คนละเรื่องเดียวกัน! ศาล รธน. - ป.ป.ช.ตัดสิน “ศักดิ์สยาม”
14 มี.ค. 2569
คนละเรื่องเดียวกัน! ศาล รธน. - ป.ป.ช.ตัดสิน “ศักดิ์สยาม” ฝั่งหนึ่งผิด ฝั่งหนึ่งยก กับคำอธิบายจากนักกฎหมายชั้นเซียน ผิดปกติ และทำลายหลักการหรือไม่?
ข่าว
14 มี.ค. 2569
คนละเรื่องเดียวกัน! ศาล รธน. - ป.ป.ช.ตัดสิน “ศักดิ์สยาม” ฝั่งหนึ่งผิด ฝั่งหนึ่งยก กับคำอธิบายจากนักกฎหมายชั้นเซียน ผิดปกติ และทำลายหลักการหรือไม่?
14 มีนาคม 2569 ในมุมมองของนักกฎหมาย การที่ ป.ป.ช.ตีตกข้อกล่าวหา “ยื่นทรัพย์สินเท็จ” หรือ “จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน” ของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง และตีตกข้อต่อสู้ทุกประเด็น รวม 7 ประเด็นนั้น
นักกฎหมายจากสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ อธิบายว่า
พูดให้เข้าใจง่ายๆ ภาษาชาวบ้าน คือ ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า นายศักดิ์สยามพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ คือ “นายศักดิ์สยามถือหุ้นอยู่หรือไม่” ไม่มีคำว่า “จงใจยื่นบัญชีอันเป็นเท็จ”
สองเรื่องนี้เป็นกฎหมายคนละฉบับ ศาลรัฐธรรมนูญแค่ดูว่า นายศักดิ์สยาม ถือหุ้นในกิจการนั้น (หจก.บุรีเจริญ) อยู่หรือเปล่า เมื่อศาลเชื่อว่าถืออยู่ ก็พ้นจากตำแหน่งทันที
ส่วน นายศักดิ์สยาม จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จหรือไม่ เป็นเรื่องใหม่ที่มีคนไปร้อง ป.ป.ช. และ ป.ป.ช.ตั้งเรื่องไต่สวน และมองว่า นายศักดิ์สยามไม่ได้จงใจ โดย ป.ป.ช.ไม่ได้ตัดสินว่า “นายศักดิ์สยามไม่ได้ถือหุ้น” แต่ตัดสินใจว่า “ไม่ได้จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ”
ฉะนั้นผลผูกพันของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญยังคงอยู่ คือ “นายศักดิ์สยามถือหุ้น” ส่วนการถือหุ้นนั้น เป็นการจงใจยื่นทรัพย์สินเท็จหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ฉะนั้นที่บอกว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สุด และผูกพันทุกองค์กร แปลว่าผูกพันเฉพาะประเด็นที่ตัดสินหรือวินิจฉัยเท่านั้น
อีกหนึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ คดี อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แทรกแซงโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี จากตำแหน่งเลขาธิการ สมช. คดีนี้ ศาลปกครองพิพากษาว่า เป็นการโยกย้ายโดยมิชอบ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ แทรกแซง ต้องพ้นจากตำแหน่ง แต่เมื่อมีการไปฟ้องคดีอาญาต่อศาลฎีกานักการเมือง ศาลฎีกาบอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ผิดมาตรา 157 ยกฟ้อง
