เราไปดูไทม์ไลน์ความบังเอิญนี้กัน
-1 มี.ค.69 ปรากฏภาพ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ อดีตรองอธิบดีดีเอสไอ ไปรอต้อนรับ และ “ไหว้สวยต้อนรับ” นายกฯอนุทิน ขณะเดินทางไปเป็นประธานเปิดการแข่งขัน โมโต จีพี สนามแรก ที่สนามช้าง หรือ สนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต
ภาพนี้เป็นภาพที่เผยแพร่โดยเพจประชาสัมพันธ์ กระทรวงมหาดไทยเอง แต่ “คนตาดี” และสื่อมวลชนก็จับสังเกต
เพราะ ร.ต.อ.ปิยะ คือ 1 ใน 7 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหารือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36
ซึ่งกำลังพิจารณาสำนวนคดี ฮั้ว สว. ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้อง ทั้ง สว. และคนของพรรคภูมิใจไทย ตลอดจนเครือข่ายการเมือง รวม 229 ราย
ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ไปรอต้อนรับ และ “ไหว้สวยต้อนรับ” นายกฯอนุทิน
-2-3 มี.ค.69 มีข่าวสะพัดในวงการว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดฯ คณะที่ 36 เตรียมยกคำร้องคดีฮั้ว สว. ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแกนนำและเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย จำนวน 91 คน
ส่วน สว.อีก 138 คน อยู่ระหว่างพิจารณา อาจจะมีการเสนอให้ชี้มูลความผิดบางส่วน และมีการเชื่อมโยงว่า การปรากฏตัวของ ร.ต.อ.ปิยะ ที่บุรีรัมย์ และไป “ไหว้สวย” ต้อนรับนายกฯ อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ ทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่า มีการวางตัว ร.ต.อ.ปิยะ เป็น อธิบดีดีเอสไอ คนใหม่ คล้ายเป็นการ “ตอบแทน” หรือไม่?
-4 มี.ค.69 กลุ่ม สว.สำรอง ได้ส่งหนังสือคัดค้านการทำหน้าที่ของ ร.ต.อ.ปิยะ ไปยังคณะกรรมการ กกต. เพราะมองว่าอาจทำให้การพิจารณาไม่ถูกต้องเป็นธรรม
-4 มี.ค.69 “ข่าวข้นคนข่าว” นำเสนอข่าวนี้ พร้อมความคืบหน้าคดีฮั้ว สว. ในส่วนของ กกต. ซึ่งมีการพิจารณา 4 ขั้นตอน โดยขั้นตอนของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดฯ คือขั้นตอนที่ 3 ก่อนชงเรื่องให้ กกต.ใหญ่พิจารณาลงมติ
ในวันเดียวกัน ยังมีการนำเสนอคำชี้แจงจาก ร.ต.อ.ปิยะ ว่า ตนไม่ได้มีเจตนาไปรอต้อนรับนายกฯอนุทิน แต่เป็นเรื่องบังเอิญที่เดินทางไปชมการแข่งขัน โมโต จีพี เพราะชื่นชอบการแข่งประลองความเร็ว ทั้งยังปฏิเสธว่า ตนไม่ได้เป็นประธานคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดฯ ที่พิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว. แต่เป็นแค่อนุกรรมการคนหนึ่ง รวมถึงไม่รู้เรื่องตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ
-10 มี.ค.69 “ข่าวข้นคนข่าว” รายงานความเคลื่อนไหวของฝ่ายค้าน เตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันทีที่รัฐบาลอนุทิน 2.0 เข้ารับหน้าที่ โดยจะยื่นอภิปรายประเด็น “ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี” เนื่องจากมีรัฐมนตรีอย่างน้อย 12 คน (ตามข่าวโผ ครม.ใหม่) ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว สว.
ซึ่งถูกคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนคณะที่ 26 แจ้งข้อกล่าวหาด้วยมติ 28 ต่อ1 และเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดฯ คณะที่ 36 เคยถูกเรียกเข้ารับทราบข้อกล่าวหา และให้ถ้อยคำโดย กกต. ในฐานะองค์กรอิสระด้วย
เมื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจจบ แม้จะโหวตแพ้ในสภา แต่ สส.ฝ่ายค้านจะเข้าชื่อกันอย่างน้อย 1 ใน 10 ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของทั้ง 12 คน ซึ่งส่วนหนึ่งคือ “กลุ่มลูกเทพ” หรือ “ก๊วนลูกบังเกิดเกล้า” หมายถึงนักการเมืองเลือดใหม่ในพรรคภูมิใจไทยนั่นเอง
-12 มี.ค.69 มีข่าวหลุดจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดฯ ว่ามีการลงมติ 5 ต่อ 2 ยกคำร้อง คดีฮั้ว สว. ทั้ง 229 สำนวน 229 ราย ไม่ใช่แค่ 91 ราย ตามที่เป็นข่าวทีแรก หมายถึง “ยกทั้งล็อต”
ข่าวดีไม่มีหยุด ไปให้สุด “ศักดิ์สยาม” ไม่ซุกหุ้น
จาก “ข่าวดี” ของคดีฮั้ว สว. ยังมีข่าวดีคดี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และน้องชาย นายเนวิน ชิดชอบ ด้วย
-11 มี.ค.69 จู่ๆ ก็มีข่าวจากสำนักข่าว Nextnews อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ว่า เตรียมเสนอ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ ยกคำร้องข้อหา “จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน” หรือ แสดงบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ
ทั้งๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยเมื่อวันที่ 17 ม.ค.67 ว่า คุณศักดิ์สยาม คงไว้ซึ่งหุ้น หจก.บุรีเจริญ จนต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะเข้าข่ายขาดคุณสมบัติ
เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.คนที่ให้ข่าว อ้างว่า คณะทำงานเชื่อคำให้การของคุณศักดิ์สยาม ว่า ไม่รู้มาก่อนว่าหุ้นใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ยังคงเป็นของตนเอง เพิ่งทราบตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ฉะนั้นจึงไม่ได้จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน
-คืน 11 มี.ค.69 “ข่าวข้นคนข่าว” รายงานอ้างคำสัมภาษณ์เลขาธิการ ป.ป.ช. “สุรพงษ์ อินทรถาวร” ปฏิเสธข่าวนี้ว่าไม่เป็นความจริง ไม่เคยทราบว่ามีการชงประเด็นนี้เข้าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ และไม่เคยได้ยินว่ามีคณะทำงานหรืออนุไต่สวนชุดไหน สรุปผลไต่สวนให้ “ยกคำร้อง”
โยนหินถามทาง หรือ โดนวางงาน-วางยา
เป็นที่น่าสังเกตว่า “ข่าวดี” ที่ออกมาถี่ๆ ช่วงนี้ เป็นข่าวจริงหรือไม่ และส่งผลอย่างไรกับพรรคภูมิใจไทยกันแน่
ฉากทัศน์ที่ 1 เป็นข่าวปล่อยจากผู้ไม่หวังดี เพื่อหวัง “ขยี้” พรรคภูมิใจไทย ช่วงตั้งไข่ ตั้งรัฐบาล ให้แปดเปื้อน และเตือนความจำสังคมว่า
พรรคการเมืองนี้ รวมถึงแกนนำพรรคนี้ มีคดี มีข้อกล่าวหาร้ายแรงหลายเรื่องรออยู่ เป็นความด่างพร้อยทางการเมืองที่เคยทำ
ผลพวงที่จะตามมา คือ ความชอบธรรมในการตรวจสอบทั้งในและนอกสภา
ในสภา - ฝ่ายค้านชุดดรีมทีม “ส้ม-เขียว-ฟ้า” เดินหน้ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร้องศาลตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี
นอกสภา - เดินเกมนิติสงคราม ร้องมาตรฐานจริยธรรม ร้องยุบพรรคภูมิใจไทย
ฉากทัศน์ที่ 2 เป็นข่าวจริง แต่ปล่อยบางส่วนมาหยั่งกระแสก่อน ข้อสังเกตคือ
ข่าวคดีฮั้ว สว. - ยังไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้าย แต่เป็นขั้นตอนที่ 3 ที่เตรียมเสนอ กกต.ชุดใหญ่ลงมติ
ข่าวคดีคุณศักดิ์สยาม - เป็นเพียงข้อเสนอ หรือ ชงเรื่องของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ไม่ชัดว่าคณะไหน มีอำนาจจริงหรือไม่
ฉะนั้นหากกระแสสังคมรับไม่ได้ ก็จะมีคนมาบอกว่าเป็นข่าวไม่จริง แล้วก็เงียบๆ กันไป
แต่หากสังคมพอรับได้ ก็จะมีการเดินหน้าทั้ง 2 กรณีต่อไป แต่อาจปรับผลในขั้นตอนสุดท้าย ไม่ให้ดูน่าเกลียดเกินไป เช่น คดีฮั้ว สว. อาจให้ กกต.ลงดาบบางส่วนที่เป็น สว.จริงๆ เพื่อลดกระแสวิจารณ์
ตัดตอนก่อน "เปิดสภา - ตั้งนายกฯ "
ข้อสังเกตต่อมา คือ เหตุใดจึงต้อง “เคลียร์คดี - เคลียร์ข้อหา” กันในช่วงนี้ เราไปดูไทม์ไลน์อีกด้านหนึ่งกัน
-14 มี.ค. - รัฐพิธี เปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก หลังเลือกตั้งทั่วไป
-15 มี.ค. - ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เลือกประธานและรองประธานสภา
**ตอนแรกมีข่าวว่าจะประชุมกันคืน 14 มี.ค.เลย เจ้าหน้าที่ผวากันทั้งสภา เพราะเกรงจะลากยาวถึงตี 2 ตี 3
**ข่าวออกมาแบบนี้ สะท้อนถึงความใจร้อนของ “ผู้กำลังจะมีอำนาจ” ทำนองห่วงบ้านเมืองกำลังวิกฤต ต้องเร่งเข้าไปแก้ไข
-18-19 มี.ค. - ประชุมสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
ต้น เม.ย.ถึงปลาย เม.ย. - ได้รัฐบาล และแถลงนโยบาย
ปิดฉาก “ยุบพรรค - หักขา รมต.”
ฉะนั้นหากทั้ง 2 คดี ถูกตัดตอนก่อนเลือกนายกฯ หรืออย่างน้อยก่อนตั้งรัฐบาล ก็จะไม่สามารถเดินเกมนิติสงครามทั้ง 2 มิติได้
มิติที่ 1 - อภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือยื่นศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี นำโดย นายกฯอนุทิน ผู้ถูกกล่าวหาในคำร้อง ลำดับที่ 187 พ่วงด้วยรัฐมนตรีอีกกว่า 10 คน
**หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง อาจโดนสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ รัฐบาลจะชะงักทันที และหากสุดท้ายผลออกมาแง่ร้าย รัฐบาลก็ล้ม
มิติที่ 2 - โดนนิติสงครามยื่นยุบพรรค
**เพราะข้อกล่าวหาฮั้ว สว. ตามมาตรา 76 พ.ร.ป.สว. - ห้ามมิให้กรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง กระทำการใด ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้สมัครผู้ใดให้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา / ข้อกล่าวหานี้เป็นเหตุให้ยุบพรรคการเมืองได้
**คดีคุณศักดิ์สยาม หากมีความผิดจะนำไปสู่การยุบพรรคเช่นกัน เพราะ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีนี้มี 7 ประเด็น คุณศักดิ์สยามแพ้ทุกประเด็น โดยเฉพาะประเด็นที่ 7 เกี่ยวโยงกับเงินบริจาคที่ หจก.บุรีเจริญ บริจาคเข้าพรรคภูมิใจไทย จึงสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายพรรคการเมือง
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชาย นายเนวิน ชิดชอบ
นี่คืออิทธิฤทธิ์ของ “ภูมิใจไทย คัท” ยิ่งกว่า “เซฟ-ที-คัท” ตัดก่อนตาย เตือนก่อนวายวอด
เพราะงานนี้ กูรูการเมืองบอกว่า...
พรรคไม่โดนยุบ
คนไม่โดนอาญา
แถมยังกลับมาเป็นรัฐมนตรีได้ด้วย
รู้จักไหม...ใครใหญ่? ถ้าไม่ใช่ “ครูใหญ่”