นายบัณฑิต แป้นวิเศษ มูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า วันนี้กฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญที่บอกว่าให้ประชาชนสามารถรวมตัวเป็นสมาคม มูลนิธิ หรือกลุ่มต่างๆ แต่ในความเป็นจริงคือการรวมตัวเจรจาต่อรองของประชาชน และแรงงานยังไม่เป็นผล เพราะรัฐบาลทุกสมัย ยังไม่รับรองอนุสัญญา ILO ฉบับ 87 และ 98 นี่คือตัวอย่างการลดทอนอำนาจการต่อรองของแรงงาน ทั้งนี้หากมีรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ร่างโดยเผด็จการ หมายถึงจิตวิญญาณแห่งการรวมตัว การพัฒนากฎหมายที่จะทำให้ประชาชน
โดยเฉพาะแรงงานไม่สามารถขยับไปได้ บนพื้นฐานกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ฉบับ 2541 หรือฉบับปัจจุบันที่ยังไม่รวมแรงงานบางประเภท เช่น คนทำงานบ้าน แรงงานภาคเกษตร แรงงานภาครัฐตามสัญญาจ้าง และแรงงานลูกครึ่งหรือแรงงานตามแพลตฟอร์มที่ทำงานเยี่ยงทาสบนสัญญาจ้างที่เขาไม่ยอมเป็นนายจ้าง จะได้ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ไม่ต้องดูแลสวัสดิการของคนทำงาน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนอยู่ภายใต้กฎหมายใหญ่อย่างรัฐธรรมนูญ แต่กลับขัดแย้งกัน ดังนั้นวันนี้ตนจึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์กาเห็นชอบแก้รัฐธรรมนูญใหม่
นางสาวเพชรลดา ศรัทธารัตนตรัย แกนนำเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ ความตอนหนึ่งระบุว่า วิกฤติทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่ประเทศไทยเผชิญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีรากฐานสำคัญมาจากโครงสร้างของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ซึ่งตั้งอยู่บนฐานคิดของการรวมศูนย์อำนาจ การสืบทอดอำนาจทางการเมือง เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนถดถอย สะท้อนโครงสร้างทางการเมืองที่ไม่ยอมรับเสียงที่แตกต่าง การลดทอนการมีส่วนร่วมและการตรวจสอบของประชาชนในด้านต่างๆ เป็นการปิดปากประชาชนที่ออกมาปกป้องผลประโยชน์ชาติ และการส่งเสริมบทบาทของกลุ่มทุนขนาดใหญ่โดยขาดการกำกับจากสังคม โครงสร้างดังกล่าวทำลายหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสของประเทศ จนประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีระดับความโปร่งใสต่ำในเวทีโลก เศรษฐกิจเติบโตต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ความเหลื่อมล้ำทางรายได้และโอกาสเพิ่มสูงขึ้น
“ดังนั้นเราจึงเห็นร่วมกันว่า การใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ควบคู่กับการร่วมลงประชามติเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้จะเป็นหนทางสำคัญและจำเป็นในการคลี่คลายทางตันของประเทศ เพื่อเปิดประตูบานแรกในการคืนอำนาจการกำหนดกติกาสูงสุดให้แก่ประชาชน โดยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน โปร่งใส ตรวจสอบได้ กระจายอำนาจ รับรองและคุ้มครองสิทธิประชาชนทุกกลุ่ม คุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อเป็นฐานการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ มุ่งไปสู่การพัฒนาที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์อย่างเสมอหน้าภายใต้ภูมิรัฐศาสตร์และปัจจัยท้าทายในโลกยุคใหม่” นางสาวเพชรลดา กล่าว
นายชูวิทย์ จันทรส เลขานุการขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน ได้อ่านบทกวี ชื่อ ประชามติ รัฐธรรมนูญ ก่อนจบกิจกรรม ซึ่งประพันธ์โดยนายวิสุทธิ์ ขาวเนียม เจ้าของรางวัลศิลปาธร ปี 2567 สาขาวรรณศิลป์ ใจความว่า “ขออนาคตเราคืนตื่นขึ้นเถิด อย่าให้ความมืดชักเชิดละเมิดสิทธิ์ สร้างความหวังพลังใจให้ชีวิต ล้างยาพิษที่กร่อนกัดรัฐธรรมนูญ หากยินยอมต่ออธรรมเขียนคำสาป สายลมแห่งเสรีภาพจะสิ้นสูญ บ้านเมืองยับลับล่อสิ่งสมบูรณ์ ความสุขใดจะค้ำคูนประชาชน มาปลดทิ้งปลิงทากสร้างรากฐาน เพื่อลูกหลานไม่ติดบ่วงไม่ร่วงหล่น สู่หุบเหวเปลวไฟในวังวน ซึ่งคนเพียงไม่กี่คนผูกขาดคุม มือจับมือเริ่มต้นใหม่ก้าวไปต่อ ข้ามผ่านพ้นกลล่อโคลนบ่อหลุม ขับไล่หมอกเมฆดำเวียนซ้ำคลุม มรสุมประเทศนี้ต้องคลี่คลาย ขออนาคขออนาคตเราคืนยืนยันสิทธิ์ กำหนดทิศกำหนดทางสร้างความหมาย เมื่อชาติคือประชาชนเกลื่อนกล่นกราย ประชาชนต้องเป็นฝ่ายเคลื่อนพลัง ออกไปเปิดขอบฟ้ากะลาครอบ ร่วมเห็นชอบต้อนรับแสงแห่งความหวัง ฟื้นประเทศขึ้นจากซากผุพัง ปลูกดอกไม้ให้สะพรั่งทั้งแผ่นดิน...ปลูกดอกไม้ให้สะพรั่งทั้งแผ่นดิน”