"ดร.ณัฏฐ์" สวน "สมชัย" อยู่ในอาการเมาหมัด ชี้"คดีบัตรเลือกตั้ง" ไม่หมู
24 มี.ค. 2569
“ดร.ณัฏฐ์” สวน “สมชัย” เมาหมัด คดีบัตรเลือกตั้ง “ไม่หมู” ต้องไปพิสูจน์หักล้างกันในชั้นศาล หากพยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ-ไม่มีน้ำหนัก ศาลตัดพยานได้
ข่าว
24 มี.ค. 2569
“ดร.ณัฏฐ์” สวน “สมชัย” เมาหมัด คดีบัตรเลือกตั้ง “ไม่หมู” ต้องไปพิสูจน์หักล้างกันในชั้นศาล หากพยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ-ไม่มีน้ำหนัก ศาลตัดพยานได้
24 มีนาคม 2569 จากกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. และตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ กกต. กล่าวหากระทำความผิดอาญาหลายข้อหา ได้โพสต์ข้อความในเชิง รายงานแบบกลืน ไม่ต้องเคี้ยว โดยจะยื่นพยานเอกสารต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ นั้น
ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องทั้งสองชี้แจงภายใน 15 วันนับแต่ได้รับคำร้องและให้ยื่นบัญชีพยานเป็นไปตามกระบวนวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ตาม พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 54 ประกอบมาตรา 60 และข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2562
ข้อ 25 เพื่อให้ศาลและคู่ความอีกฝ่ายทราบล่วงหน้าว่า มีพยานหลักฐานใดบ้างเพื่อป้องกันจู่โจมทางคดี เว้นแต่มีพยานหลักฐานใหม่
แต่กรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ทำอีเวนต์รายวันและโพสต์ไปเรื่อย ไร้สาระไปวันๆ ตีธงล้วงหน้าเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินไปตามความเห็นของตนเอง โดยเฉพาะคดีบัตรเลือกตั้ง ลับ-ไม่ลับ อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแล้ว พฤติกรรมของนายสมชัยฯ เป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ อย่างไร
เทคนิคล่อเป้า ต้องการหักล้างประเด็นที่ถูกกล่าวโทษในคดีอาญา โดยเจตนาเล็งเห็นผลต้องการเผยแพร่ข้อมูลสาธารณะฝ่ายของตนเอง ซึ่งเป็นข้อมูลชุดเดียวกันที่ตนเองกับพวกจะส่งผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น ทำให้พี่น้องประชาชนสับสน
พูดภาษาชาวบ้าน คือ จะเอาหลักฐานฝ่ายของตนเอง ที่ส่งศาลรัฐธรรมนูญ มาเปิดเผยนอกศาลก่อนจะยื่น และนำไปหักล้างทั้งในคดีอาญาที่ตนกับพวกถูกดำเนินคดีข้อหาหนักในศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลักฐานที่จะนำส่งมีน้ำหนักไปหักล้างหรือไม่ เพียงใด เอามันส์ไว้ก่อน
หากมีหลักฐานเพิ่มน้ำหนักให้แก่ฝ่ายผู้ร้องจริง ควรยื่นตามกระบวนการและเป็นความลับ เพื่อนำไปหักล้างพยานฝ่ายผู้ร้องทั้งสอง หากพยานเอกสารที่ประสงค์อ้างส่ง เป็นเอกสารชุดเดียวกัน เท่ากับนายสมชัยฯกับพวก ได้นำพยานหลักฐานที่จะนำส่งศาล ต้องการนำมาเปิดเผยก่อนยื่นศาล
แต่เท่าที่ดูเป็นเพียงฉาก “ละครลิงภาค 2” โยนหินถามทาง ทำเป็นว่า แอบดูข้อมูลทีมงานฝ่ายตนเองที่จัดทำขึ้นมาเอง มีน้ำหนักน้อยเพราะไม่ใช่เอกสารราชการ คาดว่า จะนำมา 3 ส่วน ส่วนแรก ฉากทัศน์ที่แอบถ่ายใบหน้าผู้ใช้สิทธิ ให้คนแรกไปจำรหัส ซูมบาร์โค้ดโดยกล้องหน้าหน่วยเลือกตั้งซ่อม วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ตนกับพวกรวม 6 คน ถูก กกต. แจ้งความดำเนินคดีอาญา ย่อมเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนที่สอง ฉากทัศน์การจำลองเลือกตั้ง ที่ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สมาชิกวุฒิสภาจัดขึ้น เพื่อศึกษาแนวทางในทางทฤษฎี ย่อมไม่มีผลหักล้างทางกฎหมาย เปรียบดังเป็นฉาก “ละครลิงภาค 1” เพราะไม่มีกฎหมายรองรับให้กระทำได้ ส่วนที่ 3 ความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ถามว่า ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ได้ขึ้นทะเบียนต่อกระทรวงยุติธรรมหรือไม่ ผลนิติวิทยาศาสตร์ต้องเป็นกลาง เชื่อถือได้ โดยเฉพาะผลนิติวิทยาศาสตร์ ข้อแพ้ชนะคดี ต้องพิสูจน์จากบัตรเลือกตั้งจริง – ต้นขั้วการเลือกตั้งจริง - บัญชีรายชื่อผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งจริง ทั้งสามส่วนกำกับและควบคุมจัดเก็บรักษาความปลอดภัยโดย กกต. โดยมีกฎหมายเลือกตั้ง สส.กำกับควบคุมอีกชั้นหนึ่ง ทำให้เลือกตั้งเป็นความลับ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 วรรคสอง ประกอบมาตรา 85 วรรคหนึ่ง ทำให้มีน้ำหนักไปหักล้างกับฝ่าย กกต. ผู้ถูกร้อง “โอกาสน้อย”
เฉพาะในคดีอาญา มีข้อห้ามพยานหลักฐานที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไว้ใน ป.วิอาญา มาตรา 226/1 ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานนั้น เว้นแต่จะเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรมมากกว่าผลเสียต่อสิทธิหรือเสรีภาพหรือระบบยุติธรรม
การตัดพยานหลักฐานในคดีรัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้ ตาม พรป.ว่าด้วยพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 58 วรรคสอง “เมื่อศาลเห็นว่า พยานหลักฐานใดที่เกิดขึ้นหรือได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่มีความจำเป็นแก่การพิจารณาวินิจฉัยหรือจะทำให้คดีล่าช้าโดยไม่สมควร ศาลอาจสั่งงดการสืบหรือไม่รับฟังพยานหลักฐานนั้นก็ได้”
พูดภาษาชาวบ้าน คือ พยานที่เกิดขึ้นและได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือ พยานที่ไม่เกี่ยวข้อง พยานฟุ่มเฟือย หรือทำให้คดีล่าช้า ศาลใช้อำนาจตัดพยานได้
ส่วนที่ นายสมชัยฯ ระบุว่า “รายงานแบบกลืน ไม่ต้องเคี้ยว แอบเห็นรายงานทีมผู้เชี่ยวชาญทีม 1 ต้องทึ่งในการเรียบเรียงและนำเสนอข้อมูล หักล้างพยานหลักฐานฝ่าย กกต. นั้น” กรณีนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเพิ่งสั่งรับคำร้อง อยู่ระหว่างส่งสำเนาคำร้องและ กกต. ยังไม่ได้ชี้แจงเข้ามาในคดี จึงเป็นไปไม่ได้ที่นายสมชัยฯ บุคคลภายนอก ที่ทราบข้อมูลคำคัดค้านฝ่ายผู้ถูกร้องทั้งสอง แต่เป็นของฝ่ายผู้ถูกร้องทั้งสองนอกศาลมากกว่า ถามว่า คุณเอาความมั่นใจมาจากไหน เพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดตามพยานหลักฐาน ให้ความเป็นธรรมแก่คู่ความทั้งสองฝ่าย คดีนี้ ศาลยังไม่ได้นัดเปิดคดี และคู่ความทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ตรวจพยานหลักฐาน เป็นการตีปลาหน้าไซ มากกว่า
ฝากพี่น้องประชาชนแชร์ให้ถึงนายสมชัยฯ ที่ตนเคยขอท้าดีเบตได้ทุกรายการ ทุกเวที แต่เงียบกริบ พร้อมวันไหน ให้แจ้งผ่านสื่อทุกช่องได้นะ อย่าเก่งแต่โพสต์ ไม่เป็นประโยชน์สาธารณะ ปากกล้าขาสั่น
ตนขอเรียนกับพี่น้องประชาชน เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล ให้ยึดมั่นในกระบวนการยุติธรรม ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดไปในแนวทางใด ต้องน้อมรับคำวินิจฉัย บ้านเมืองจะได้สงบเรียบร้อย ประเทศเดินหน้าต่อไป ปัญหาข้อพิพาทว่า รหัสพิเศษที่ กกต. จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง บาร์โค้ด - คิวอาร์โค้ด จะได้ข้อยุติลง โปรดใช้สติ อย่าไปฟังพวกปั่นป่วนกระแสสังคมรายวัน เพื่อผลประโยชน์ของฝ่ายตนเอง ประเภทขี้แพ้ชวนตี
