นายอนุทิน กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากปัจจุบันรัฐบาลใช้ทุกสรรพกำลังในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเมื่อคืนวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา เพิ่งมีปฏิบัติการในพื้นที่ จ.เพชรบุรี และเกิดเหตุปะทะกัน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผู้ค้ายาเสพติดหรือเจ้าหน้าที่ หากมีการต่อสู้จนเกิดความสูญเสียชีวิต ก็เป็นสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น
ในแต่ละเดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ป.ป.ส. ฝ่ายปกครอง และทหาร ได้ร่วมกันดำเนินการปราบปรามอย่างเข้มข้น โดยตนเพิ่งอนุมัติรถเอกซเรย์ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพิ่มอีก 4 คัน สะท้อนให้เห็นว่าขณะนี้มีการดำเนินการอย่างจริงจัง
“ในบางกรณีตามตะเข็บชายแดนก็มีการต่อสู้เกิดขึ้น และมีความสูญเสีย ซึ่งโชคดีที่ฝ่ายเรายังไม่ได้เป็นฝ่ายที่สูญเสีย แต่เราจะโชคดีอย่างนี้ไปตลอดหรือเปล่า เราก็ไม่อยากไปขึ้นอยู่แต่กับโชค ฉะนั้น เราต้องสร้างมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ายาเสพติดให้ครอบคลุม และลดการสูญเสียให้มากที่สุด จึงเป็นที่มาของการที่พรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติทั้ง 2 ฉบับต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณาบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมโดยเร็วที่สุด” นายอนุทิน กล่าว
ขณะที่ นายโสภณ กล่าวว่า วันนี้มารับร่างกฎหมายจากนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นผลจากการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับรัฐบาล โดยในอดีตสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ได้ขับเคลื่อนเรื่องกฎหมายยาเสพติดมาแล้ว และเมื่อเข้ารับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเชิญหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดมาร่วมทำงาน เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตและสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างมาก
ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เมื่อได้ข้อสรุปจากทีมกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย จึงมีการยกร่างกฎหมายทั้งสองฉบับขึ้นมา
ซึ่งสถานการณ์ยาเสพติดทุกวันนี้ถือว่าวิกฤต ดังนั้น การแก้กฎหมายต้องใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และคิดว่า สส.ทุกคนเห็นถึงปัญหาและอยากแก้ปัญหาเรื่องนี้เช่นกัน ถือเป็นอีกมิติที่ฝ่ายนิติบัญญัติทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารในการแก้ปัญหาให้กับประเทศ