svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"อภิสิทธิ์" ปราศรัยสงขลาขอวัดใจเขต 4 ย้ำกินเหยื่ออย่ากินเบ็ด

02 ก.พ. 2569

หาดใหญ่สนั่นฟ้า! "อภิสิทธิ์" ซัด! นายกฯ ยุบสภาหนีซักฟอกกลัวตายคาสภา ไม่คิดถึงคนหาดใหญ่รอเงินเยียวยา - ขอวัดใจเขต 4 ส่งสัญญาณทั่วประเทศสู้ทุนเทา ปลุกคนสงขลา "กินเหยื่อแต่อย่ากินเบ็ด"

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ ''สงขลา ฟ้าคืนใต้: หาดใหญ่ สนั่นฟ้า'' ที่ลานศูนย์การค้าโรบินสัน หน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่ โดยได้ย้ำถึงการกลับมาสู่การเมือง เป็นหัวหน้าพรรคฯ ครั้งนี้ว่า เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในพรรคฯ ตนจึงต้องตัดสินใจ และพรรคการเมืองพรรคเดียวที่ตนจะกลับมาได้ คือ พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น เพราะตนแน่วแน่ว่า จะมีพรรคเดียว เชียร์ฟุตบอลก็เชียร์ทีมเดียว และมีภรรยาคนเดียว เพราะแม้เป็นคนกรุงเทพฯ แต่เหมือนคนภาคใต้ที่ใจเดียวพรรคเดียว 

"อภิสิทธิ์" ปราศรัยสงขลาขอวัดใจเขต 4 ย้ำกินเหยื่ออย่ากินเบ็ด "อภิสิทธิ์" ปราศรัยสงขลาขอวัดใจเขต 4 ย้ำกินเหยื่ออย่ากินเบ็ด

นายอภิสิทธิ์ ยังย้ำว่า การกลับมาครั้งนี้ ตนจะไม่ยอมให้เงิน หรือทุนเทา มาครอบงำการเมือง เพราะการเมืองที่มีเรื่องเงิน เรื่องประโยชน์ เพื่อหวังอำนาจ และเงินทองนั้น ทำร้ายประเทศและประชาชน ทำเศรษฐกิจแย่ สังคมไม่มีความเป็นธรรม ปัญหาประชาชนถูกละเลย ซึ่งตนแปลกใจว่า บางพรรคการเมืองเดินทางมาภาคใต้ และโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า เลือก สส.พรรคประชาธิปัตย์มาหลายสิบปี ทำไมไม่พัฒนาเรื่องต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่ สส.ในสภาฯ ไม่สามารถนึกสนุกเขียนโครงการและของบประมาณได้ ทำได้เพียงยกมือโหวตงบประมาณให้ผ่านสภา ผู้ที่ทำโครงการต่าง ๆ คือรัฐบาล และโครงการที่พูดถึงส่วนใหญ่คือ กระทรวงคมนาคม ซึ่งชีวิตการเมือง 30 ปีของตน พรรคประชาธิปัตย์ คุมกระทรวงคมนาคม 2 ปี แต่ก็พยายามผลักดันรถไฟความเร็วสูง และถนนมาตลอด แต่พรรคที่คุมกรระทรวงคมนาคมมานานที่สุด คือ พรรคที่มาด่าพรรคประชาธิปัตย์ มีเลือกตั้งที ก็มาขู่ที รู้จักคนใต้น้อยไป

"อภิสิทธิ์" ปราศรัยสงขลาขอวัดใจเขต 4 ย้ำกินเหยื่ออย่ากินเบ็ด

นายอภิสิทธิ์ ยังระบุว่า ปัญหาที่แก้ไม่ได้ของพรรคดังกล่าวฯ เชื่อว่า ประชาชนหาดใหญ่จะทราบดี คือ เหตุการณ์อุทกภัย ตนได้ลงพื้นที่ก่อนที่ฝนจะตกหนัก ดังนั้น ตนจึงประทับใจว่า ประชาชนมาให้กำลังใจ และขอบคุณที่กลับมา ทำให้ประชาธิปัตย์กลับมา 4 เดือนที่แล้ว ประชาธิปัตย์ คือพรรคที่กำลังจะสูญพันธุ์ ไม่มีอนาคต ขอให้ผู้ที่วิเคราะห์ในวันนั้น มาดูภาพในวันนี้ 

"อภิสิทธิ์" ปราศรัยสงขลาขอวัดใจเขต 4 ย้ำกินเหยื่ออย่ากินเบ็ด

นายอภิสิทธิ์ ยังระบุว่า ในวันนี้ตนใส่เสื้อที่เขียนว่า ''ไปหาดใหญ่คราวนั้น ฉันยังจดจำ'' ซึ่งคราวนั้น คือวันที่น้ำท่วมหาดใหญ่ ซึ่งตนลงมาดูการช่วยเหลือประชาชน และจดจำได้ เพราะเห็นความทุกข์ของชาวหาดใหญ่อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ตนอยู่การเมืองในปี 2543 และ 2553 ก็ไม่เคยเห็นรุนแรงเท่านี้ และตกยังตกใจต่อการบริหารจัดการ ตั้งแต่ตนลงเครื่องบินมาก็เห็นประชาชนนอนที่สนามบิน เพราะเข้าเมืองไม่ได้ และไม่มีรถสูง ซึ่งตนลงเครื่องมา เห็นคนนอนที่สนามบิน เพราะเข้าเมืองไม่ได้ ตนจะไปจุดนักหมาย ก็ไม่มีรถสูงพอที่จะฝ่าน้ำเข้าไป และเอกชน หรือมูลนิธิต่าง ๆ มาช่วยชาวหาดใหญ่ ก็ไม่สามารถมีใครบอกได้ว่า จะต้องไปช่วยจุดใด แม้ทางการจะให้อพยพ ประชาชนก็อพยพไม่ได้ เพราะไม่รู้จุดอพยพ และน้ำท่วมถึงชั้น 2 แล้ว เมื่อตนเห็นทหารเข้ามาช่วย ทหารก็บอกว่า ไม่มีใครสั่งการแผนการใด ๆ รู้จากที่ประชาชนบอกต่อ ๆ กันมา และประชาชนจะโทรไปที่ไหน มีเบอร์โทรศัพท์หลายเบอร์ และติดต่อยากยิ่งกว่าสั่งไก่ทอดอีก ตนจึงสะท้อนใจ เพราะผู้ที่อยากจะช่วยเหลือไม่สามารถเข้าไปได้ แต่เห็นรถคันใหญ่จอดอยู่ในหน่วยงาน ซึ่งเป็นความเจ็บปวด เมื่อตนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ความต้องการที่สำคัญคือสุด คือการจัดการที่เป็นเอกภาพ คืนนั้น รัฐบาลจึงประกาศภาวะฉุกเฉิน ซึ่งทำให้สับสนยิ่งกว่าเดิม เพราะมีผู้บัญชาการสูงสุด เป็นผู้อำนวยอำนวยการสถานการณ์ และยังมีการตั้งศูนย์ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นคนดูแล และยังมีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์น้ำ และเมื่อเหตุการณ์ผ่านพ้นไป ตนก็ได้กลับมาที่หาดใหญ่อีกครั้ง เพื่อคุยกับภาคธุรกิจที่ต้องการมาตรการเยียวยา และการระดมช่างมาซ่อมบ้าน ฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ

"อภิสิทธิ์" ปราศรัยสงขลาขอวัดใจเขต 4 ย้ำกินเหยื่ออย่ากินเบ็ด

นายอภิสิทธิ์ ยังได้เล่าย้อนไปเมื่อปี 2553-2554 ว่า สามารถทำได้ ในช่วงที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีมีการเยียวยาเร็ว ไม่มีปัญหา และมีการปล่อยสินเชื่อไร้ดอกเบี้ยทันที แต่นายกรัฐมนตรีปัจจุบัน ก็เหมือนจะขึงขังต่อการเยียวยาแต่กลับยุบสภา จนทำให้งบกลางกรณีฉุกเฉิน ไม่สามารถอนุมัตได้ ต้องขออนุญาตจาก กกต.ก่อน เพราะอยู่ในช่วงหาเสียง แต่ตนกลับมาวันนี้ ได้พูดคุยกับภาคธุรกิจอีกครั้ง ก็ได้รับคำตอบว่า ทุกอย่างเหมือนหยุดชะงัก และประชาชนต้องช่วยตัวเอง ซึ่งเหตุที่นายกรัฐมนตรียุบสภา โดยอ้างว่าเพราะไม่อยากถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจและไม่อยากตายคาสภานั้น นายกรัฐมนตรี คิดถึงพี่น้องคนหาดใหญ่บ้างหรือไม่ ดังนั้น เรื่องดังกล่าวชาวหาดใหญ่ ต้องหันกลับมาเลือกการเมืองสุจริต และการเมืองที่อยู่กับชีวิตจิตใจประชาชนจริง ๆ ซึ่งต่อให้ยุบสภาแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ที่แข่งขันเลือกตั้ง สส.ด้วย และถ้ารัฐบาลจะใช้เงินเยียวยา และต้องขอ กกต.พรรคประชาธิปัตย์ไม่กังวลใด ๆ เพื่อชาวหาดใหญ่และประชาชนชายแดน แต่จนถึงวันนี้ ประชาชนก็ยังไม่ได้รับการเยียวยา ดังนั้น หลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ตนจะย้ำอีกว่า เลือกตั้งแล้วเอาเงินมาเยียวยาเสียที พร้อมยอมรับว่า รัฐบาลได้มีจ่ายไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีเรื่องอีกมากที่ต้องรอความช่วยเหลือ 

 

นายอภิสิทธิ์ ยังยืนยันว่า เรื่องดังกล่าว หากพรรคประชาธิปัตย์กลับไปเป็นรัฐบาล จะเดินหน้าเต็มที่อย่างรวดเร็ว และจะต้องทำมากกว่านั้น เพราะนอกจากจะต้องฟื้นสภาพเมืองแล้ว จะต้องฟื้นเศรษฐกิจด้วย ทั้งการท่องเที่ยว ฯลฯ เพื่อให้เงินหมุนเวียนในจังหวัดโดยเร็ว และจะต้องนำบทเรียนจากการบริหารจัดการ ไปปรับปรุงไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นอีก ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าแล้ว ในโครงการพัฒนาหาดใหญ่ เพื่อรับมือน้ำท่วมในอนาคต มีทางด่วนน้ำ ให้น้ำลงทะเลโดยเร็วที่สุด ซึ่งนางการดี ไปปรึกษากับธนาคารโลก และหน่วยงานอื่น ๆ แล้ว และจะต้องยกระดับ ปภ.ไม่ให้เกิดสภาพปัญหาการสั่งการ หรือขั้นตอนที่วุ่นวานกับประชาชน จะต้องให้ประชาชนติดต่อได้ตลอดเวลา และซ้อมการอพยพให้รู้ว่า หากอยู่ในพื้นที่ใดเกิดเหตุแล้วจะต้องอพยพไปที่ใด เพื่อจัดระบบการช่วยเหลือให้พร้อมเมื่อต้องอพยพ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมพร้อมแล้ว เพราะมีการประเมินว่า 3-4 ปีนี้ อาจเกิดเหตุซ้ำอีก 

 

นายอภิสิทธิ์ ยังย้ำว่า ตนมาทวงการเมืองสุจริต ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจที่ดี เพราะนักลงทุนไม่มาลงทุน เพราะกลัวการจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับนักการเมือง และต้องการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ดังน้น จึงเป็นสาเหตุที่บ้านเมืองต้องสุจริต และการทำโครงการต่าง ๆ จะต้องไม่มีประโยชน์แอบแฝง โดยเฉพาะผู้รับเหมา หรือเอื้อธุรกิจตัวเอง แต่จะต้องเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์สูงสุด และหากพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล จะต้องมีการเชื่อมภาคใต้สู่โลกด้วยโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ และเปิดทางให้ 2 ฝั่งทะเล เชื่อมโยงกันได้ ทั้งอ่าวไทย และอันดามัน แต่จะไม่ทำแลนด์บริดจ์ที่ไม่คุ้มค่า และประชาชนไม่สนับสนุน ดังนั้น จึงควรใช้พื้นที่จังหวัดสงขลา ทำท่าเรือฝั่งอ่าวไทย ไปเชื่อมอันดามันกับมาเลเซีย ซึ่งเป็นความร่วมมืออาเซียน ดึงการลงทุนมาซื้อยางพารา ทำให้ยางพารา ราคาขึ้นไปอย่างน้อย 80 บาท ซึ่งในอดีตตนเคยสามารถทำได้ถึง 180 บาท 

"อภิสิทธิ์" ปราศรัยสงขลาขอวัดใจเขต 4 ย้ำกินเหยื่ออย่ากินเบ็ด

นายอภิสิทธิ์ ยังได้แนะนำผู้สมัคร สส.สงขลาของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 9 เขตการเลือกตั้ง ซึ่งในช่วงหนึ่งได้แนะนำนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง หรือ สิงโต ผู้สมัคร สส.สงขลา เขตการเลือกตั้งที่ 9 ซึ่งถือว่า มีประวัติและความท้าทาย โดยในช่วงจังหวะที่ตนเป็นอาจารย์พิเศษในสถาบันพระปกเกล้า นายศักดิ์สิทธิ์ได้ไปเรียน และทำให้ตนได้พบกับนายศักดิ์สิทธิ์ โดยนายศักดิ์สิทธิ์ ย้ำว่า อยากทำงานทางการเมืองร่วมกับตน ซึ่งตนก็บอกว่า ตนไม่รู้อนาคตหรอก แต่ถ้ามีโอกาสนายศักดิ์สิทธิ์ต้องไม่ย้ายพรรค แล้ววันที่มรสุมการเมืองเข้ามา ความคิดทางการเมืองหลากหลาย แต่นับถือน้ำใจจนวันนี้ ในขณะที่มีความไม่แน่นอนว่าคนในครอบครัวจะเอาอย่างไร แต่นายศักดิ์สิทธิ์ ก็ประกาศว่า จะอย่างไรก็ตามเขาอยู่ประชาธิปัตย์

 

“ นี่ว่าสิงโตหล่อแล้ว ลูกชายเขาหล่อมาก นี่คือตัวอย่างของความเด็ดเดี่ยว ด้วยการตกผลึกแล้วว่า ความคิดอุดมการณ์ คืออะไร จากนโยบายที่ผมพูดมาทั้งหมด เขาต้องเข้าใจแล้วว่านี่คือวิธีคิดแบบประชาธิปัตย์” นายอภิสิทธิ์กล่าว

 

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่วัดใจคนสงขลาว่า คนที่ถูกอนุกรรมการ ปปง.กำลังจะยื่นส่งศาลให้ยึดทรัพย์ ซึ่งเชื่อว่า เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ หรือธุรกิจผิดกฎหมาย เลือกตั้งชนะมาก็เสี่ยงสูง เพราะหากศาลเห็นด้วยก็จะขาดคุณสมบัติ ประเด็น คือ ชาวสงขลาจะส่งสัญญาณถึงคนทั้งประเทศได้อย่างไร ที่บอกว่า กลัวทุนเทา กลัวสแกมเมอร์ ซึ่งแน่นอนคนที่ศาลยังไม่ได้ตัดสิน คือ ผู้บริสุทธิ์ทางกฎหมาย แต่มาตรฐานการเมืองสากล ต้องหยุดเว้นวรรค เพื่อให้สอบสวน เพราะหากมีอำนาจ อาจจะเป็นอุปสรรค จึงเป็นเรื่องที่คนสงขลา จะบอกคนทั้งประเทศว่า จะวางมาตรฐานการเมืองอย่างไร ถ้าเราไม่ยอมรับ ไม่ว่าจะมีคดีหรือไม่ ตนเองไม่แน่ใจว่าคนทั้งประเทศจะมีความหวังมากน้อยแค่ไหนกับการเลือกตั้ง ทำไมไม่เปิดโอกาสให้คนใหม่ ที่ไม่มีคดีติดตัวเข้ามาทำงานเพื่อประชาชน 

 

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีคนปรามาสนายจูรี หรือมาด้อยค่าเป็นอินฟลูเอนเซอร์ หรือเป็นดาวติ๊กตอก จะเป็น สส.ได้อย่างไรว่า คนที่ด้อยค่าน่าจะเข้าใจอะไรผิด เพราะตนเจอนายจูรีครั้งแรก นายจูรีไปฟังตนปราศรัยที่ชลบุรี และให้ตนเซ็นหนังสือประมวลกฎหมายให้ และยิ่งกว่านั้น นายจูรี ไม่ได้จำกัดเฉพาะสิ่งที่ตนเรียนกฎหมาย แต่ก็ต้องทำมาหากิน จึงค้นพบว่า สามารถใช้เทคโนโลยีในการทำมาหากินได้ และประชาชนก็ประทับใจ เพราะนอกจากจะสนุก ได้ทำมาค้าขายแล้ว ยังสะท้อนสิ่งที่อยู่ในใจของประชาชน ตนจึงบอกว่า นายจูรี ไม่ใช่ สส.แต่เป็นร่างทรงประชาชน ผู้แทนประชาชนอยู่แล้ว และผิดอย่างไร ที่ทำมาหากินสุจริต และเข้าใจพี่น้อง ถ้าไม่ใช่ สส.และจะเป็นอะไร ซึ่งนายจูรี ตั้งใจทำ และในวันที่น้ำท่วมใหญ่ไม่เคยหยุด จนตนไม่สามารถติดต่อได้แม้จะเสี่ยงชีวิต ซึ่งผู้แทนประชาชน ควรเป็นเช่นนี้ รวมถึงนายศักดิ์สิทธิ์ด้วย 

 

นายอภิสิทธิ์ ยังย้ำว่า ประชาธิปัตย์กลับมาแล้ว และพร้อมที่จะเคียงบ่าเคียงไหล่ประชาชน ต่อสู้เพื่อการเมืองสุจริต แต่การเมืองเปลี่ยนไป ก่อนที่ตนจะมา มีผู้ขอให้ตนอยู่ช่วย สส.กรุงเทพฯ เพราะภาคใต้กระแสดีจนประชาชนเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์กลับมาแล้ว แต่นักวิเคราะห์ก็ยังบอกประชาธิปัตย์ มีแต่กระแส แต่ สส.เขตอาจจะไม่ได้ จนคู่แข่งยอมให้คนใต้เลือกประชาธิปัตย์ แต่บัตรสีเขียวขอแบ่ง ดังนั้น ไม่สามารถแบ่งได้ เพราะคนใต้ใจเดียว และที่แบ่งไม่ได้ เพราะหากต้องการให้ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ให้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ต่อคนสงขลาเลือก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคฯ จะได้เพียง 2 คนครึ่ง แต่ถ้าทุกเขตการเลือกตั้งสงขลา เลือกพรรคประชาธิปัตย์ จะได้ สส.ทันที 9 คน ดังนั้น บัตรสีเขียวสำคัญพอ ๆ กับบัตรสีชมพู 

 

ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์คะแนนนิยมดี แต่อาจไม่ได้ สส.เขตนั้น นายอภิสิทธิ์ ยอมรับว่า เป็นไปได้ เพราะมีทุนเทา และได้แปลงร่างเป็นแบงก์เทาแล้ว ซึ่งประชาชนบางส่วนได้รับไปแล้ว ดังนั้น ถ้าเอาแล้ว อย่าไปเลือก กินเหยื่อ แต่ไม่กินเบ็ด พร้อมขอย้ำว่า ไม่มีทางคุ้ม นักการเมืองจะเข้าไปโกงต่อพันล้าน แสนล้าน เสียโอกาสประชาชน เศรษฐกิจที่ควรจะดี ก็ไม่ดี หน้าตาประเทศก็ถูกคนต่างชาติมองในทางลบ ไม่คุ้มค่า ประชาชนจะอยู่แบบเดิม ๆ ไม่ได้ เพราะไม่ใช่อนาคตของประเทศและคนไทยที่ควรจะเป็น ดังนั้น ที่ตนกลับมาครั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ตนต้องการทำให้สำเร็จ คือ การเมืองสุจริต ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคฯ ต่อสู้กับคนใต้มากว่า 10 ปี ดังนั้น ถึงเวลาที่จะต้องช่วยกันไล่ทุนเทา และคนซื้อเสียงออกจากภาคใต้อย่างสิ้นเชิ้ง ด้วยการเลือกพรรคประชาธิปัตย์ทุกเขตเลือกตั้ง และบัตรสีชมพู ก็ต้องเลือกพรรคประชาธิปัตย์ด้วย   

"อภิสิทธิ์" ปราศรัยสงขลาขอวัดใจเขต 4 ย้ำกินเหยื่ออย่ากินเบ็ด "อภิสิทธิ์" ปราศรัยสงขลาขอวัดใจเขต 4 ย้ำกินเหยื่ออย่ากินเบ็ด

ขณะที่ บรรยากาศการปราศรัยใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ ''สงขลา ฟ้าคืนใต้: หาดใหญ่ สนั่นฟ้า'' ที่ลานศูนย์การค้าโรบินสัน หน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่ในครั้งนี้ มีประชาชนมารับฟังการปราศรัยอย่างเนืองแน่น เก้าอี้ที่พรรคจัดเตรียมไว้ 10,000 ตัวเต็มทั้งหมด จนประชาชนต้องยืนรับฟังการปราศรัย และส่วนหนึ่งมีประชาชน รับฟังจากอาคารจอดรถของศูนย์การค้าโรบินสัน รวมถึงยังมีประชาชนที่รับฟังจากช่องทางออนไลน์ ผ่านเพจพรรคประชาธิปัตย์กว่า 44,000 คน และยังมีสื่อมวลชน เชื่อมสัญญาณการถ่ายทอดต่อ ซึ่งมีผู้เข้าชมกว่า 87,000 คน