ศึกในระอุ “ซูการ์โน” พูดชัด! ประชาชาติจ่อใช้มติพรรค “หักทวี”
26 มี.ค. 2569
รอยร้าวสีน้ำเงินแทรกซึม! "ซูการ์โน มะทา" พูดชัดถึงเวลา "ผ่าตัดใหญ่" หลัง สส. ลดฮวบ 50% ชี้เป้าหัวขบวนไม่ตอบโจทย์มุสลิมยุคใหม่
ข่าว
26 มี.ค. 2569
รอยร้าวสีน้ำเงินแทรกซึม! "ซูการ์โน มะทา" พูดชัดถึงเวลา "ผ่าตัดใหญ่" หลัง สส. ลดฮวบ 50% ชี้เป้าหัวขบวนไม่ตอบโจทย์มุสลิมยุคใหม่
26 มีนาคม 2569 หลังจาก นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ได้คอนเฟิร์มการแต่งตั้ง “อาจารย์วันนอร์” วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ เป็นประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ก็มีกระแสการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพรรคประชาชาติตามมาทันที
เรื่องนี้เป็นไปตามที่ “กูรูการเมือง” บางรายเคยคาดการณ์ว่า สถานการณ์ในพรรคประชาชาติช่วงหลังเลือกตั้งอยู่ในภาวะเปราะบางอย่างยิ่ง
เรื่องราวเดินทางมาถึงจุดไคลแม็กซ์ เมื่อ นายกฯอนุทิน ได้เข้าไปคอมเมนต์เฟซบุ๊กของนายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา และเลขาธิการพรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ว่า...
”ขอบพระคุณพรรคประชาชาติที่มาทำงานเพื่อชาติและประชาชนด้วยกัน ผมได้กราบเรียนเชิญอาจารย์วันนอร์ (นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา) ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ขอให้ท่านได้มาช่วยดูแลพี่น้องมุสลิม และการสร้างความสงบสุข และสันติภาพในพื้นที่ต่างๆ ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และท่านได้กรุณาตอบรับแล้วครับ“
.
ทั้งนี้ นายซูการ์โน ได้ตอบกลับว่า “ผมต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีให้โอกาสกับประชาชาติครับ”
เป็นที่น่าสังเกตว่า การเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประชาชาติ ตลอดจนการโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีแบบครบถ้วนทั้ง 5 เสียง จนมาถึงกรณีนายอนุทินทาบทาม นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา นั่งเป็นประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ทำให้พรรคประชาชาติถูกมองว่าเริ่มเลือกข้างไปยืนเคียงกับพรรคภูมิใจไทย
ทั้งที่ก่อนหน้าที่พรรคประชาชาติที่นำโดย พ.ต.อ.ทวี อยู่ตรงข้าม “ค่ายสีน้ำเงิน” อย่างชัดเจน ทั้ง สว.สีน้ำเงิน และพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็นนโยบายกัญชาเสรี คดีเขากระโดง จนถึงคดีฮั้ว สว.
แม้ สส.พรรคประชาชาติ จะโหวตนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีครบทั้ง 5 เสียง แต่ พ.ต.อ.ทวี ก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “การโหวตนายกฯ เป็นมติของพรรค ในฐานะหัวหน้าพรรคก็ต้องปฏิบัติตาม แต่ก็การลงมติครั้งนี้ไม่ใช่การฟอกขาวหรือรับรองให้ผู้ใดพ้นผิด”
คำสัมภาษณ์เช่นนี้ทำให้หลายฝ่ายมองว่า พรรคประชาชาติเริ่มเกิดรอยร้าวขึ้นภายในแล้ว
“ซูการ์โน” อ้างพรรคเจอวิกฤตศรัทธา ถึงเวลาผ่าตัดใหญ่
ล่าสุด นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า หลังผลการเลือกตั้งที่ออกมา สะท้อนภาพความล้มเหลวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ส่งสัญญาณชัดถึงเวลาต้อง “ผ่าตัดใหญ่” หากยังหวังจะยืนหยัดบนถนนการเมือง
ในมิติการเมืองจากสนามเลือกตั้ง จำนวน สส.ที่พรรคได้เข้าสภาคือตัวเลขที่โกหกไม่ได้ พรรคประชาชาติคว้าเก้าอี้ สส.เขตมาได้เพียง 4 ที่นั่ง และในส่วนของบัญชีรายชื่อกลับมีเพียง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ฝ่าด่านเข้าสภาได้สำเร็จ ด้วยคะแนนรวมไม่ถึง 6 แสนคะแนน ส่งผลให้ “บิ๊กเนม” อย่าง "นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา" ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 2 ต้องพลาดเก้าอี้ไปอย่างไม่น่าเชื่อ
นายซูการ์โน ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพรรคประชาชาติลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด” พร้อมวิเคราะห์ว่า “อัตลักษณ์ความเป็นพรรคมลายู หรือการเป็นพรรคของพี่น้องเชื้อสายเดียวกัน อาจไม่ใช่สูตรสำเร็จ แต่ความเป็นจริงแล้วต้องมีจุดนี้ ซึ่งในโลกการเมืองยุคใหม่ที่ประชาชนต้องการวิสัยทัศน์และการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้มากกว่าเดิม แต่ไม่ทิ้งกฎข้อบัญญัติของศาสนา”
พูดชัด “หัวขบวนไม่ตอบโจทย์มุสลิมในพื้นที่”
“วันนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ไม่ได้หมดรักในตัวพรรค แต่พวกเขากำลังส่งสัญญาณว่า 'หัวขบวน' และแนวทางการนำทัพแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์ความต้องการของคนมุสลิมทั้งคนรุ่นใหม่และสถานการณ์ปัจจุบันอีกต่อไป”
นายซูการ์โน ยืนยันว่า หลังจากนี้ทิศทางของพรรคประชาชาติจะเป็นอย่างไร จะมีการ “ล้างไพ่” หรือ “ปรับทัพผู้นำ” เพื่อดึงคนรุ่นใหม่และแนวคิดใหม่เข้ามาเสริมหรือไม่ ต้องรอผลสรุปจากการประชุมสมาชิกพรรคที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้
ด้านแหล่งข่าวภายในพรรคประชาชาติ ระบุว่า กระแสข่าวเกี่ยวกับรอยร้าวที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากแรงกดดันของฐานเสียงที่เริ่มมองหา “ความเปลี่ยนแปลง” การที่แกนนำระดับแม่ทัพไม่สามารถรักษาที่นั่งในสภาไว้ได้ สะท้อนให้เห็นว่า ถึงเวลาที่พรรคต้องทบทวนบทบาทของผู้นำอย่างจริงจัง
