คณะกรรมการพิทักษ์หลักนิติธรรม โวย ภท.จัดสัมมนา สส.ที่บุรีรัมย์
09 มี.ค. 2569
คณะกรรมการพิทักษ์หลักนิติธรรม ออกแถลงการณ์ โวย "พรรคภูมิใจไทย" จัดงานสัมมนา สส.ใหม่ 192 ชีวิต ที่สนามช้าง บุรีรัมย์
ข่าว
09 มี.ค. 2569
คณะกรรมการพิทักษ์หลักนิติธรรม ออกแถลงการณ์ โวย "พรรคภูมิใจไทย" จัดงานสัมมนา สส.ใหม่ 192 ชีวิต ที่สนามช้าง บุรีรัมย์
9 มีนาคม 2569 มีรายงานว่า คณะกรรมการพิทักษ์หลักนิติธรรม ออกแถลงการณ์เรื่อง “หยุดย่ำยีหลักนิติธรรม ขอพลังประชาชนปกป้องสมบัติแผ่นดินเขากระโดง” โดยระบุว่า ในวันที่ 8-9 มี.ค. ท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่นของกระบวนการยุติธรรม นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะ นายกรัฐมนตรี ผู้นำสูงสุดของฝ่ายบริหาร กลับมีพฤติการณ์ที่ท้าทายกฎหมาย และสายตาประชาชนอย่างที่สุด ด้วยการนำ สส.พรรคภูมิใจไทยกว่า 192 ชีวิต ไปจัดสัมมนาแสดงอำนาจ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
นี่ไม่ใช่เพียงการสัมมนาพรรคการเมืองธรรมดา แต่นี่คือการท้าทายคำพิพากษาศาลฎีกา ขอชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกปิดบังต่อพี่น้องประชาชนดังนี้
1.ที่ดินเขากระโดงคือสมบัติของชาติ : ศาลฎีกาและศาลปกครองได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 ยืนยันว่าที่ดิน 5,083 ไร่เศษ คือที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ไม่มีใครมีสิทธิ์ยึดครองเป็นของส่วนตัว
2. นายกรัฐมนตรีละเมิดมาตรา 53 แห่งรัฐธรรมนูญ: รัฐธรรมนูญมาตรา 53 บัญญัติชัดเจนว่า “รัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด” แต่นายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กลับเพิกเฉยต่อการเพิกถอนโฉนดที่ดินที่ออกทับที่หลวง ซ้ำร้ายยังใช้สถานที่ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินพิพาทนั้น เป็นที่พำนักและเป็นที่จัดกิจกรรมทางการเมือง
3. สองมาตรฐานที่น่ารังเกียจ: ในขณะที่ประชาชนคนยากจนถูกฟ้องขับไล่จากที่ดินทำกินอย่างรวดเร็ว แต่ “ผู้มีอำนาจรัฐ” กลับใช้กลไกของกรมที่ดินประวิงเวลา บิดเบือนการบังคับใช้กฎหมาย
จึงขอเรียกร้องให้พี่น้องชาวไทย “ตื่นรู้และลุกขึ้นปกป้องสิทธิ์” ร่วมกันจับตาการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ และส่งเสียงบอกรัฐบาลว่า “กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ สมบัติชาติต้องกลับคืนสู่แผ่นดิน
