เนชั่นทีวี

ข่าว

"ประกาศไม่จับมือกับพรรคอื่น" มีเราไม่มีนาย ชี้ "ใบแดง" ไม่แดงจริง

27 ธ.ค. 2568

"ประกาศไม่จับมือกับพรรคอื่น" มีเราไม่มีนาย ชี้ "ใบแดง" ไม่แดงจริง

การเมืองเรื่องหาคะแนน พรรคการเมือง "ประกาศไม่จับมือกับพรรคอื่น" มีเราไม่มีนาย ชี้ "ใบแดง" ไม่แดงจริง

27 ธันวาคม 2568 รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เนชั่นวิเคราะห์ข่าว” เกี่ยวกับทิศทางการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาล หลังหลายพรรคการเมืองเปิดประเด็น “จุดยืนไม่ร่วมงานกับบางพรรค” หรือที่เรียกว่า “แจกใบแดง” หรือ “มีเราไม่มีนาย”

 

 

อาจารย์ยุทธพร แยกวิเคราะห์และตอบคำถามเป็นประเด็นๆ เพื่อให้เข้าใจง่าย 

 

 

"ประกาศไม่จับมือกับพรรคอื่น" มีเราไม่มีนาย ชี้ "ใบแดง" ไม่แดงจริง

 

"ประกาศไม่จับมือกับพรรคอื่น" มีเราไม่มีนาย ชี้ "ใบแดง" ไม่แดงจริง

 

"ประกาศไม่จับมือกับพรรคอื่น" มีเราไม่มีนาย ชี้ "ใบแดง" ไม่แดงจริง

 

1. เหตุผลของการประกาศไม่จับมือกับพรรคอื่น 

เป็นยุทธศาสตร์การเมืองที่ “ไม่ใหม่” เพราะก็คือการ “สร้างขั้ว” หรือ “แบ่งขั้ว” เพื่อประโยชน์ในการดึงคะแนนเสียงเลือกตั้ง 

ไม่ต่างจากยุคก่อนที่มีการแบ่งขั้ว เช่น "มีลุงไม่มีเรา" หรือ “พรรคเทพ พรรคมาร” แต่ครั้งนี้เปลี่ยนเป็น "มีนายไม่มีเรา" หรือประเด็นเรื่องการเมืองสีเทา และการเมืองข้ามขั้ว

จุดประสงค์เพื่อดึงฐานเสียงที่ยังไม่ตัดสินใจ เพราะจากผลสำรวจโพลทุกสำนักในปัจจุบัน มีกลุ่มผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจสูงถึงประมาณ 40% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฐานเสียงของพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยที่ลังเลจากเหตุการณ์ตั้งรัฐบาลข้ามขั้วและปัญหากัมพูชาของพรรคเพื่อไทย กับการโหวตหนุนพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล ของพรรคประชาชน

ฉะนั้นการประกาศไม่จับมือกับบางพรรค จึงเป็นกลยุทธ์ในการดึงจุดยืนให้เด่นชัดในประเด็นที่สังคมสนใจ เช่น ทุนสีเทา หรือความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา เพื่อชิงความได้เปรียบในเวทีดีเบต และชิงคะแนนเสียงจากคนที่ไม่ตัดสินใจ ให้มาเลือกพรรคตน 

 

 

2. การไม่จับมือกันทางการเมือง จะเกิดขึ้นจริงหลังเลือกตั้งหรือไม่ 

อาจารย์ยุทธพร มองว่า มีความเสี่ยงมากเหมือนกัน แม้พรรคการเมืองจะประกาศไว้ชัดเจน เพราะกติกาตามรัฐธรรมนูญปี 2560 แยกเกมการเมืองออกเป็น 2 ระดับ คือ "สนามเลือกตั้ง" กับ "การจัดตั้งรัฐบาล" / สิ่งที่จะเกิดขึ้น และเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ก็คือ ผู้ชนะในสนามเลือกตั้งอาจไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลเสมอไป เพราะมีเงื่อนไขเรื่องตัวเลขและกลไกทางกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ฉะนั้นการประกาศไม่จับมือกันในวันนี้ อาจเปลี่ยนแปลงได้หลังเลือกตั้ง หากเกิดความจำเป็นทางการเมืองอื่นๆ ตามมา 

 

 

3. บรรยากาศแบบนี้ จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ทำได้ยากขึ้นหรือไม่ 

อาจารย์ยุทธพร มองว่า การจัดตั้งรัฐบาลยังคงมีเงื่อนไขซับซ้อน และมีปัจจัยเรื่อง "นิติสงคราม" ที่อาจถูกหยิบยกมาใช้หลังการเลือกตั้ง โดยขณะนี้โอกาสที่พรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และดึงพรรคการเมืองขนาดกลางและเล็ก มาร่วมเพื่อให้เสียงเกินครึ่ง มีอยู่สูง และมีแนวโน้มดึงพรรคเพื่อไทยเข้ามาร่วมด้วย 

 

 

4. สูตรการเมืองและเสถียรภาพรัฐบาลหลังเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร 

อาจารย์วิเคราะห์ว่า ถ้าพรรคประชาชน หรือ พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็มีโอกาสที่รัฐบาลจะอยู่ได้ไม่ยาว เนื่องจากต้องเผชิญกับนิติสงครามหรือความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง

แต่ถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ ก็มีโอกาสที่จะอยู่ได้ยาวมากกว่า เนื่องจากความสามารถในการประสานขั้วการเมืองต่างๆ และการปรับตัวเข้ากับกลไกอำนาจรัฐ

 

 

สรุปก็คือ ทิศทางการเมืองขณะนี้ยังคงอยู่ในสภาวะแบ่งขั้ว การประกาศไม่จับมือกันของพรรคการเมือง เป็นเพียงกลยุทธ์หาเสียงเพื่อแย่งชิงฐานเสียงที่ยังลังเล แต่การจัดตั้งรัฐบาลจริงจะขึ้นอยู่กับตัวเลข สส.หลังเลือกตั้ง และกลไกพิเศษมากกว่าคำมั่นสัญญาในช่วงหาเสียง