แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา ยอดดับพุ่งทะลุ 900 ศพ เจ็บกว่า 3 พันราย
27 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

วิกฤตแผ่นดินไหวซ้อนเวเนซุเอลาขนาด 7.5 ดับพุ่งกว่า 920 ราย บาดเจ็บทะลุ 3,360 คน นานาชาติเร่งส่งทีมกู้ภัยแข่งเวลาค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากตึกถล่มกรุงการากัส
ข่าว
27 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

วิกฤตแผ่นดินไหวซ้อนเวเนซุเอลาขนาด 7.5 ดับพุ่งกว่า 920 ราย บาดเจ็บทะลุ 3,360 คน นานาชาติเร่งส่งทีมกู้ภัยแข่งเวลาค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากตึกถล่มกรุงการากัส
KEY
POINTS
27 มิถุนายน 2569 เกิดเหตุ แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา ซ้อนขนาด 7.2 และ 7.5 ใกล้กรุงการากัสเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตพุ่งทะลุ 920 ราย บาดเจ็บกว่า 3,300 คน อาคารถล่มเสียหายยับเยิน ล่าสุดกองทัพและทีมกู้ภัยนานาชาติจากทั่วโลก เร่งระดมกำลังเข้าค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพังอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางวิกฤตระบบสาธารณสุขและโรงพยาบาลในพื้นที่ ที่ขาดแคลนงบประมาณอย่างหนัก โดยรักษาการประธานาธิบดีสั่งควบคุมพื้นที่ประสบภัยขั้นสูงสุด พร้อมประสานงานรับความช่วยเหลือและเวชภัณฑ์รวมถึง ข่าวกู้ภัยแผ่นดินไหว จากสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย เพื่อกู้วิกฤตครั้งใหญ่ในครั้งนี้
ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวซ้อน (Doublet Earthquakes) ขนาด 7.2 และ 7.5 ที่มีศูนย์กลางใกล้กับกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา เมื่อวันพุธ (24 มิถุนายน) พุ่งเป็นอย่างน้อย 920 ราย บาดเจ็บอย่างน้อย 3,360 คน ฮอร์เก โรดริเกซ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แถลงว่า คาดว่ายังมีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารที่ถล่มลงมาอีกอย่างน้อย 172 คน แรงสั่นสะเทือนส่งผลกระทบต่ออาคารอย่างน้อย 383 แห่ง โรงพยาบาล 13 แห่ง ศูนย์การค้า 25 แห่ง และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ อีก 1,002 แห่ง
โดยที่เมืองท่า ลา กัวอิรา ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดนั้น ขณะนี้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกองทัพอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดี ได้ขอความร่วมมือจากประชาชนไม่ให้เข้าไปในพื้นที่
ข้อมูลจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐฯ ระบุว่า แผ่นดินไหวทั้งสองครั้งมีจุดศูนย์กลางในระดับตื้น โดยครั้งแรกเกิดขึ้นที่ความลึก 20.3 กิโลเมตรใต้ผิวดิน และครั้งที่สองที่ความลึก 10 กิโลเมตร ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง
หน่วยกู้ภัยกำลังเร่งเข้าถึงผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพังก่อนที่ "ช่วงเวลาทอง" จะหมดไป ขณะที่นานาประเทศกำลังส่งทีมกู้ภัยไปยังเวเนซุเอลา โดยหลายประเทศในอเมริกาใต้ได้ยกระดับความพยายามในการรับมือเหตุฉุกเฉิน โคลอมเบียประกาศส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 60 นาย และสุนัขกู้ภัยอีก 4 ตัว ชิลีได้ส่งหน่วยเฉพาะทางด้านการค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง สังกัดหน่วยดับเพลิงไปช่วย เอลซัลวาดอร์ ส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและบุคลากรทางการแพทย์รวม 300 นาย และจัดเตรียมการขนส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมน้ำหนัก 50 เมตริกตัน ส่วนปานามาตั้งศูนย์รับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือจากประชาชน คิวบาและสาธารณรัฐโดมินิกัน ช่วยเหลือด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินและเวชภัณฑ์
สหรัฐฯ ส่งทีมกู้ภัยระดับเชี่ยวชาญพิเศษ ทรัพยากรทางการแพทย์ และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม พร้อมประกาศมอบเงินช่วยเหลือมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์ กองทัพสหรัฐฯ ยังได้สั่งการให้กำลังพลในภูมิภาค เข้าสนับสนุนปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ ซึ่งรวมถึงการส่งเรือลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก ยูเอสเอส ฟอร์ต ลอเดอร์เดล (USS Fort Lauderdale) และเครื่องบินขนส่งเข้าร่วมภารกิจ เม็กซิโกส่งเครื่องบินขนส่งของกองทัพอากาศ 2 ลำ บรรทุกเจ้าหน้าที่รวม 261 นาย ประกอบด้วยทหารบก ทหารอากาศ และกองกำลังรักษาดินแดน พร้อมด้วยเวชภัณฑ์น้ำหนัก 2.7 ตัน คาดว่าจะมีเครื่องบิน ซี-130 เฮอร์คิวลิส (C-130 Hercules)
อีกหนึ่งลำออกเดินทางพร้อมกับยาและเวชภัณฑ์เพิ่มเติมอีก 8 เมตริกตัน รวมถึงอุปกรณ์กู้ภัยอีก 4 ตัน กองทัพอากาศบราซิลได้ส่งเครื่องบินลำเลียงทางทหารไปยังประเทศเวเนซุเอลาเมื่อวันศุกร์ (26 มิถุนายน) โดยบรรทุกเจ้าหน้าที่กู้ภัย สุนัขกู้ภัย และสิ่งของบรรเทาทุกข์ เปรูส่งทีมค้นหาและกู้ภัยและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ทั้งยังได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกลุ่มประเทศในทวีปอเมริกา เพื่อประสานงานด้านความช่วยเหลือที่นานาประเทศทั่วโลกกำลังส่งไปยังเวเนซุเอลา
ทางฝั่งยุโรป ประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี และสาธารณรัฐเช็ก เพิ่มงบประมาณสนับสนุน พร้อมทั้งส่งนักผจญเพลิง วิศวกร และสุนัขกู้ภัยจำนวนมากไปช่วยค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพัง สหภาพยุโรประบุว่าพร้อมที่จะระดมความช่วยเหลือหากได้รับการร้องขอ สเปนประกาศว่าจะส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ สนับสนุนงบประมาณ จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และส่งเครื่องบินทหารเพื่อนำเจ้าหน้าที่หน่วยค้นหาและกู้ภัยจำนวน 58 นาย ทีมสุนัขกู้ภัย 8 ชุด และนักผจญเพลิงอีก 40 นายเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ
ส่วนในเอเชีย จีนระบุว่า "ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือตามขีดความสามารถที่มีอยู่" โดยบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากจีนในเวเนซุเอลาได้เริ่มระดมกำลังเพื่อช่วยในปฏิบัติการกู้ภัยและเก็บกวาดพื้นที่แล้ว ส่วนองค์กรพัฒนาเอกชนของญี่ปุ่นอย่าง "พีซวินด์ส" (Peace Winds) ซึ่งมีภารกิจด้านการบรรเทาภัยพิบัติและการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย กำลังเดินทางเข้าไปยังพื้นที่แล้วเช่นกัน ด้านอิหร่าน แม้เพิ่งผ่านวิกฤตสงคราม ได้ประกาศความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในปฏิบัติการบรรเทาทุกข์และกู้ภัย อินเดียประกาศจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ ยารักษาโรค และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีน้ำหนักรวมกว่า 35 ตัน นอกจากนี้ ยังมีองค์กรอื่น ๆ และอาสาสมัครภาคประชาชนเข้าร่วมในภารกิจกู้ภัยด้วยเช่นกัน ทางด้านสหประชาชาติระบุว่ากำลังประสานงานเพื่อส่งทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมืองเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ และสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงส่งความช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นมูลค่า 100,000 ยูโร
สำหรับสถานการณ์ล่าสุด หลายครอบครัวในกรุงการากัส เมืองท่า ลา กัวอิรา และพื้นที่โดยรอบ กลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัยและไร้ที่ไป เพราะบ้านเรือนพังถล่ม ขณะที่ความไม่พอใจเพิ่มขึ้น ประชาชนบางส่วนเรียกร้องให้มีอาสาสมัครพลเรือนมาช่วยรื้อถอนซากปรักหักพัง โดยกล่าวว่าการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินไม่เพียงพอ แพทย์เผยถึงการขาดแคลนงบประมาณเรื้อรังจากวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ระบบสาธารณสุขไม่พร้อมที่จะรักษาผู้ป่วยจำนวนมาก