2. ฝ่ายที่มองว่าเป็น "ยุทธการกดดันขั้นสูงสุด" (The Ultimate Leverage)
ในทางกลับกัน นักยุทธศาสตร์สายพิราบและนักเศรษฐศาสตร์มองว่านี่คือการใช้ "ทฤษฎีคนบ้า" (Madman Theory) ของทรัมป์ เพื่อบีบให้อิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาในสภาวะที่เสียเปรียบที่สุด สหรัฐฯ ทราบดีว่า การเปิดสงครามเต็มรูปแบบกับอิหร่าน จะส่งผลกระทบลูกโซ่ที่ประเมินค่าไม่ได้ โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานเกิน $150 ต่อบาร์เรล ทันที ภาวะเงินเฟ้อรุนแรงที่ตามมาอาจกลายเป็น "ระเบิดเวลา" ที่ทำลายคะแนนนิยมของรัฐบาลทรัมป์เอง
นอกจากนี้ การที่กองกำลังตัวแทนอย่างฮิซบอลเลาะห์ พร้อมจะตอบโต้ด้วยการยิงจรวดนับแสนลูกใส่อิสราเอล ทำให้ความเสี่ยงของสงครามครั้งนี้สูงเกินกว่าที่วอชิงตันจะยอมจ่ายได้ง่ายๆ การอพยพเจ้าหน้าที่และการขู่เข็ญในสัปดาห์นี้ จึงอาจเป็นเพียงการสร้าง "ภาพหลอนของสงคราม" เพื่อให้ได้มาซึ่ง "ชัยชนะโดยไม่ต้องรบ" ในวินาทีสุดท้ายนั่นเอง
ความรับผิดชอบต่อ 50,000 ชีวิตไทยบนเส้นด้าย
ท่ามกลางเกมมหาอำนาจ สิ่งที่รัฐบาลไทยต้องตระหนักคือชีวิตของพี่น้องชาวไทยที่ตกอยู่ในเป้าหมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้:
• ในอิสราเอล (ความเสี่ยงสูงสุด): ปัจจุบันมีคนไทยพำนักอยู่ 28,000 ถึง 40,000 คน (และอาจสูงถึง 50,000 คนหากรวมกลุ่มที่ไม่ได้ลงทะเบียน) กระจายตัวอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมซึ่งมักขาดแคลนห้องหลบภัยที่มั่นคง ข้อมูลจาก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ระบุว่าอิสราเอลคือเป้าหมายหลักที่อิหร่านประกาศจะโจมตีหากเกิดสงคราม รัฐต้องเร่งประสานหน่วยงาน PIBA ของอิสราเอล เพื่อยืนยันว่าแรงงานไทยทุกคนต้องเข้าถึง "Safe Zone" และมีแผนอพยพทางบกไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่ชัดเจน
• ในอิหร่าน (จุดยุทธศาสตร์): แม้จะมีคนไทยเพียงประมาณ 300-350 คน แต่ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเตหะรานซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตีทางอากาศ ล่าสุด สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้เตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ เมืองอาโมล (Amol) ซึ่งห่างออกไป 200 กม. เพื่อรองรับการอพยพจากเขตเมืองหลวง แต่คำถามคือหากเกิดการโจมตีพร้อมกันหลายจุด พื้นที่หลบภัยเหล่านี้จะเพียงพอและเข้าถึงได้ทันเวลาหรือไม่?
ข้อมูลติดต่อฉุกเฉินสำหรับคนไทยในพื้นที่
หากท่านหรือญาติมิตรพำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โปรดบันทึกข้อมูลติดต่อเหล่านี้ไว้เพื่อขอความช่วยเหลือทันที:
1. สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ (อิสราเอล)
• ฝ่ายกงสุล ( Hotline ฉุกเฉิน 24 ชม.): +972 54 636 8150 หรือ +972 50 367 3195
• ฝ่ายแรงงาน: +972 54 469 3476
• Facebook: Royal Thai Embassy, Tel Aviv
2. สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน (อิหร่าน)
• เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน: +98 912 159 8699 หรือ +98 912 500 7933
• โทรศัพท์สำนักงาน: +98 21 7764 3295
• Facebook: Thailand in Iran
3. กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (ประเทศไทย)
• Call Center: 02 572 8442 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
ความเตรียมพร้อมคือทางรอดเดียว
สถานการณ์เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 นี้ มีองค์ประกอบของความเสี่ยงที่ชัดเจนกว่าครั้งใดๆ การเตรียมแผนรับมืออย่างเป็นระบบ มีสติ และไม่ประมาท คือสิ่งเดียวที่จะรับประกันได้ว่า เมื่อเสียงระเบิดลูกแรกดังขึ้น พี่น้องคนไทยของเราจะมีเส้นทางที่ปลอดภัยในการกลับบ้าน ขอให้รัฐบาลไทยยกระดับการดูแล และสื่อสารกับพลเมืองอย่างใกล้ชิดที่สุดในชั่วยามที่วิกฤตนี้