เปิดหลักฐานฮั้ว สว.! เผยโป๊ะเต็มๆ กังขา อนุ กกต. ยกได้อย่างไร
14 มี.ค. 2569
เปิดหลักฐานฮั้ว สว.! แฉจะจะข้อมูลการสอบสวน เผยโป๊ะความผิดปกติอย่างชัดเจน กังขา อนุ กกต.ยกได้อย่างไร? วัดใจ กกต.ชุดใหญ่ จะยกคำร้องจริงหรือ?
ข่าว
14 มี.ค. 2569
เปิดหลักฐานฮั้ว สว.! แฉจะจะข้อมูลการสอบสวน เผยโป๊ะความผิดปกติอย่างชัดเจน กังขา อนุ กกต.ยกได้อย่างไร? วัดใจ กกต.ชุดใหญ่ จะยกคำร้องจริงหรือ?
14 มีนาคม 2569 จากกรณี คดีฮั้ว สว.ที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัย กกต. หรือ อนุ กกต.คณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 วินิจฉัย ผู้ถูกกล่าวหา 229 คนไม่กระทำฝ่าฝืน พรป.สว.มาตรา 77(1) ขณะที่เสียงข้างน้อย 2 เสียง เห็นควรชี้มูลบุคคลรวม 134 คน โดยอยู่ในกลุ่ม สว. 138 คน
แม้ภายหลัง กกต.จะออกมาชี้แจงว่า เป็นเพียงขั้นตอนของอนุฯ ที่จะจัดทำความเห็น เพื่อเสนอมายัง กกต.เพื่อพิจารณาชี้ขาด หรือสั่งการโดยเร็วต่อไป แต่กระแสสังคมพากันออกมาคัดค้านเป็นอย่างมาก
รวมถึง ดีเอสไอ ได้ระบุว่า ตามขั้นตอน จะต้องส่งความเห็นของอนุ กกต.คณะที่ 36 ควบคู่ไปกับความเห็นแย้งของคณะอนุฯ คณะที่ 26 (ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมระหว่าง กกต. และดีเอสไอ) เข้าสู่การพิจารณาของ กกต.ชุดใหญ่ เพื่อวินิจฉัยในท้ายที่สุด เนื่องจากอนุกรรมการทั้งสองคณะ มีบทบาทในฐานะผู้กลั่นกรองสำนวนคดี และให้คำปรึกษาแก่ กกต. เท่านั้น และต้องรอคำวินิจฉัยเด็ดขาดจากบอร์ด กกต. ชุดใหญ่เพียงทางเดียว
รายละเอียดพฤติการณ์เชิงลึกของกระบวนการที่ถูกระบุว่าเป็น "ขบวนการอั้งยี่" ซึ่งมีการวางแผนอย่างสลับซับซ้อน เพื่อเข้าแทรกแซงการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 โดยมุ่งหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจนิติบัญญัติอันมิชอบด้วยกฎหมาย ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561
ขบวนการนี้มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน ประกอบด้วยกลุ่มบุคคล 7 กลุ่มหลัก ได้แก่ (1) กลุ่มบุคคลผู้มีอำนาจตัดสินใจ (2) กลุ่มบุคคลผู้วางแผนการกระทำความผิดและจัดวางระบบปฏิบัติการโปรแกรมออฟไลน์ (3) กลุ่มกรรมการบริหารของคณะบุคคล (4) กลุ่มผู้ปฏิบัติจัดหาผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (5) กลุ่มผู้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีการกำหนดชื่อและหมายเลขในโพย จำนวน 149 คน (6) กลุ่มผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา ประเภทโหวตเตอร์ และ (7) กลุ่มติวเตอร์ทำโพย
กลุ่มคณะบุคคลดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจนิติบัญญัติฝ่ายวุฒิสภาโดยฝ่าฝืนกฎหมาย มุ่งหมายจูงใจให้ผู้อื่นสมัครเข้ารับเลือก หรือกระทำการใดๆ อันไม่ชอบด้วยกฎหมายเพื่อให้บุคคลของตนได้รับเลือก โดยเป็นการดำเนินการปิดลับเฉพาะกลุ่ม มิได้คำนึงถึงความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของสังคม
ในขั้นตอนการสมัครสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอ ขบวนการอั้งยี่วางแผนหาคนลงสมัครให้ได้กลุ่มอาชีพละ 20 คน ทุกอำเภอ ทุกกลุ่มอาชีพ (รวม 928 อำเภอ/เขต) เพื่อคุมการเลือกระดับอำเภอและบล็อกผู้อื่นไม่ให้ได้รับเลือก โดยให้ค่าตอบแทนผู้สมัครรายละประมาณ 4,000 - 5,000 บาท
จากนั้นในระดับจังหวัด ขบวนการจะให้ค่าตอบแทนสมาชิกที่ผ่านเข้ารอบคนละประมาณ 10,000 บาท เพื่อเลือกคนที่เป็นสมาชิกอั้งยี่ให้เป็นตัวแทนระดับจังหวัด จนกระทั่งเข้าสู่ระดับประเทศ ซึ่งขบวนการมีการจัดตั้งสมาชิกมาเป็นผู้มีสิทธิเลือกทั้งหมดประมาณ 1,200 คน จาก 20 กลุ่มอาชีพ (กลุ่มละ 60 คน) ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 40 - 50 ของผู้มีสิทธิเลือกสมาชิกวุฒิสภาทั้งประเทศ (จำนวน 2,995 คน)
เมื่อวันที่ 23 - 24 มิถุนายน 2567 ขบวนการอั้งยี่ได้จัดเตรียมที่พักสำหรับสมาชิกใน 4 จังหวัด คือ
1. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โรงแรมกรุงศรีริเวอร์, คลองสวนพลู รีสอร์ท, โรงแรมพร้อมสุข เพลส, โรงแรมริเวอร์วิว เพลส, โรงแรมมหาวิทยาลัยราชมงคลสุวรรณภูมิ วิทยาเขตหันตรา
2. จังหวัดนครนายก วังยาว ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท
3. จังหวัดปทุมธานี โรงแรมธาราแกรนด์, โรงแรมไพน์เฮิร์ส กอล์ฟคลับ, โรงแรมบีทู รังสิต
4. กรุงเทพมหานคร โรงแรมอัศวิน, โรงแรมมารวย การ์เด้นท์
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2567 ผู้ประสานงานได้จัดเตรียมรถตู้และตั๋วเครื่องบิน นัดหมายสมาชิกโหวตเตอร์ให้ไปพบตามจุดต่างๆ ในเวลา 16.00 น. เพื่อทำโพยฮั้วที่จัดเตรียมไว้ โดยมีการส่งมอบเงินสดให้ 20,000 บาท เป็นมัดจำ
พฤติการณ์ในห้องลับระหว่างวันที่ 24 - 25 มิถุนายน 2567 สมาชิกต้องส่งมอบโทรศัพท์มือถือไว้กับกลุ่มติวเตอร์ ก่อนจะนำสมุด สว.3 ของตนมาเขียนโพยฮั้วด้วยลายมือตามที่ติวเตอร์กำหนด ซึ่งมีการขู่ว่าห้ามคัดลอกกัน เพราะโพยแต่ละคนไม่เหมือนกัน และสามารถตรวจสอบได้ด้วยระบบ AI หากใครไม่ทำตามจะ "ไม่รับรองว่าจะเกิดอะไรขึ้น" นอกจากนี้บางรายยังถูกให้ลงลายมือชื่อในใบลาออกล่วงหน้าโดยไม่ลงวันที่ และมีการเสนอตำแหน่งผู้ช่วย สว. เป็นสิ่งตอบแทน
ขบวนการกำหนดให้เลือกตามโพยฮั้ว 2 ชุด โดยมีหมายเลขที่ต้องลงคะแนนในแต่ละกลุ่มอาชีพ
กลุ่มที่ 1 ให้เลือกเบอร์ 7, 111, 84, 49, 95, 126, 148
กลุ่มที่ 2 ให้เลือกเบอร์ 20, 129, 110, 124, 136, 129, 18
กลุ่มที่ 3 ให้เลือกเบอร์ 123, 113, 112, 104, 51, 150, 140
กลุ่มที่ 4 ให้เลือกเบอร์ 66, 47, 127, 59, 84, 100, 106
กลุ่มที่ 5 ให้เลือกเบอร์ 111, 145, 65, 125, 108, 118, 76
กลุ่มที่ 6 ให้เลือกเบอร์ 79, 77, 42, 33, 152, 93, 16, 91
กลุ่มที่ 7 ให้เลือกเบอร์ 56, 9, 98, 10, 112, 23, 60
กลุ่มที่ 8 ให้เลือกเบอร์ 10, 83, 121, 17, 13, 47, 153
กลุ่มที่ 9 ให้เลือกเบอร์ 56, 136, 81, 121, 60, 104, 26
กลุ่มที่ 10 ให้เลือกเบอร์ 109, 24, 99, 123, 40, 80, 95
กลุ่มที่ 11 ให้เลือกเบอร์ 141, 10, 81, 104, 73, 75, 130
กลุ่มที่ 12 ให้เลือกเบอร์ 65, 52, 47, 32, 73, 19, 27
กลุ่มที่ 13 ให้เลือกเบอร์ 15, 111, 11, 32, 23, 7, 9
กลุ่มที่ 14 ให้เลือกเบอร์ 140, 85, 17, 148, 128, 24, 21
กลุ่มที่ 15 ให้เลือกเบอร์ 50, 3, 58, 6, 35, 116, 123
กลุ่มที่ 16 ให้เลือกเบอร์ 143, 112, 109, 57, 109, 69, 148
กลุ่มที่ 17 ให้เลือกเบอร์ 56, 83, 130, 23, 117, 71, 132
กลุ่มที่ 18 ให้เลือกเบอร์ 127, 18, 111, 129, 144, 37, 22
กลุ่มที่ 19 ให้เลือกเบอร์ 3, 22, 122, 5, 108, 2, 152
กลุ่มที่ 20 ให้เลือกเบอร์ 4, 106, 144, 85, 91, 31, 100
แผนการเลือกไขว้และบทสรุปงบประมาณ 300 ล้าน
ในรอบการเลือกไขว้ระดับประเทศ ผู้อำนวยการเลือกฯ ได้แบ่งสายออกเป็น 4 สาย คือ
สาย ก กลุ่ม 7, 11, 13, 16, 20
สาย ข กลุ่ม 1, 4, 6, 17, 18
สาย ค กลุ่ม 5, 8, 9, 12, 15
สาย ง กลุ่ม 2, 3, 10, 14, 19
ขบวนการอั้งยี่ได้วางแผนให้สมาชิกโหวตเตอร์ ลงคะแนนตามโพยชุดที่สองที่มีรายชื่อกลุ่มเป้าหมาย 141 คน ผลการลงคะแนนพบว่าผู้สมัครในโพยได้รับการเลือกเข้ามาในลำดับต้นๆ เป็นรูปแบบเดียวกันทั่วประเทศ พยานหลักฐานระบุว่าขบวนการนี้ มีการใช้เงินหรือทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำผิด มากกว่า 300,000,000 บาท โดยมีการเสนอเงินให้สมาชิกคนละ 50,000 - 100,000 บาท และโบนัสพิเศษเพิ่มอีก 100,000 บาท หากได้รับเลือกเกิน 120 คน
เมื่อ กกต. รับรองผลการเลือกเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 พบว่า รายชื่อสมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับการรับรอง สอดคล้องกับโพยของขบวนการอั้งยี่ถึง 137 คน จาก 141 คนในโพย โดยมีรายชื่อสำรอง 1 คน และไม่ได้รับเลือกเพียง 2 คนเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ขบวนการได้ล็อคหมายเลขไว้ในสมุด สว.3 หน้า 2-3 นับจากด้านหลัง
