กรณีพ้นตำแหน่ง สส. เมื่อปี 2566, กรณีเข้ารับตำแหน่ง รมว.คมนาคม เมื่อปี 2562 และกรณีพ้นจากตำแหน่ง รมว.คมนาคม เมื่อปี 2566 รวมถึงกรณีเข้ารับตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เมื่อปี 2566 ไม่พบว่ามีการแสดงแสดงรายการทรัพย์สินว่า “นายศักดิ์สยามมีเงินลงทุนใน หจก.บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น” แต่อย่างใด

 

แต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายศักดิ์สยามยังคงไว้ซึ่งหุ้น และใช้นอมินีถือหุ้นแทน 

 

ตามกฎหมายแล้ว ถ้า ป.ป.ช.วินิจฉัยว่ากระทำความผิด ยังมีโทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย 

โดยเส้นทางของคดีที่จะนำไปสู่การพิจารณาโทษอาญา คณะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องไต่สวนและยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 

 

แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ป.ป.ช.ไม่ได้ขยับทำอะไร ยกเว้นการ “ยกคำร้อง” ข้อกล่าวหา “ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน” เพียงอย่างเดียว 

จึงไม่แปลกที่จะถูกวิจารณ์ว่า เหตุใดจึงไม่ขยันขันแข็ง และปฏิบัติตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญให้ครบถ้วนเหมือนกรณี 44 สส.พรรคก้าวไกล 

 

เจาะ 4 ฐานความผิดสุดร้อน! ป.ป.ช.ตัดตอน ยกคำร้อง "ศักดิ์สยาม" ฉลุยคดีซุกหุ้น เส้นทางเงินยังคาตา!

 

 

#ศักดิ์สยาม #ภูมิใจไทย #ปปช #ซุกหุ้น #บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น #นอมินี #คอรัปชั่น #การเมืองไทย #ข่าวข้นคนข่าว #มาตรฐานเดียว #ฮั้วประมูล
 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

7 เหตุผล ศาล รธน.ฟัน "ศักดิ์สยาม" ปมถือหุ้น "หจก.บุรีเจริญฯ"

 

คนละเรื่องเดียวกัน! ศาล รธน. - ป.ป.ช.ตัดสิน “ศักดิ์สยาม”