-มาตรา 98 ในการควบรวมพรรคการเมืองตามมาตรา 97 จะต้องได้รับขอความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ของแต่ละพรรคการเมือง เมื่อที่ประชุมใหญ่เห็นชอบให้รวมกันแล้ว ให้หัวหน้าพรรคการเมือง และกรรมการบริหารพรรคการเมืองจํานวนพรรคการเมืองละ 10 คน ประชุมร่วมกันเพื่อดําเนินการ ร่างข้อบังคับของพรรคที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ เมื่อได้ดําเนินการตามวรรคสองแล้ว ให้ดําเนินการจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างสมาชิกของทุกพรรคการเมืองที่จะรวมกัน
เพื่อประชุมตั้งพรรคการเมืองตามมาตรา 10 และดําเนินการขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองตามมาตรา 11 การเรียกประชุมตั้งพรรคการเมืองต้อง แจ้งให้สมาชิก ของพรรคการเมืองที่จะรวมกันทราบก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน และให้ดําเนินการต่อไป ตามบทบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้งพรรคการเมือง
-มาตรา 99 เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองตามมาตรา 17 แล้ว ให้คณะกรรมการมีคําสั่งให้พรรคการเมืองเดิมที่รวมเข้ากันเป็นอันสิ้นสุดลง โดยให้สมาชิกพรรคการเมืองเดิม เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ที่จัดตั้งขึ้น และให้บรรดาทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ และความรับผิด ของพรรคการเมืองเดิมโอนไปเป็นของพรรคการเมืองใหม่ตั้งแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง ในกรณีที่คณะกรรมการมีคําสั่งตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นายทะเบียนประกาศคําสั่ง การสิ้นสุด และการควบรวมพรรคการเมืองในราชกิจจานุเบกษา
เมื่อมาส่องดูจาก 4 มาตราเกี่ยวข้องทั้งหมด คงบอกเบื้องต้นได้เต็มปาก ยังไม่ใช่การควบรวมพรรคการเมืองอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ เนื่องจากติดบ่วงของกฎหมาย
แต่หากเป็นการตั้งคำถามว่า เตรียมผนึกกำลังพร้อมสู้เลือกตั้งครั้งหน้า ก็คงไม่เหนือการคาดการณ์เท่าไหร่นัก
การเมืองต่อจากนี้ จึงต้องตามติดแทบทุกย่างก้าว เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ บนโลกมายาการเมือง ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงอยู่ได้ตลอดเวลา จากขั้วตรงข้ามก็หันมาเป็นมิตร จากสหายสนิทก็กลายเป็นคนหมางเมิน