โดย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับประธานาธิบดีเวียดนาม ที่เยือนไทยอย่างเป็นทางการ ถือเป็นโอกาสพิเศษ ทั้งในฐานะเพื่อนเก่าที่ใกล้ชิดของตน ที่ได้ทำงานร่วมกันตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเวียดนาม และถือเป็นการเยือนไทยครั้งแรก ในระดับประมุข ในรอบ 24 ปี ซึ่งการเยือนครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายทางการเมือง และความผันผวนทางเศรษฐกิจ ระหว่างประเทศ
ขณะเดียวกันทุกประเทศได้ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากโควิด-19 จากการหารือร่วมกัน ในวันพรุ่งนี้ (17พ.ย.) จะหารือธุรกิจไทยเวียดนาม ที่จะมีนักธุรกิจชั้นนำสองประเทศ กว่า 300 คน เพื่อขับเคลื่อน เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ให้เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างกัน ฉลองครอบรอบ 10 ปี หุ้นส่วนยุทธศาตร์ไทยเวียดนาม
นอกจากนี้ จะมีการเปิดใช้งานคิวอาร์โค้ท เพื่ออำนวยความสะดวกการค้าขายระหว่างกัน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน เป็น 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2025 ตามแนวทาง Three Connects ใน 3 ด้าน คือ
1. การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานหรือ supply chain ในอุตสาหกรรมที่เกื้อกูลกัน
2. การเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากและท้องถิ่น โดยเฉพาะระหว่างภาคอีสานของไทย กับภาคกลางและภาคใต้ของเวียดนาม
3. การเชื่อมโยงนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวที่ยั่งยืน โมเดลเศรษฐกิจ BCG ของไทย กับยุทธศาสตร์การเติบโตสีเขียวของเวียดนาม
พร้อมกันนี้ เห็นพ้องต้องกัน ให้มีการประชุมครม.ร่วมไทยเวียดนาม อย่างไม่เป็นทางการครั้งที่ 4 ที่เวียดนาม ด้านความท้าทายในภูมิภาคและระหว่างประเทศ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าควรประสานท่าที และความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในระดับอนุภูมิภาคและภูมิภาค โดยเฉพาะในกรอบ ACMECS และอาเซียน เพื่อให้ภูมิภาคนี้มีสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรือง พร้อมให้ความสำคัญกับความเป็นเอกภาพและความเข้มแข็งของอาเซียน รวมทั้งไทยและเวียดนามมีเป้าหมายเดียวกันในเรื่องเมียนมา คือต้องการให้คลี่คลายสถานการณ์และความเป็นปกติสุขกลับคืนสู่เมียนมาโดยเร็ว
ขณะที่ประธานาธิบดีเวียดนาม ขอบคุณ นายกรัฐมนตรี และประเทศสยามเมืองยิ้ม ที่ให้ความเป็นไมตรีสงวนไว้ให้กับเวียดนาม ได้มารู้ผลงานที่จริงจังในหลายด้าน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ภายหลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเห็นพ้องถึงแนวทางกระชับความไว้วางใจ ทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ทั้งนี้ เห็นควรให้มีการจัด ครม.ร่วม และก็จะเชิญนายกรัฐมนตรี มาเยือนเวียดนามในโอกาสที่เหมาะสม
จากนั้น นายกรัฐมนตรี นำประธานาธิบดีเวียดนาม และคณะ เยี่ยมชมนิทรรศการศิลปหัตถกรรม ที่บริเวณโถงกลาง ก่อนเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายเหวียน ซวน ฟุก และภริยา ด้วย