ถามว่า สิ่งที่ทำให้ประชาชนให้ความไว้วางใจเราอันดับแรก คืออะไร "หมอวรงค์" กล่าวว่า "จำได้ว่าในช่วงที่เลือกตั้งจะมีการปลุกกระแส โครงการับจำนำข้าว คืออยากเห็นผมเข้าไปทำหน้าที่ในการตรวจสอบ เพราะที่ผ่านมาเราสามารถตรวจสอบจนกระทั่งเอานายกรัฐมนตรีไปติดคุก อารมณ์ความรู้สึกตรงนี้ ที่อยากให้ผมได้เข้าไป กอปรกับ สภาพของ ส.ส. ที่ผ่านมา ดูแล้วผมคิดว่าคนที่มีความรู้เขาอาจจะไม่ค่อย Happy ส่วนหนึ่งก็เลยอยากจะพยายามผลักดันผมเข้าไปในสภาให้ได้"
ไม่กังวล เพื่อนไม่คบ เพราะเรามาจากประชาชน
ถามว่า เมื่อคุณหมอก้าวเข้าสู่สภาไม่ไม่กี่วันสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดขึ้นในสภาอย่างมาก จะเกิดปัญหาการทำงานในสภาข้างหน้าหรือไม่ "นพ.วรงค์" กล่าววว่า ไม่ได้กังวลนะ ผมมาจากพี่น้องประชาชนเลือกตั้งมา ผมเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง แล้ว
“ความคิดของผมอยู่ในใจมานานแล้วว่า คนทำงานการเมืองต้องอาสาเข้ามา คุณต้องเสียสละ อะไรก็แล้วแต่ในภาวะที่บ้านเมืองมีการทุจริตคอร์รัปชัน หลายพรรคการเมืองประกาศที่จะปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน แต่สิ่งที่คุณต้องทำให้ประชาชนเห็นและเชื่อมั่นให้ได้ว่า คุณต้องจัดการผลประโยชน์ส่วนตนที่มากเกินความจำเป็นให้ได้ นี่คือความในใจผมเลย” หมอวรงค์ กล่าว
"ผมเห็นประเทศแล้วสงสาร ประเทศเราเสียโอกาสมาเยอะมาก ถ้าตราบใดที่นักการเมืองบอกว่าคุณจะจัดการปัญหาโกงทุจริต ถ้าคุณจัดการเรื่องผลประโยชน์ของนักการเมืองที่มากเกินความจำเป็นไม่ได้ ไม่มีทาง ฉะนั้น เป็นเรื่องของความรู้สึกประชาชนด้วย ผมต้องทำให้ได้”
เขา กล่าวว่า จากการที่คลุกคลีกับพี่น้องประชาชนมาเป็นสิบปีว่า ประชาชนไม่แฮปปี้กับสิ่งที่ผมเข้าไปนำเสนอที่แบบจับต้องได้ ไม่ว่าเรื่องอาหาร หรือแม้แต่เรื่องลดผู้ช่วยหรือยกเลิกบำนาญสส. ดังนั้นผมจะต้องเสนอให้ได้ แล้วต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเราตั้งใจที่จะทำสิ่งนี้จริงๆ ผมจะเรียกร้องเพื่อนสส.นะ ถ้าท่านจัดการปัญหานี้ไม่ได้ ไม่มีทางที่ท่านจะจัดการปัญหาเรื่องทุจริตของบ้านเมืองได้"
"หิวแสง" หรือ อยากสร้างพื้นที่การเมือง
ต่อข้อครหา การเคลื่อนไหวของหมอวรงค์ เพื่อต้องการสร้างพื้นที่ให้ตนเอง บ้างก็บอก สส.หิวแสง "นพ.วรงค์" กล่าวว่า การเมืองที่พัฒนา จะใช้ว่าการเมืองสมัยใหม่จริงๆ ต้องพูดแล้วทำ ผมก็ต้องพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่าผมพูดและทำได้
แต่ละเรื่องที่ผมนำเสนอ ผมก็ต้องพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่าไม่ยากในการที่จะทำ งั้นถ้าผมพูดแล้วผมไม่ทำ มันก็ไม่แตกต่างจากที่นักการเมืองที่พวกคุณอ้างกันว่าคุณพิจารณาตัดงบแล้วอภิปรายมาหลายรอบแล้ว แต่ผมเห็นพวกคุณไม่ทำกันคุณก็ได้แต่พูด จนกระทั่งบางคนบอกดีแต่พูด แต่ผมพูดแล้วทำ
"สิ่งที่ผมจะต้องพิสูจน์ คือ ผมต้องทำในสิ่งที่ผมนำเสนอ แล้วก็ทำแบบจับต้องได้ และทำแบบระยะยาว ผมยืนยันแล้วไม่ต้องมาหวาดระแวงผมเลย อะไรก็แล้วแต่ที่ผมทำ ผมเป็นคนใช้สติในการทำงานเสมอ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมทำได้และทำแบบต่อเนื่องด้วย"
"หมอวรงค์" ยังบอกว่า เขาไม่ใช่เพิ่งออกมาเรียกร้องหลังเข้าสภา หากแต่ ข้อเรียกร้องเหล่านี้ ถูกบรรจุไว้ในนโยบายพรรคไทยภักดี ตั้งแต่หาเสียงเลือกตั้งแล้ว
“ก่อนหน้านี้ ผมพูดมาตลอด ไม่ใช่ว่า เข้ามาแล้วก็มานึกอยากจะพูดก็พูด ถ้าจำได้ แม้แต่ในช่วงที่เราหาเสียงก็เอาปัญหานี้มาพูด เพราะประชาชนบ่นเรื่องพวกนี้เยอะ ดังนั้นถ้ามองย้อน ไม่ใช่ว่าผมนึกอยากจะพูด อยากจะหาแสงไม่ใช่ มันเป็นสิ่งที่ผมพูดต่อเนื่องมาตลอด คลิปบางคลิปมีคนมาดูสองสามล้านวิวนะ เป็นการยืนยันว่าสิ่งที่ผมเคยพูดกับประชาชนอันไหนที่ผมมีโอกาสทำได้ ผมทำทันทีขอย้ำเลยว่า ถ้าผมเบี้ยว สมมุติว่าเอามาสร้างภาพแค่ไม่กี่วัน ผมรู้เลยว่าผมตาย เพราะคนจ้องอยู่ สไตล์อย่างผม ผมทำอะไร ทำจริง แล้วทำให้สุด ทำให้จบ"
จ่อลุยสอบ "อนุทิน" เลิก เอ็มโอยู 43 จริงหรือไม่
นอกจาก เดินหน้า ให้เลิกกินอาหารกลางวันฟรี เรื่องการลดจำนวนผู้ช่วยสส. การเลิกบำนาญ สส. ซึ่งปรากฎว่า ทางที่ประชุมตัวแทนพรรคการเมืองโดยมี โสภณ ซารัมย์ ประธาน สภา ออกมารับลูกโดยจะเลิกมาตรการกินฟรีหลังสงกรานต์นี้ ยังมีสิ่งที่นพ.วรงค์จะตรวจสอบต่อไปคืออะไร
"นพ.วรงค์" บอกว่า เนื่องจากว่าความเป็นฝ่ายค้าน เราต้องเป็นคนติดตามรัฐบาล ราคงไม่สามารถกำหนดประเด็นว่าเราจะมาตรวจสอบเรื่องโน้นเรื่องนี้ แต่อย่างน้อยอะไรที่เป็นสิ่งที่ประชาชนไม่สบายใจ อย่างเช่น เรื่องน้ำมัน เราก็พยายามติดตามตรวจสอบ เพื่อเอาข้อเท็จจริง หรือแม้แต่ปัญหาที่เริ่มเกิดขึ้นแล้ว เช่น โครงการ สปสช. หรือบัตรทอง ที่กำลังสร้างความระส่ำในระบบบริการของโรงพยาบาลต่างๆที่ผมไปติดตามสถานพยาบาลต่างๆ ผอ.รพ.ที่เป็นรุ่นน้องผมบ่นให้ฟังหมด ทำให้เรามีความตั้งใจอยากจะทำสิ่งนี้
"แม้แต่เรื่อง MOU 43 อย่าลืมนะครับว่าก่อนหน้านี้ หลายพรรคการเมืองชอบพูดว่าจะต้องยกเลิก แต่ถึงเวลาเข้ามามีตำแหน่งตอนนี้เงียบหมด แต่สิ่งเหล่านี้อยู่ในใจผม ถ้ามีโอกาสนำเสนอ ผมจะต้องนำเสนอ"
รัฐบาลอนุทิน 2.0 เริ่มต้นไม่สวยงาม
"นพ.วรงค์" มองทิศทางการทำงาน"รัฐบาลอนุทิน2.0" ว่า เป็นรัฐบาลที่เริ่มต้นไม่สวยงาม คือ แม้จะมีวิกฤตสงคราม สงครามอิหร่านกับอเมริกาและก็อิสราเอล จริงอยู่ทุกประเทศทั่วโลกมีวิกฤต แต่สิ่งที่รัฐบาลทำผิดพลาดอย่างมหาศาล คือ การที่ทำให้ประชาชนไม่มีน้ำมันเติม นี่คือปัญหา คนพยายามที่จะเบี่ยงไปถึงเรื่องการเพิ่มราคาที่แบบก้าวกระโดดแบบหกบาท
"ผมว่าอันนี้เป็นปัญหาก็จริง แต่หัวใจของปัญหา เชื่อว่ามีการกักตุน และการกักตุนรอบนี้ไม่ใช่รายย่อยกักตุน ไม่ใช่ประชาชนกักตุน แต่เป็นรายใหญ่ เช่น โรงกลั่นหรือคลังมีการกักตุนเกิดขึ้น ตัวเลขต่างๆ ที่พยายามแถลงว่ามีการใช้ไปจากเจ็ดสิบหกล้านลิตรขึ้นไปแปดสิบกว่าล้านลิตร ทั้งๆที่ผมลงพื้นที่ตลอดและคุยกับพนักงานปั๊มตลอดเลย ของไม่ได้มา ของมาต่ำกว่าเป้าหมาย ของมาไม่ถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ เฮ้ยมันไม่จริง"
ฉะนั้น สิ่งที่เกิดขึ้น จึงสะท้อนว่ารัฐบาลกำลังผิดพลาดและให้ข้อมูลประชาชนไม่ถูกต้อง ผมจึงกล้าพูดอย่างเต็มปากว่านี่คือการเริ่มต้นของรัฐบาลที่ไม่งดงาม
"ผมยังไม่ได้กล่าวหาว่ารัฐบาลทุจริต แต่สิ่งที่ทำเกิดตั้งข้อสงสัย แล้วถ้าตราบใดที่ยังเป็นอย่างนี้เรื่อยๆ อันตรายนะครับ อันตรายที่จะทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ถึง อาจจะไม่ครบเทอมก็ได้ เพราะว่าเรื่องนี้เรื่องเดียว ทำให้ความเชื่อมั่นต่อประชาชนหายไปเยอะ" มือตรวจสอบหนึ่งเสียงไทยภักดี กล่าว ทิ้งท้าย
ชมคลิป >>> ที่สุดในชีวิต "หมอวรงค์"