"ต้องขอความเป็นธรรมต่อ นายแพทย์ฉันชาย ว่าท่านไม่ได้เข้าพบประธานสภาฯเพื่อขอให้มีการยับยั้งร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว แต่เป็นการเข้าพบเพื่อแสดงความเป็นห่วงว่าเมื่อ พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 และประมวลกฎหมายยาเสพติด มีผลบังคับใช้ จะมีการถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด ประเภท 5 และไม่มีกฎหมายใด ๆ มารองรับทำให้เกิดช่องว่างที่ทำให้ไม่สามารถควบคุมการใช้กัญชาได้เลย ในฐานะที่ท่านเป็นแพทย์ซึ่งมีความรู้เรื่องคุณและโทษของกัญชา จึงมีความเป็นห่วงว่าจะมีการนำเอากัญชาไปใช้ในทางที่ผิด และความจริงท่านมีท่าทีเหมือนต้องการให้เร่งออกกฎหมายมารองรับโดยเร็วเสียด้วยซ้ำ"
ส่วนกรณีที่บอกว่า ปกติเวลามีร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่สอง ประธานสภาฯจะเรียก กมธ.ไปชี้แจงสรุป แต่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ "หน้าห้อง" ของประธานสภาผู้แทนราษฎร โทรศัพท์แจ้งว่าไม่ต้องมาชี้แจงนั้น ตนขอเรียนว่า ปกติตนในฐานะที่ปรึกษาประธานสภาฯ ซึ่งท่านได้มอบหมายให้เป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับการประชุม จะเป็นคนเชิญเจ้าหน้าที่ กมธ.ที่เกี่ยวข้องมาสรุปให้ประธานสภาฯรับทราบจริง แต่ไม่ได้เชิญทุกฉบับ
โดยจะเชิญมาเฉพาะบางฉบับ เช่น ฉบับที่ผ่านเข้าสู่สภาในวาระที่สอง แล้วเกิดปัญหาจนคณะ กมธ.ต้องขอนำไปพิจารณาใหม่ เหมือนกรณีร่าง พ.ร.บ.กองทุน กยศ.หรือฉบับที่มีการแก้ไขของวุฒิสภาแล้วส่งกลับมา เหมือนกรณีร่าง พ.ร.บ.อ้อย และน้ำตาลทราย เป็นต้น