อย่างไรก็ตาม โลกปัจจุบันไม่ได้เผชิญภัยคุกคามแบบเดิม แต่ได้แปรรูปและแผ่ขยายเข้าสู่มิติที่ซับซ้อน อาทิ เศรษฐกิจดิจิทัล สงครามข้อมูล เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ สิ่งแวดล้อม ภูมิรัฐศาสตร์ ฯลฯ ซึ่งบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยิ่งยวด รวดเร็วและเงียบงัน ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องสร้างความพร้อมทั้งด้านเศรษฐกิจ ดิจิทัล ข้อมูลข่าวสาร และความพร้อมของผู้นำ รวมทั้งสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชนให้เป็นพลังร่วมที่แข็งแกร่ง
พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า หลักสูตร วปอ.บอ. เป็นเวทีในการคิดเชิงระบบ ฝึกการตัดสินใจในมิติที่ซับซ้อน พร้อมเชื่อมโยงทุกมิติให้เป็นภาพเดียวกัน เพราะภัยคุกคามแบบใหม่ไม่แยกส่วน เราต้องหาวิธีการรับมือที่บูรณาการทุกภาคส่วนเช่นกัน
ทั้งนี้ พล.อ.อุกฤษฎ์ ยังกล่าวย้ำว่า หลักสูตรนี้จะสร้างทุน 3 ประการที่สำคัญ คือ
- ทุนทางปัญญา
- ทุนทางเครือข่าย
- ทุนทางคุณธรรม
ที่ยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นศูนย์กลาง ความมั่นคงที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากรากฐานของสังคมที่เข้มแข็ง ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาประเทศชาติให้สมดุล มั่นคงและยั่งยืน พร้อมกับยืนหยัดอย่างสง่างามในเวทีโลก ต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างสถาบันที่เข้มแข็ง โปร่งใสและปรับตัวได้รวดเร็ว เพราะความมั่นคงของชาติในศตวรรษที่ 21 คือความสามารถในการปรับตัวให้เร็วกว่าแรงกระแทกของโลก
“ผมเชื่อว่าทุกท่านจะไม่เป็นเพียงผู้บริหารที่เก่ง แต่เป็นผู้นำแห่งอนาคตที่กล้าคิดใหม่ ทำจริง และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศสู่ความมั่นคงทันสมัย แข่งขันได้ และยั่งยืน อนาคตของประเทศไทยจะมั่นคงได้ก็ด้วยความร่วมมือของพวกเราทุกคน” พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าว