“เนชั่นโพล” เผยผลสำรวจเลือกตั้ง 69 สีไหนเข้าวิน คว้าชัยเลือกตั้ง
28 ม.ค. 2569
สิ้นสุดการรอคอย! “เนชั่นโพล” เผยผลสำรวจเลือกตั้ง 69 ที่แม่นที่สุด การเลือกตั้งครั้งนี้ ที่สุดแล้วสีไหนเข้าวิน คว้าชัยเลือกตั้ง ผงาดเป็นแกนนำรัฐบาลใหม่
ข่าว
28 ม.ค. 2569
สิ้นสุดการรอคอย! “เนชั่นโพล” เผยผลสำรวจเลือกตั้ง 69 ที่แม่นที่สุด การเลือกตั้งครั้งนี้ ที่สุดแล้วสีไหนเข้าวิน คว้าชัยเลือกตั้ง ผงาดเป็นแกนนำรัฐบาลใหม่
28 มกราคม 2569 สิ้นสุดการรอคอย “เนชั่นโพล” เปิดผลสำรวจหลังเดินเคาะประตูบ้านคนไทยทุกภูมิภาคกว่า 1 หมื่นตัวอย่าง ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนหย่อนบัตรเลือกตั้ง ภาพรวมทั้งประเทศ พรรคประชาชนกับภูมิใจไทยเบียดกันยิ่งกว่าหายใจรดต้นคอ ส่วนเพื่อไทยตามมาเป็นอันดับ 3 แต่ก็สร้างเซอร์ไพรส์คะแนนพลิกนำหลายพื้นที่ “อ.เชษฐา” เผยผลเนชั่นโพลฉายภาพ “การเมืองตรีศูล” สามพรรคหลักหักกันไม่ลง
“เนชั่นโพล” ส่งทีมลงพื้นที่ภาคสนามในแบบ “เดินสำรวจ-เคาะประตูบ้าน” คนไทยทั่วทุกภาคของประเทศ โดยแบ่งเป็นกลุ่มจังหวัด 9 ภูมิภาค ลงลึกถึงระดับชุมชน หมู่บ้าน ทั้งในและนอกเขตเทศบาล จำนวนกลุ่มตัวอย่างแต่ละภูมิภาค 1,200 ตัวอย่าง รวมทั้งประเทศมากถึง 10,890 ตัวอย่าง
ผลสำรวจพบว่า ในระดับประเทศ ประชาชนมีแนวโน้มการเลือกตั้ง สส.เขต จากพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนมากที่สุด ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือร้อยละ 21.14 และ 21.11 ตามลำดับ (พรรคภูมิใจไทยมากกว่าเล็กน้อย) รองลงมาคือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 17.56 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 7.58 แต่มีคนที่ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 23.85
ส่วน สส.แบบบัญชีรายชื่อ ประชาชนมีแนวโน้มเลือกพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทยมากที่สุดใกล้เคียงกัน ที่ร้อยละ 21.89 และร้อยละ 20.59 ตามลำดับ (พรรคประชาชนมากกว่าเล็กน้อย) รองลงมาคือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 17.02 และพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 7.9 ส่วนที่ยังไม่ตัดสินใจ มีถึงร้อยละ 24.73
ผลสำรวจที่ออกมา หากเทียบกับการเลือกตั้งปี 66 ต้องถือว่าแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพราะคู่ชิงอันดับ 1 คือ พรรคเพื่อไทย กับพรรคก้าวไกล (ในขณะนั้น) ส่วนพรรคภูมิใจไทยมีความนิยมอยู่ที่ร้อยละ 11.08 ในระบบ สส.เขต และร้อยละ 9.62 ในระบบ สส.บัญชีรายชื่อ
จากผลสำรวจทั้งประเทศ คนส่วนใหญ่มากกว่าครึ่งหนึ่ง คือ ร้อยละ 64.6 มีแนวโน้ม การเลือก สส. เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นพรรคเดียวกันในการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนการเลือกไม่ใช่พรรคเดียวกัน อยู่ที่ร้อยละ 35.4
นอกจากนั้น คนส่วนใหญ่มากกว่าครึ่งหนึ่งยังมีแนวโน้มการเลือก สส. เขต ไม่เหมือนรอบที่แล้ว ถึงร้อยละ 58.58 ส่วนการเลือก สส. เขตพรรคเดิม เหมือนรอบที่แล้ว อยู่ที่ร้อยละ 41.42
สำหรับ สส. บัญชีรายชื่อ คนส่วนใหญ่มากกว่าครึ่งหนึ่ง มีแนวโน้มการเลือกไม่เหมือนรอบที่แล้วเช่นกัน คืออยู่ที่ร้อยละ 58.97 ส่วนการเลือก สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเดิม เหมือนรอบที่แล้ว อยู่ที่ร้อยละ 41.03
จากผลสำรวจทั้งประเทศ สิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐบาลใหม่แก้ไขเร่งด่วนใน 100 วันแรกมากที่สุด
อันดับ 1 คือ เพิ่มงาน-เพิ่มรายได้ (ค่าแรง/โอกาสทำมาหากิน/ช่วย SME) ร้อยละ 41.91
อันดับ 2 คือ ลดค่าครองชีพ โดยปรับโครงสร้างค่าน้ำ-ไฟ ขนส่งสาธารณะ/รถไฟฟ้าที่เข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม ร้อยละ 33.2
อันดับ 3 คือ การปราบคอร์รัปชันและการจัดการ “หนี้ครัวเรือน-หนี้นอกระบบ” ใกล้เคียงกันร้อยละ 23.27 และร้อยละ 22.05 ตามลำดับ
ขณะที่การออกเสียงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ คนส่วนใหญ่มีแนวโน้มเลือกเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 56.26 และเลือกไม่เห็นด้วย ร้อยละ 30.12
สำหรับผลสำรวจรายภูมิภาค 9 ภูมิภาค เฉพาะ 3 อันดับแรกที่ได้คะแนนสูงสุด สรุปได้ดังนี้
กรุงเทพมหานคร :
แนวโน้มการเลือกตั้ง สส.เขต - พรรคประชาชน ร้อยละ 28.84 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 19.24 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 14.84 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 24.99
แนวโน้มการเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคประชาชน ร้อยละ 29.34 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 18.92 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 14.75 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 25.16
ภาคกลาง :
แนวโน้มการเลือกตั้ง สส.เขต - พรรคประชาชน ร้อยละ 20.82 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 16.68 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 12.12 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 34.92
แนวโน้มการเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคประชาชน ร้อยละ 20.65 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 18.79 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 12.81 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 33.3
ภาคตะวันออก :
แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 19.11 พรรคประชาชน ร้อยละ 15.51 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 13.18 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 33.44
แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 19.49 พรรคประชาชน ร้อยละ 16.03 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 15.03 และไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 31.23
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน :
แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 28.58 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 25.81 พรรคประชาชน ร้อยละ 16.96 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 17.2
แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 31.06 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 23.33 พรรคประชาชน ร้อยละ 16.04 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 19.44
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง :
แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 27.05 พรรคประชาชน ร้อยละ 23.12 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 23.01 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 23.01
แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคประชาชน ร้อยละ 26.88 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 23.17 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 19.46 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 24.82
ภาคเหนือตอนบน :
แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 33.27 พรรคประชาชน ร้อยละ 30.83 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 9.34 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 15.02
แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคประชาชน ร้อยละ 32.91 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 31.74 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 9.26 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 15.56
ภาคเหนือตอนล่าง :
แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 28.87 พรรคประชาชน ร้อยละ 24.44
พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 17.47 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 10.87
แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 28.67 พรรคประชาชน ร้อยละ 24.77 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 17.35 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 11.22
ภาคใต้ตอนบน :
แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 33.54 พรรคประชาชน ร้อยละ 19.5 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 18.15 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 17.79
แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 34.6 พรรคประชาชน ร้อยละ 17.65 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 15.05 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 20.24
ภาคใต้ตอนล่าง :
แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 23.46 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 18.27 พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 10.28 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 27.65
แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 26.17 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 12.03 พรรคประชาชน ร้อยละ 11.43 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 33.01
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ผอ.เนชั่นโพล กล่าวว่า จากผลสำรวจภาพรวมในระดับประเทศ พบว่าการตัดสินใจเลือก สส.เขต พรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนมีคะแนนใกล้เคียงกันมาก ห่างกันแค่จุดทศนิยม คือ ร้อยละ 21.14 กับ 21.11
ส่วน สส.บัญชีรายชื่อ สัดส่วนของผู้เลือกพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยก็ไล่เลี่ยกัน แม้พรรคประชาชนจะมีคะแนนนำ แต่ก็ห่างกันไม่ถึงร้อยละ 2 คือ ร้อยละ 21.89 กับ 20.59
ในขณะที่ยังมีกลุ่มยังไม่ตัดสินใจอีกราวๆ 1 ใน 4 ทำให้โอกาสพลิกผันยังเกิดขึ้นได้ในช่วงโค้งสุดท้าย
เมื่อพิจารณาภาพรวมเชิงเปรียบเทียบในกลุ่มจังหวัด 9 ภูมิภาค ยังไม่พบว่า มีพรรคการเมืองใดที่มีคะแนนโดดเด่นเหนือพรรคการเมืองที่เป็นคู่แข่งในระดับนำด้วยกัน ระหว่าง พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย ทั้งสามพรรคยังมีพื้นที่กลุ่มจังหวัดที่เป็นเจ้าของ ผลัดกันนำผลัดกันตาม แม้ว่าโมเมนตัมจะไปทางพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยมากกว่าพรรคเพื่อไทยก็ตาม
ทั้งนี้ ถือว่าแตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเมื่อวันที่ 14 พ.ค.2566 ที่เป็นการเมืองสองขั้ว คือ ขั้วเสรีนิยมและขั้วอนุรักษ์นิยม แต่การเลือกตั้งในครั้งนี้วันที่ 8 ก.พ.2569 จากผลสำรวจเนชั่นโพล ปรากฏชัดว่าเป็นการเมือง 3 ขั้วเชิงประจักษ์โดยแท้จริง ซึ่งอาจเรียกขานลักษณะการเมืองเชิงสามขั้วนี้ได้ว่า “การเมืองตรีศูล”
