เมื่อโลกขยับใกล้สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน “กฤษฎา” ชี้จุดเสี่ยงที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ
28 ก.พ. 2569
คนไทย 5 หมื่นกำลังเสี่ยง!! เมื่อโลกขยับใกล้สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน “กฤษฎา” วิเคราะห์จุดเสี่ยง ทิศทางที่เป็นไปได้ อะไรที่รัฐบาลไทยต้องเร่งดำเนินการ
ข่าว
28 ก.พ. 2569
คนไทย 5 หมื่นกำลังเสี่ยง!! เมื่อโลกขยับใกล้สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน “กฤษฎา” วิเคราะห์จุดเสี่ยง ทิศทางที่เป็นไปได้ อะไรที่รัฐบาลไทยต้องเร่งดำเนินการ
28 กุมภาพันธ์ 2569 อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระในสหรัฐฯ เขียนบทความเกี่ยวกับสถานการณ์ตรึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ส่อลุกลามกลายเป็นสงคราม โดยระบุว่า คำถามสำคัญที่โลกต้องเผชิญในเช้าวันนี้คือ : สหรัฐฯ กำลังเตรียมเปิดฉากโจมตีอิหร่านจริงหรือไม่? และที่สำคัญยิ่งกว่าสำหรับเราคือ ชะตากรรมของคนไทยกว่า 50,000 ชีวิตในพื้นที่ขัดแย้งจะเป็นอย่างไร?
ในโลกของความมั่นคง คำสั่งอพยพเจ้าหน้าที่ทางการทูตคือ "ดัชนีชี้วัดสงคราม" ที่แม่นยำที่สุด การที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อนุมัติการอพยพเจ้าหน้าที่บางส่วนออกจากอิสราเอล (Authorized Departure) ตามคำแนะนำของเอกอัครราชทูต ไมค์ ฮัคคาบี ที่ย้ำว่า "ต้องออกวันนี้" คือสัญญาณค่อนข้างชัดเจนว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้อย่างปุบปับ
หากเราพิจารณารวมกับการที่ จีน ซึ่งมักจะวางตัวเป็นกลางและระมัดระวัง ได้สั่งให้พลเมืองออกจากอิหร่านทันที พร้อมๆ กับ ออสเตรเลีย และ เนเธอร์แลนด์ ที่เริ่มขยับฐานที่มั่นและระงับเที่ยวบิน นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการ "ล้างกระดาน" (Clearing the Decks) เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับสถานการณ์เลวร้ายที่สุดนั่นคือการปะทะกันทางทหารขนานใหญ่
ในแวดวงความมั่นคงระดับโลก ขณะนี้ความเห็นถูกแบ่งออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ซึ่งแต่ละด้านมีน้ำหนักที่น่ารับฟังและชวนให้ติดตามอย่างยิ่ง:
1.ฝ่ายที่เชื่อว่า "สงครามคือทางเลือกสุดท้ายที่มาถึงแล้ว"
กลุ่มนักวิเคราะห์สายเหยี่ยวมองว่า สัญญาณครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการข่มขู่ แต่เป็นการ "เตรียมสนามรบ" (Shaping the Battlefield) ที่สมบูรณ์แบบที่สุด การประจำการของกองเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ถึง 2 ลำ ได้แก่ USS Gerald R. Ford และ USS Abraham Lincoln พร้อมด้วยหมู่เรือพิฆาตและเรือดำน้ำที่บรรทุกขีปนาวุธ Tomahawk กว่าร้อยลูก คือการจัดวางกำลังในลักษณะ "First Strike Capability" หรือความสามารถในการทำลายล้างเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของอิหร่านให้ราบคาบได้ภายในระลอกเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ยื่นคำขาดให้อิหร่านยอมจำนนในโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธแบบเบ็ดเสร็จ ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ "สร้างเงื่อนไขที่ไม่มีใครรับได้" เพื่อใช้เป็นความชอบธรรมทางการเมือง (Legal & Political Justification) ในการประกาศว่า "วิถีทางการทูตสิ้นสุดลงแล้ว" ก่อนจะกดปุ่มสั่งการโจมตีจริง
2. ฝ่ายที่มองว่าเป็น "ยุทธการกดดันขั้นสูงสุด" (The Ultimate Leverage)
ในทางกลับกัน นักยุทธศาสตร์สายพิราบและนักเศรษฐศาสตร์มองว่านี่คือการใช้ "ทฤษฎีคนบ้า" (Madman Theory) ของทรัมป์ เพื่อบีบให้อิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาในสภาวะที่เสียเปรียบที่สุด สหรัฐฯ ทราบดีว่า การเปิดสงครามเต็มรูปแบบกับอิหร่าน จะส่งผลกระทบลูกโซ่ที่ประเมินค่าไม่ได้ โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานเกิน $150 ต่อบาร์เรล ทันที ภาวะเงินเฟ้อรุนแรงที่ตามมาอาจกลายเป็น "ระเบิดเวลา" ที่ทำลายคะแนนนิยมของรัฐบาลทรัมป์เอง
นอกจากนี้ การที่กองกำลังตัวแทนอย่างฮิซบอลเลาะห์ พร้อมจะตอบโต้ด้วยการยิงจรวดนับแสนลูกใส่อิสราเอล ทำให้ความเสี่ยงของสงครามครั้งนี้สูงเกินกว่าที่วอชิงตันจะยอมจ่ายได้ง่ายๆ การอพยพเจ้าหน้าที่และการขู่เข็ญในสัปดาห์นี้ จึงอาจเป็นเพียงการสร้าง "ภาพหลอนของสงคราม" เพื่อให้ได้มาซึ่ง "ชัยชนะโดยไม่ต้องรบ" ในวินาทีสุดท้ายนั่นเอง
ท่ามกลางเกมมหาอำนาจ สิ่งที่รัฐบาลไทยต้องตระหนักคือชีวิตของพี่น้องชาวไทยที่ตกอยู่ในเป้าหมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้:
• ในอิสราเอล (ความเสี่ยงสูงสุด): ปัจจุบันมีคนไทยพำนักอยู่ 28,000 ถึง 40,000 คน (และอาจสูงถึง 50,000 คนหากรวมกลุ่มที่ไม่ได้ลงทะเบียน) กระจายตัวอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมซึ่งมักขาดแคลนห้องหลบภัยที่มั่นคง ข้อมูลจาก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ระบุว่าอิสราเอลคือเป้าหมายหลักที่อิหร่านประกาศจะโจมตีหากเกิดสงคราม รัฐต้องเร่งประสานหน่วยงาน PIBA ของอิสราเอล เพื่อยืนยันว่าแรงงานไทยทุกคนต้องเข้าถึง "Safe Zone" และมีแผนอพยพทางบกไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่ชัดเจน
• ในอิหร่าน (จุดยุทธศาสตร์): แม้จะมีคนไทยเพียงประมาณ 300-350 คน แต่ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเตหะรานซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตีทางอากาศ ล่าสุด สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้เตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ เมืองอาโมล (Amol) ซึ่งห่างออกไป 200 กม. เพื่อรองรับการอพยพจากเขตเมืองหลวง แต่คำถามคือหากเกิดการโจมตีพร้อมกันหลายจุด พื้นที่หลบภัยเหล่านี้จะเพียงพอและเข้าถึงได้ทันเวลาหรือไม่?
หากท่านหรือญาติมิตรพำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โปรดบันทึกข้อมูลติดต่อเหล่านี้ไว้เพื่อขอความช่วยเหลือทันที:
1. สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ (อิสราเอล)
• ฝ่ายกงสุล ( Hotline ฉุกเฉิน 24 ชม.): +972 54 636 8150 หรือ +972 50 367 3195
• ฝ่ายแรงงาน: +972 54 469 3476
• Facebook: Royal Thai Embassy, Tel Aviv
2. สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน (อิหร่าน)
• เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน: +98 912 159 8699 หรือ +98 912 500 7933
• โทรศัพท์สำนักงาน: +98 21 7764 3295
• Facebook: Thailand in Iran
3. กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (ประเทศไทย)
• Call Center: 02 572 8442 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
สถานการณ์เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 นี้ มีองค์ประกอบของความเสี่ยงที่ชัดเจนกว่าครั้งใดๆ การเตรียมแผนรับมืออย่างเป็นระบบ มีสติ และไม่ประมาท คือสิ่งเดียวที่จะรับประกันได้ว่า เมื่อเสียงระเบิดลูกแรกดังขึ้น พี่น้องคนไทยของเราจะมีเส้นทางที่ปลอดภัยในการกลับบ้าน ขอให้รัฐบาลไทยยกระดับการดูแล และสื่อสารกับพลเมืองอย่างใกล้ชิดที่สุดในชั่วยามที่วิกฤตนี้
