“โสภณ” แจงกระแสยกคำร้องฮั้ว สว.บอกอย่ากังวล ภท.เป็น รบ.แล้วจะรอดคดี
13 มี.ค. 2569
“โสภณ” แจงกระแสยกคำร้องฮั้ว สว. บอกอย่ากังวล ภท.เป็นรัฐบาล แล้วจะรอดคดี เชื่อข้าราชการต้องยึดหลักกฎหมายเป็นหลังพิง ทุกหน่วยงานพึงระวัง ทำทุกอย่างตามกระบวนการ
ข่าว
13 มี.ค. 2569
“โสภณ” แจงกระแสยกคำร้องฮั้ว สว. บอกอย่ากังวล ภท.เป็นรัฐบาล แล้วจะรอดคดี เชื่อข้าราชการต้องยึดหลักกฎหมายเป็นหลังพิง ทุกหน่วยงานพึงระวัง ทำทุกอย่างตามกระบวนการ
13 มีนาคม 2569 นายโสภณ สารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยกคำร้องคดีฮั้ว สว. ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล คดีต่างๆ จะหายไป โดยย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า เป็นแหล่งข่าวหรือไม่ เท่าที่ติดตามจากสื่อเห็นว่า เป็นแหล่งข่าวจากคณะอนุกรรมการฯ ฉะนั้น เมื่อเป็นแหล่งข่าวจึงยังให้ความเห็นไม่ได้
ส่วนที่พูดกันว่า เมื่อพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล คดีที่เกี่ยวข้องจะหายไปนั้น นายโสภณ กล่าวว่า เป็นเรื่องของผู้ที่มีหน้าที่จะดำเนินการไปตามหน้าที่ ยกตัวอย่างหากข้าราชการไม่มีหลังพิง ทำอะไรข้าราชการก็เดือดร้อนเอง อย่างกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี จึงเชื่อว่าเมื่อมีบทเรียนเหล่านี้ ข้าราชการหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จะพึงระวังอยู่แล้ว เพราะเคยมีกรณีตัวอย่าง ซึ่งในยุคของการตรวจสอบทุกอย่าง ต้องตอบคำถามได้ ไม่ว่าจะตอบสังคม หรือตอบคำถามหน่วยงานที่ตรวจสอบ จึงเห็นว่าอย่าไปกังวลมาก
เหมือนที่บอกว่าบุรีรัมย์กินรวบหรือไม่ จะไปรู้ได้อย่างไรว่า พวกตนจะได้เสียงข้างมาก ขณะที่วุฒิสภาก็ดำเนินงานไปต ามวิถีของเขา และเมื่อพวกตนได้เสียงข้างมากพรรคก็เสนอตน เป็นเรื่องที่บรรจบบังเอิญกันพอดี ไม่ใช่วางแผนมาก่อนว่า จะต้องกินรวบ ซึ่งมันไม่ใช่แบบนั้น
ส่วนที่สังคมมองว่า เมื่อเป็นรัฐบาลคดีก็เงียบไป แต่เมื่อเป็นฝ่ายค้านคดีอาจจะเดินหน้า นายโสภณ กล่าวว่า มีทั้งตรวจสอบกันไปมา พอเป็นรัฐบาลก็จะถูกตรวจสอบยิ่งขึ้น ฉะนั้น ประเด็นที่หน่วยงานต่างๆ ได้ตัดสิน เราต้องเชื่อว่า เขาปฏิบัติตามกฎหมาย หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เขาก็ต้องรับผิดชอบในกระบวนการ เพราะเรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบกันไปมาอยู่แล้ว มันอยู่ที่ถูกใจถูกต้อง บางทีถูกต้องแต่ไม่ถูกใจไม่สะใจ มันก็ทำให้ถูกชงขึ้นมาอีก
นายโสภณ กล่าวว่า ในสภาวะวิกฤตของโลกครั้งนี้ ประเทศต้องการความรักไม่ใช่ความเกลียดชัง ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย แต่เป็นกระบวนการที่เดินไป ทุกอย่างชัดเจนที่คำตอบของตนอยู่แล้วว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของเขา
