นพ.ชลน่าน กล่าวยืนยันว่า ทุกนโยบายของพรรคต้องตอบโจทย์ เน้นย้ำนโยบายปราบปราม ประกาศสงครามกับยาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่อขจัดยาเสพติดให้สิ้น โดยจะขับเคลื่อนเป็นนโยบายของพรรค ซึ่งพรรคเคยทำสำเร็จมาแล้ว
นอกจากนี้ ขอให้กระทรวงยุติธรรมเร่งให้การเยียวยา รายละ 110,000 บาทโดยเร็ว เช่นเดียวกับสภาพจิตใจที่หน่วยงานที่เกี่ยงข้องต้องเร่งดำเนินการ
ส่วนความคืบหน้าในการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปตาม มาตรา 152 เพื่อซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะปัญหาไปยังรัฐบาลนั้น โดยฝ่ายค้านจะประชุมในวันที่ 10 ต.ค. เพื่อเอาข้อเสนอแต่ละพรรคที่ไปรวบรวมประเด็นข้อเท็จจริงที่จะสอบถาม เช่น ข้อเท็จจริงในการฆาตกรรมหมู่ ที่หนองบัวลำภูก็จะเป็นประเด็นสู่การอภิปรายด้วย ซึ่งคาดว่าจะยื่นญัตติตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย. ทันที
ด้าน น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นำนโยบาย 3 รัฐบาล มาเปรียบเทียบ ระหว่างรัฐบาล "นายทักษิณ ชินวัตร" "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" และรัฐบาล "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ที่พบสถิติเกี่ยวกับยาเสพติดเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงโควิด ที่คนหันไปพึ่งพายา เพราะมีความเครียด อีกทั้งสัดส่วนผู้ต้องขังคดียาเสพติด มีเพิ่มขึ้นในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา และมีอัตราสูงถึงกว่าร้อยละ 80
นอกจากนี้ เห็นควรมีกฎหมายเข้มงวดเพิ่มการตรวจสอบอาวุธปืน และต้องปราบปรามการซื้อขายปืนเถื่อน ที่ไทยมีอัตราการผู้เสียชีวิตจากปืนอันดับที่ 15 ของโลก ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ต้องไม่ละเลยข้อเท็จจริงและต้องมองปัญหาเชิงโครงสร้าง และปัญหายาเสพติดกำลังกระทบต่อประเทศในช่วงราคายาบ้าเท่ากับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนแถลงข่าว นพ.ชลน่าน ได้นำสมาชิกพรรคยืนไว้อาลัย ต่อเหตุการณ์กราดยิงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลอุทัยสวรรค์ ส่วนที่ทำการพรรคเพื่อไทย อาคารโอเอไอ ทาวเวอร์ ได้มีการลดธงลงครึ่งเสา เพื่อเป็นการแสดงความเสียใจและไว้อาลัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย