“มาร์ค” ขอชาวบ้านมองข้อดี ปชป. ขอทุกพรรคอย่าสร้างความแตกแยก
04 ม.ค. 2569 | titayu_pur

“มาร์ค” ช่วยหาเสียง กทม.เขตที่เคยได้เป็น สส.สมัยแรก ขอชาวบ้านหันมามองข้อดี "พรรคประชาธิปัตย์" ขณะที่ชาวบ้านโผสวมกอด บอกคิด รอกลับมา
ข่าว
04 ม.ค. 2569 | titayu_pur

“มาร์ค” ช่วยหาเสียง กทม.เขตที่เคยได้เป็น สส.สมัยแรก ขอชาวบ้านหันมามองข้อดี "พรรคประชาธิปัตย์" ขณะที่ชาวบ้านโผสวมกอด บอกคิด รอกลับมา
4 มกราคม 2569 พรรคประชาธิปัตย์ นำทีมโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยและ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายอภิมุข ฉันทวานิช (ออม) ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 32 เบอร์ ลงพื้นที่หาเสียงกรุงเทพมหานครเขต 4
โดยเริ่มที่ซอยเจริญกรุง 103 ที่ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเรือนของชาวบ้าน และมีการตั้งร้านร้านขาย อาหารตลอดทางมีประชาชนมาขอต้อนรับและให้กำลังใจผู้สมัคร และนายอภิสิทธิ์ อย่างคึกคัก ทั้งโต๊ะอิหม่ามและชาวบ้านหลายคนเข้ามาสวมกอด และบอกว่า คิดถึง รอการกลับมาของนายอภิสิทธิ์ มานาน
นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า เสียดายที่วันนี้ไม่ได้ชวนนายอภิรักษ์มาด้วย และเขตนี้ถือว่าเป็นเขต “อภิ” เพราะตนเป็น สส.สมัยแรกที่เขตนี้ และ หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล ก็เป็น สส.ที่นี่ และยังมีนายอภิรักษ์ โกษะโยธินอดีตผู้ว่าฯ กทม. ด้วย จึงเป็น 3 อภิ อยากให้มีอภิที่ 4 คือ อภิมุข ถ้าให้ดีต้องมีอีกหนึ่งคือ “อภินิหาร”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการลงพื้นที่ว่า ที่นี่มีความผูกพันกับพรรคประชาธิปัตย์มาอย่างยาวนาน เพราะตนเคยเป็น สส.สมัยแรก และหลังจากนั้นก็มีอดีต สส.หลายคนของพรรคประชาธิปัตย์ เช่นหม่อมหลวงอภิมงคล ขณะที่พ่อนายอภิมุข ก็เป็น สส.และ นายอภิมุข เป็น ส.ก.ของเขตนี้มาก่อน แม้ว่าตนจะห่างหายไปจากการเมือง ก็มาร่วมกิจกรรมที่นี่ วันนี้ตนลงพื้นที่ กทม.ทั้งหมด 4 เขต ช่วงเช้าได้ลงพื้นที่เขตบางกะปิ และได้เจอประชาชนที่ผูกพันกับพรรคประชาธิปัตย์ และบอกว่าจะกลับมาเลือกพรรคเป็นจำนวนมาก
ส่วนผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนล่าสุด ของนิดาโพล พื้นที่เขตสงขลา ทั้งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี สส. และ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ มีคะแนนสูงสุด 40.67% นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวขอบคุณชาวสงขลา ซึ่งเมื่อวานตอนลงพื้นที่หาดใหญ่ ได้พบปะกับประชาชนที่รอคอย ที่จะมีรัฐบาลมาฟื้นฟูหาดใหญ่ และเอาจริงเอาจังกับปัญหาหลายอย่างของจังหวัด ซึ่งตนได้ไปนำเสนอนโยบายหลายอย่างสำหรับหาดใหญ่
ส่วนขณะนี้เริ่มมีการตั้งข้อสังเกตถึงการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าว่า อาจจะเป็นการทุจริตซื้อเสียงล่วงหน้า ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้มีการตั้งข้อสังเกตถึงกรณีดังกล่าว ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามเรื่องนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากให้ กกต.มีความชัดเจนที่จะดูแลตรงนี้ เพราะการเลือกตั้งล่วงหน้า ถ้าเลือกในเขตก็ต้องมีเหตุผลที่ชัดเจนว่า เหตุใดจึงต้องเลือกล่วงหน้า ส่วนการเลือกนอกเขต เราเข้าใจอยู่แล้วว่า เป็นเรื่องที่ผู้มีสิทธิ์ไม่สะดวกกลับไปเลือกในเขตที่มีชื่อ จึงอยากให้ กกต.เอาจริงเอาจัง เพราะก็มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว พร้อมกับระบุว่า การเลือกตั้งล่วงหน้า กติกาหลายอย่างไม่เข้มงวดเท่าวันเลือกตั้งจริง
เมื่อถามถึงกรณีที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มีการติดต่อซื้อเสียงโหวตเลือก อ. เป็นนายกรัฐมนตรีล่วงหน้า ถ้าได้รับเลือกเป็น สส. นายอภิสิทธิ์ถึงกับหัวเราะ ก่อนกล่าวติดตลกว่า อ. มีหลายคน ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวว่า คงไม่ได้หมายถึงนายอภิสิทธิ์ นายอภิสิทธิ์จึงขอให้ไปย้อนถามนายนิพิฏฐ์จะดีกว่า และขณะนี้นายนิพิฏฐ์ก็ยังไม่ได้รายงานมายังตนแต่อย่างใด ทราบเพียงแต่ในข่าวเท่านั้น
เมื่อถามว่า ยังไม่ได้เลือกตั้ง แต่กลับกลายว่ามีการซื้อเสียงล่วงหน้า นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หวังว่าจะไม่มีเรื่องเหล่านี้ เพราะเป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์กันมา จนสภาเสียชื่อเสียงมาหลายปีแล้ว สิ่งหนึ่งที่พยายามพูดในครั้งนี้ว่า จะทำอย่างไรที่จะกอบกู้การเมืองสุจริต ไม่ให้ภาพลักษณ์ของสภา เป็นการหยิบยื่นผลประโยชน์ ให้ สส.และไม่มีวินัยพรรค และมีปัญหามาโดยตลอด รวมไปถึงมีการจับกลุ่มแยกค่าย อะไรต่างๆ ทำให้ประชาชนหมดศรัทธาในการเมือง
ส่วนกังวลหรือไม่ กับการแข่งขันเลือกตั้งที่มีการใช้เงิน นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ไม่กังวลเพราะรู้อยู่แล้วว่าต้องเจอกับอะไร เที่ยวนี้พยายามเชิญชวนประชาชน เมื่อวานที่หาดใหญ่ ดูแล้วประชาชนมีความตั้งใจ เข้มแข็ง เที่ยวนี้ไม่อยากให้เรื่องของทุนมาครอบงำแล้ว
ส่วนกังวลหรือไม่ว่า การหาเสียงในครั้งนี้มีการปลุกกระแส ให้ประชาชนเลือกข้าง ในการเลือกนักการเมือง นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า อยากให้ประชาชน เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ นั่นคือเจตนารมณ์ที่แสดงออกในการเลือกตั้ง ถ้าเราเป็นกังวลเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็จะวนเวียน เหมือนกับที่ผ่านมา สุดท้ายเราอาจจะสะใจดีใจชั่วคราว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไม่ได้ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้น
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ขณะนี้มีการใช้ กระแสชาตินิยม และปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา มาเป็นจุดขายในการหาเสียง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประชาชนพึงพอใจที่กองทัพปฏิบัติการได้ดี และขอบคุณรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้กองทัพทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่จากนี้ไปจะเป็นงานของรัฐบาล ที่ยากขึ้นในเรื่องการต่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่ ทุกคนเสียสละกันมานั้นไม่สูญเปล่า ไม่ถอยหลังกลับไปสู่ที่เดิม จึงอยากให้ทุกพรรคการเมืองเอาใจช่วย และเป็นหนึ่งเดียวในเรื่องนี้ไม่ควรเอามาแบ่งแยกแข่งขันกันในเรื่องนี้
เมื่อถามว่า ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่จะใช้กลยุทธ์อะไรในการหาเสียง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า
การที่ประชาชนตอบว่า ยังหาใครไม่ได้ ยังไม่ตัดสินใจ แสดงว่าอาจจะยังไม่ถูกใจ ไม่ตรงใจ เราก็จะพยายามนำเสนอ ให้กลับมาพิจารณาพรรคประชาธิปัตย์ หลายคนบอกว่า ยังไม่มีโอกาสรับรู้ และหันกลับมามอง ระยะหนึ่งก็ขอให้กลับมาดูพวกเราว่า สิ่งที่เราเคยมีดีกลับมาหรือยัง สิ่งที่เราจำเป็นปรับปรุงเรา ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วหรือไม่
ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ ยังเปิดเผยอีกว่า ยังหวังในเขตนี้ เนื่องจากมีความผูกพันในพื้นที่ และเชื่อว่าสามารถทำงานให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนจากการลงพื้นที่หาเสียงที่ผ่านมา สามารถประเมินได้หรือไม่ว่า จะสามารถปักธงในพื้นที่ กทม.ได้กี่เขต นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ขอประเมิน แต่ดีใจที่มีการตอบรับอย่างชัดเจนดีขึ้น อบอุ่นขึ้น