แต่ ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็น ให้ความเห็นอีกมุมว่า หากไม่มี"พลเอกประยุทธ์" กระแสความนิยมในพรรคพลังประชารัฐจะหายไปเยอะ หรือ หมดตัว แต่มีตัวแปรที่สำคัญมากว่ากระแส คือ "ทรัพยากรและกลยุทธ์การในการหาเสียง" ของแต่ละพรรค ซึ่งจะเป็นฐานเสียงของพรรคอย่างแท้จริง เพราะหากอยู่พรรคการเมืองที่มีกระแสนิยมสูง บวกกับทรัพยากรที่มีสนับสนุน จะทำให้ได้รับการเลือกตั้งแน่นอน แต่หากไปอยู่พรรคที่กระแสนิยมต่ำ ต้องใช้กลยุทธ์และการพลิกแพลง เพื่อให้ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา จึงเชื่อว่า"พรรคพลังประชารัฐ"แม้ไม่มี"พลเอกประยุทธ์"ยังสามารถดำรงอยู่ได้ แต่กระแสอาจต่ำ ต้องอาศัยทรัพยากรและกลยุทธ์ในการหาเสียงต่างๆ เพื่อให้ได้ ส.ส.
นอกจากนี้ เชื่อว่าหาก"พลเอกประยุทธ์" ก้าวออกจากพลังประชารัฐ จะมีสมาชิกบางส่วนก้าวออกจากพรรคตาม"พลเอกประยุทธ์"ไปด้วย โดยภายในพรรคพลังประชารัฐก็จะมีฝ่ายที่ดีใจและเสียใจ โดยฝ่ายที่เสียใจคือ ภาคใต้ ที่เสียงนิยมในตัว"พลเอกประยุทธ์" จะหายไป แต่ฝ่ายที่ดีใจ ก็อาจะชอบที่แยกกันเดิน
เพราะภายหลังเลือกตั้ง พี่น้องที่แตกตัวกันไปอาจมารวมตัวกันก็เป็นได้ หรือ"พรรคพลังประชารัฐ" อาจประสานงานเพื่อเดินทางร่วมกับ"พรรคเพื่อไทย"ได้
"รศ.สุขุม นวลสกุล" อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เห็นสอดคล้องกันว่า เกมนี้"พรรคพลังประชารัฐ" จะได้ทั้งสองด้าน เพราะสามารถพลิกเกมการเมืองได้ ไม่ได้ล็อกที่ตัวของ"พลเอกประยุทธ์" เพราะที่ผ่านมา แม้ "พลเอกประวิตร" จะเป็นหัวหน้า "พรรคพลังประชารัฐ" "พลเอกประยุทธ์" เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค แต่พรรคก็ไม่สามารถที่จะต่อรองเก้าอี้ หรือเรื่องใดได้ เพราะ"พลเอกประยุทธ์" กลายเป็น ผู้บัญชาการรัฐบาล
ชมคลิป >>> วิเคราะห์ "บิ๊กป้อม" -"ลุงตู่" แยกกันเดินร่วมกันตี