“วันวิชิต" มอง "พท.-ปชน." กลับมาจูบปากกันได้ ปมแค้นคลี่คลายแล้ว
28 ม.ค. 2569
“วันวิชิต" มอง "เพื่อไทย-ประชาชน" กลับมาจูบปากกันได้หลังเลือกตั้ง ปมแค้นคลี่คลายแล้ว ชี้นโยบายด้านต่างประเทศ ถ้ายึดผลประโยชน์ชาติ ก็ไม่น่าห่วง
ข่าว
28 ม.ค. 2569
“วันวิชิต" มอง "เพื่อไทย-ประชาชน" กลับมาจูบปากกันได้หลังเลือกตั้ง ปมแค้นคลี่คลายแล้ว ชี้นโยบายด้านต่างประเทศ ถ้ายึดผลประโยชน์ชาติ ก็ไม่น่าห่วง
28 มกราคม 2569 ที่ ม.รามคำแหง นายวันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาชน จะจับมือกับพรรคเพื่อไทย มีทางเป็นไปได้หรือไม่ เพราะความสัมพันธ์ระหว่าง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ น่าจะคุยกันได้ง่ายกว่า ว่า สิ่งที่คนตั้งข้อสงสัยว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะไม่มีการเลือกตั้ง ในกรณีเรื่องของความมั่นคง กัมพูชาจะมาสร้างเหตุการณ์หรือไม่ เรื่องนี้เป็นข้ออ้าง แต่จริงๆ แล้วเป็นความกังวลใจของฝ่ายจารีต หรือพลังอนุรักษ์นิยม ถ้ามองผลการเลือกตั้งปี 66 ที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย 2 พรรคนี้รวมคะแนนกันถึง 292 เสียง เกินกึ่งหนึ่งโดยไม่ต้องอาศัยเสียงของสมาชิกวุฒิสภา
ขณะที่การเลือกตั้งปี 69 ที่บอกว่า มีความแค้นกัน แต่ทุกอย่างคลี่คลายลงไปหมดแล้ว เพื่อไทยในขณะนั้น ก็ทำให้พรรคก้าวไกลรู้สึกขัดใจ เพราะหัก MOU ไปจับมือกับพรรคลุง เช่นเดียวกับพรรคประชาชน ก็หักดิบไม่ดีลกับพรรคเพื่อไทย ไปสนับสนุน นายอนุทิน เพราะฉะนั้นผลัดกันหยิกหลัง หายกันหมดแล้ว แต่ก็เป็นไปได้สูง ถ้าทั้ง 2 พรรคมีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง สามารถจับมือกันได้เลย แต่การเมืองอะไรที่ไม่เคยเกิดขึ้นก็เกิดขึ้นมาหมดแล้ว กลับมาจูบปากกันก็เกิดขึ้นได้
แต่ถ้าจับมือกันจริง ก็ต้องมีองค์ประกอบอย่างอื่นที่ท้าทาย ที่จะวางตัวบุคลากรไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสำคัญๆ และในภาวะแบบนี้พรรคเพื่อไทยก็ต้องคิดเยอะ คือ นายทักษิณ ชินวัตร ที่ตอนนี้พยายามจะเฟดออกมา กลายเป็นตัวประกันทางการเมืองอย่างไม่เป็นทางการหรือไม่ มีอะไรหลายๆ อย่างที่มองไม่เห็นมาบีบหรือไม่ ซึ่งต้องตั้งคำถามต่อไป
ส่วนนโยบายด้านการต่างประเทศ พรรคประชาชนกับเพื่อไทย จะอิงข้างสหรัฐฯ มากกว่า ขณะที่พรรคภูมิใจไทย มีนโยบายที่เป็นกลางนั้น นายวันวิชิต กล่าวว่า นโยบายด้านต่างประเทศสิ่งที่จะต้องคิดคำนวณให้หนักที่สุด คือความรู้สึกของผู้คนที่ยังติดพัน ยังไม่สามารถสลัดความคิดเรื่องความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ได้ ถ้าทั้ง 2 พรรคมีการเอื้อหรือนำไปสู่การสร้างบรรยากาศให้รู้สึกว่า เกิดความไม่ไว้วางใจ อันนี้น่าเป็นห่วง
ถ้าทั้ง 2 พรรคการเมืองให้ความสำคัญเรื่องนโยบายด้านความมั่นคง ในสิ่งที่ทำมายึดโยงผลประโยชน์ของชาติ ก็ไม่น่าเป็นห่วงอะไร แต่ก็ต้องสู้กับความหวาดระแวงของผู้คนมากกว่า ภูมิใจไทยก็ผ่านบททดสอบในตรงนี้มาแล้วว่า สามารถทำงานกับกองทัพได้ แต่เราก็ต้องยอมรับว่า การเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เราต้องมองอย่างละเอียด ตราบใดที่เพื่อนบ้านมองว่า เราเป็นฝ่ายคุกคาม ถ้าประนีประนอมจนเกินไป จนเสียผลประโยชน์แห่งชาติ ก็น่ากลัวเหมือนกัน เพราะฉะนั้นพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ต้องตระหนักและเข้าใจว่า ประชาชนไม่ได้กระหายสงคราม สงครามเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่เรื่องผลประโยชน์แห่งชาติ สิ่งที่กองทัพได้ทุ่มกำลังปกป้องดินแดน จะต้องมีคุณค่าเสมอ
ส่วนมองว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่พรรคประชาชนจะจับมือกับพรรคภูมิใจไทย นายวันวิชิต บอกว่า
อยู่ที่เงื่อนไข เพราะคำพูดพรรคประชาชน ก็มัดตัวไปแล้ว ถ้าพรรคนายอนุทินมาเป็นอันดับ 1 จะไม่ขานชื่อเป็นนายกฯ ซึ่งก็ต้องยึดผลการเลือกตั้งไว้ก่อน แต่ตอนนั้นก็จะเป็นคำพูดที่มัดตัวเอง ก็เป็นน่าห่วงเหมือนกัน
