แต่อย่างไรก็ตาม การไล่จับกุมเป็นรายวัน หรือการทำเพียงพื้นที่ทดลองเฉพาะจุด อาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ สิ่งที่ผมอยากเชิญชวนพรรคภูมิใจไทยมาร่วมกันทำอย่างจริงจังในจังหวะนี้ คือ การแก้ปัญหาที่ต้นตอ นั่นคือการแก้ไข พ.ร.บ. สถานบริการ พ.ศ. 2509 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับความเป็นจริงในปัจจุบัน
ที่ผ่านมา พรรคประชาชน ได้ยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ. สถานบริการ เข้าสู่สภาฯ ไปแล้ว เพื่อหวังจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างกฎหมายที่ล้าหลังซึ่งบังคับใช้มานานกว่า 60 ปี แต่น่าเสียดายที่ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวกลับถูกนายกรัฐมนตรีปัดตกไป โดยไม่ทราบเหตุผลและคำอธิบาย
ในเมื่อวันนี้รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยเห็นตรงกันแล้วว่า กฎหมายที่มีอยู่มันล้าสมัยและเป็นบ่อเกิดของส่วย ผมจึงอยากถือโอกาสนี้เชิญชวนให้เรามาร่วมมือกันผลักดันการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้อีกครั้ง เพื่อประโยชน์ของประชาชนและผู้ประกอบการครับ
เพราะความจริงที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญทุกวันนี้ คือ “แม้ตั้งใจอยากทำให้ถูกกฎหมาย 100% ก็แทบเป็นไปไม่ได้” เนื่องจากติดล็อกข้อจำกัดที่ล้าหลังเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น:
1) เรื่องโซนนิ่ง (Zoning): ที่ถูกแช่แข็งมาหลายสิบปี ไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของเมืองและย่านท่องเที่ยวในปัจจุบัน
2) เรื่องเวลาเปิด-ปิด: ที่ไม่ยืดหยุ่นตามบริบทของพื้นที่เศรษฐกิจกลางคืน
3) เรื่อง พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร และกฎระเบียบที่ซ้อนทับกัน: ซึ่งไม่เอื้อต่อลักษณะอาคารและรูปแบบธุรกิจยุคใหม่
เมื่อกฎหมายมีช่องโหว่และตั้งเงื่อนไขที่ปฏิบัติตามได้ยากในโลกความเป็นจริง จึงกลายเป็นเครื่องมือที่บีบบังคับให้ผู้ประกอบการต้องเลี่ยงไปจดทะเบียนผิดประเภท หรือจำยอมจ่าย “ส่วย” เพื่อให้ธุรกิจยังเดินหน้าต่อไปได้