อิตาลีส่งทหารคุมม็อบ ย่านหรูมิลานปิดเงียบ จ่อฟันพ่อแม่เด็กป่วน
21 ต.ค. 2569 | apirak_pra

อิตาลีสั่งระดมทหารคุมเข้มเมืองมิลาน ย่านแฟชั่นหรูปิดเงียบหนีม็อบป่วน นายกฯ เมโลนี ลั่นประท้วงได้แต่ห้ามพังเมือง คลอดกฎเหล็กฟันผู้ปกครองหากลูกหลานร่วมจลาจล
ข่าว
21 ต.ค. 2569 | apirak_pra

อิตาลีสั่งระดมทหารคุมเข้มเมืองมิลาน ย่านแฟชั่นหรูปิดเงียบหนีม็อบป่วน นายกฯ เมโลนี ลั่นประท้วงได้แต่ห้ามพังเมือง คลอดกฎเหล็กฟันผู้ปกครองหากลูกหลานร่วมจลาจล
KEY
POINTS
สถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิตาลีทวีความตึงเครียด หลังรัฐบาลประกาศเตรียมพร้อมรับมือกับการชุมนุมประท้วงระลอกใหม่ในวันเสาร์ โดยได้สั่งการส่งกำลังทหารลงพื้นที่คุมความสงบเรียบร้อยตามท้องถนน พร้อมคลอดมาตรการความมั่นคงฉุกเฉินขั้นเด็ดขาด เพื่อเอาผิดทางกฎหมายและปรับเงินผู้ปกครองที่ปล่อยปละละเลยให้บุตรหลานอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าร่วมก่อความรุนแรง ปล้นสะดมร้านค้า หรือทำลายทรัพย์สินสาธารณะ
นางจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ซึ่งเตรียมเผชิญศึกเลือกตั้งใหญ่ในปีหน้า ได้กล่าวถ้อยแถลงอย่างแข็งกร้าวว่า "การประท้วงเป็นสิทธิ์ แต่การทำลายเมืองไม่ใช่" พร้อมประณามกลุ่มผู้ก่อความรุนแรงและบุกปล้นร้านค้าว่าเป็นพวกอันธพาลฉวยโอกาส ทั้งนี้ รัฐบาลได้คลอดกฎเหล็กและมาตรการฉุกเฉินสำคัญหลายด้าน ได้แก่
ความรับผิดชอบของผู้ปกครอง: กำหนดให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องร่วมชดใช้ค่าเสียหายทางการเงินและรับผิดชอบทางกฎหมาย หากบุตรหลานมีส่วนร่วมในการทำลายทรัพย์สินหรือปล้นสะดม
เพิ่มอำนาจควบคุมตัวเยาวชน: ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ไว้ที่สถานีตำรวจได้นานสูงสุด 12 ชั่วโมง หากตรวจพบหลักฐานบ่งชี้ว่ามีแนวโน้มจะก่อความรุนแรงหรือเข้าร่วมการชุมนุมวุ่นวาย
เพิ่มโทษหนักผู้ก่อเหตุ: ปรับเงินผู้กระทำผิดในเหตุจลาจลสูงสุดถึง 20,000 ยูโร (ราว 7.6 แสนบาท) และเพิ่มโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี สำหรับกลุ่มผู้ก่อเหตุอันตรายร้ายแรง
ระดมทหารเสริมกำลัง: สั่งการส่งกำลังทหาร 500 นาย เข้าควบคุมความสงบในเมืองใหญ่อย่างนครมิลาน เพื่อรับมือกับการชุมนุมที่ยังคงมีแนวโน้มยืดเยื้อ
ผลพวงจากเหตุจลาจลรุนแรงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ส่งผลให้บรรยากาศใจกลางนครมิลาน เมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก ตกอยู่ในความเงียบเหงาอย่างหนัก โดยร้านค้าแบรนด์เนมหรูหราบนถนนสายช็อปปิ้งระดับโลกอย่าง "มอนเตนาโปเลโอเน" (Via Montenapoleone) ยังคงปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง แบรนด์ระดับท็อปอย่าง CHANEL, Tiffany & Co. และ Christian Dior ต้องเก็บสินค้าทั้งหมดออกจากตู้โชว์หน้าร้านเพื่อความปลอดภัย ขณะที่ภายในศูนย์การค้าประวัติศาสตร์ แกลเลอเรีย วิตโตริโอ เอมานูเอเลที่ 2 ร้านค้าต่างปิดประตูเงียบ และบางแบรนด์อย่าง Levi's, Under Armour รวมถึง Decathlon ต้องนำแผ่นไม้และกระดาษแข็งมาปิดทับกระจกหน้าร้านเพื่อป้องกันการถูกทุบทำลาย
การที่ร้านค้าแฟล็กชิปสโตร์ระดับโลกต้องปิดทำการกลางสัปดาห์ สะท้อนให้เห็นว่าความกังวลด้านความปลอดภัยได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองมิลานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจส่งกำลังทหารลงพื้นที่ใจกลางเมือง กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคมประชาธิปไตย โดยฝ่ายสนับสนุนมองว่าเป็นขั้นตอนจำเป็นเร่งด่วนเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ขณะที่ฝ่ายที่กังวลมองว่า การใช้กำลังทางทหารอาจยิ่งราดน้ำมันเข้ากองไฟ ทำให้ความไม่พอใจของประชาชนทวีความรุนแรงขึ้น หากรัฐบาลไม่เร่งแก้ไขปัญหาที่ต้นตอเรื่องวิกฤตค่าครองชีพและคุณภาพบริการสาธารณะ
ทั้งนี้ มีข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์ว่า จุดเริ่มต้นของการชุมนุมประท้วงเมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา เริ่มต้นขึ้นจากข้อเรียกร้องเชิงเศรษฐกิจและปัญหาค่าครองชีพที่ชัดเจน แต่ภายหลังกลับถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีและกลุ่มใช้ความรุนแรงเข้ามาแทรกแซง จนทำให้ประเด็นข้อเรียกร้องหลักของประชาชนถูกบดบังไปในที่สุด