ประมวลข้อมูลที่ กกต.เปิดเผยความคืบหน้าต่อ "เนชั่นทีวี" และ นำมาเทียบเคียงกับความเคลื่อนไหวของ "นักร้องเรียน" ชั้นนำของเมืองไทย พอจะไขคำตอบตามที่ กกต. ระบุได้ว่า เป็นพรรคใดกันแน่ ...
คำร้องแรก น่าจะเกี่ยวข้องกับ "พรรคพลังประชารัฐ" เเกนนำ พรรค พปชร. บางคนในวันวานเเฉหลักฐานพรรคเล็ก ไปรับเงิน เพื่อแลกกับการลงมติไว้วางใจในการประชุมสภาฯ เพื่อลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รมต.รายบุคคล
ความปรากฎ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2565 "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส" ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เดินทางมายื่นเอกสาร ต่อ คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ให้มีการไต่สวนกรณีพรรคใหญ่ ครอบงำพรรคเล็กกลุ่ม 16 โดยมีการรับเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อแลกกับการลงมติไว้วางใจ ในการประชุมสภาฯ เพื่อลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล
คำร้องที่สอง น่าจะเกี่ยวกับ "พรรคพลังประชารัฐ" (กรณีเงินบริจาค สามล้านบาท ของนักลงทุนจีน ที่ได้สัญชาติไทย เเล้วมีการทำธุรกิจผิดกฎหมาย จนตำรวจไล่จับชาวจีน บุคคลเเวดล้อม ตรวจสอบทรัพย์สิน เเละ อายัดทรัพย์สิน เเละ พาดพิงอดีตเเกนนำพรรคพปชร.บางคน )
ความปรากฎเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2565 "นายศรีสุวรรณ จรรยา" เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบพรรคพลังประชารัฐ รับเงินบริจาค 3 ล้านบาท จากนายทุนชาวจีน เจ้าของสถานบันเทิงชื่อดังย่านยานนาวา
สำนวนที่สาม หนีไม่พ้น "พรรคก้าวไกล" ที่เคยเคลื่อนไหวเรื่องนี้ เเละ 3 อดีตเเกนนำพรรคอนาคตใหม่ ก็เพิ่งโดนสั่งฟ้องว่ากระทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา116
ความปรากฎ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2565 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สุขสันต์ แสงศรี โฆษกพรรคไทยภักดี พร้อมด้วย ภัทรพล หมดมลทิน ประธานเครือข่าย และศาสนา พรรคไทยภักดี คณะเป็นตัวแทนพรรคไทยภักดี เดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่ พรรคก้าวไกล เสนอนโยบายเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมืองฯ หรือไม่
เนื่องจาก พ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ ระบุไว้ชัดเจน พรรคการเมืองต้องไม่ปฏิบัติการใด ๆ ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หากพบว่า มีความผิด กกต.ต้องดำเนินการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งความผิดอาจถึงขั้น "ยุบพรรค" ได้
สามสำนวนร้อน ดังกล่าว หากอ่านการส่งสัญญาณ ของ กกต.ในการขยายเวลาสอบสวนไปนั้น เชื่อว่า คงใช้เวลาไม่นานนักเเละ น่าจะเกี่ยวพัน กับการขยับของคนเเดนไกลไปเเบบเลี่ยงมิได้ ดังนั้น "ทีมข่าวเนชั่น" ได้สอบถาม กกต.ไปถึงเหตุอื่นของพรรคการเมืองหนึ่ง ที่ถูกร้องเรียนว่า มีบุคคลที่มิใช่สมาชิกพรรคกระทำการครอบงำพรรค
ปรากฎว่า "ทีมข่าวเนชั่น" ได้รับความกระจ่างขึ้นจาก กกต.ว่า "บรรดาคำร้องถึงพรรคการเมืองหนึ่ง ที่สอบถามในชั้นนี้ มีการร้องเรียนเข้ามากว่า 20 สำนวน เเต่ กกต. ตีตกไปหมดแล้ว เพียงแต่ไม่เป็นข่าว "
เเปลความได้ว่า การเเสดงมุมมองทางการเมืองของใครบางคนจากเเดนไกล เเละ คนๆนี้เกี่ยวดองกับ คีย์เเมน ชั้นต้นของพรรคเพื่อไทย ที่สะท้อนไอเดีย ผ่านโลกออนไลน์ ทุกสิบสี่วันนั้น หลุดข้อกล่าวหา "ครอบงำพรรค" เเละ คนเเดนไกล น่าจะทวีความเห็นบนกระดานการเมืองด้วยความร้อนเเรงขึ้นเรื่อยๆนับจากนี้ โดยรอลุ้นว่า วันใดคนเเดนไกล จะหลุดคิวลืมตัว เอ่ยความลับหลากเรื่องที่พัวพันกระดานการเมืองไทยออกมาให้สังคมตื่นตัวอีกบ้าง เเละส่งผลใดกับพรรคเพื่อไทย
เเต่ที่เเน่ๆ คือ ลุ้นกันไปกับ สามคำร้อง ในมือ กกต.ว่า ผลจะออกมาเช่นใด เพราะ เเต่ละคำร้องนับเป็น จิ๊กซอว์สำคัญที่มีส่วนชี้เป็นชี้ตายอนาคตการเมืองของเเทบทุกพรรคที่จะเเข่งขันกันในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้