เนชั่นทีวี

ข่าว

สส.บูม ชม รื้อส่วยผับข้าวสาร ชวน ภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ.สถานบริการ ล้าหลัง 60

21 ต.ค. 2569 | thunchanok_kul

สส.บูม ชม รื้อส่วยผับข้าวสาร ชวน ภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ.สถานบริการ ล้าหลัง 60

สส.บูม ชม "พลพีร์-ภราดร" รื้อส่วยผับ นำร่อง "ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์" พร้อมชวน "ภูมิใจไทย" จับมือแก้ พ.ร.บ.สถานบริการ ชี้กฎหมายเก่า 60 ปี ล็อกโซนนิ่ง-เวลาเปิดปิด บีบคนจ่ายส่วย ย้ำต้องรื้อต้นตอ ดึงธุรกิจเข้าระบบ เปลี่ยนส่วยเป็นภาษี และป้องกันโศกนาฏกรรมไฟไหม้

สส.บูม ชม "พลพีร์-ภราดร" รื้อส่วยผับ นำร่อง "ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์" พร้อมชวน "ภูมิใจไทย" จับมือแก้ พ.ร.บ.สถานบริการ ชี้กฎหมายเก่า 60 ปี ล็อกโซนนิ่ง-เวลาเปิดปิด บีบคนจ่ายส่วย ย้ำต้องรื้อต้นตอ ดึงธุรกิจเข้าระบบ เปลี่ยนส่วยเป็นภาษี และป้องกันโศกนาฏกรรมไฟไหม้

KEY

POINTS

  • ชมปราบผับข้าวสาร: "ปารเมศ" สส.พรรคประชาชน ชม มท.2 และ "ภราดร" เอาจริงปราบผับผิดกฎหมายย่านข้าวสาร
  • ชวนแก้กฎหมาย 2509: ชวนพรรคภูมิใจไทยจับมือรื้อ พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509 กฎหมายล้าหลัง 60 ปีที่ปูทางเกิดส่วย
  • แก้ที่ต้นตอ: ชี้ติดล็อกโซนนิ่งและเวลาเปิดปิด ย้ำนำธุรกิจเข้าระบบช่วยเปลี่ยนส่วยเป็นภาษีและคุมความปลอดภัยอาคาร

21 ตุลาคม 2569 นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร เขต 1 พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงทัศนะต่อการปราบปรามสถานบริการผิดกฎหมาย พร้อมยื่นข้อเสนอแนะเชิงโครงสร้างกฎหมายไปยังรัฐบาล โดย นายปารเมศ ระบุว่า 


ชื่นชมการปราบผับผิดกฎหมายและแนวคิด “ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” แต่จะแก้ส่วยและป้องกันโศกนาฏกรรมให้จบ ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวน พรรคภูมิใจไทย มาร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509 ให้ใช้งานได้จริงครับ
​


ก่อนอื่นผมขอชื่นชม ท่านพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย (มท.2) ที่เอาจริงเอาจังกับการลงพื้นที่กวดขันและจับกุมผับบาร์ที่ผิดกฎหมายในย่านถนนข้าวสารเมื่อวันก่อน ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีในการบังคับใช้กฎหมายครับ


​และยิ่งได้ฟังบทสัมภาษณ์ของ รัฐมนตรีภราดร ปริศนานันทกุล ที่ออกมาพูดถึงแนวคิดการทำ “ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” เพื่อคุมเข้มและปราบปรามการจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐ ผมยิ่งรู้สึกยินดีที่ท่านมองเห็นปัญหาตรงกันว่า “ตัวบทกฎหมายปัจจุบัน” มีปัญหาและมีช่องโหว่ที่เปิดทางให้เจ้าหน้าที่รัฐนำไปใช้เรียกรับผลประโยชน์

 

เฟซบุ๊ก: Paramait Vithayaruksun - ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ 

สส.บูม ชม รื้อส่วยผับข้าวสาร ชวน ภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ.สถานบริการ ล้าหลัง 60

​แต่อย่างไรก็ตาม การไล่จับกุมเป็นรายวัน หรือการทำเพียงพื้นที่ทดลองเฉพาะจุด อาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ สิ่งที่ผมอยากเชิญชวนพรรคภูมิใจไทยมาร่วมกันทำอย่างจริงจังในจังหวะนี้ คือ การแก้ปัญหาที่ต้นตอ นั่นคือการแก้ไข พ.ร.บ. สถานบริการ พ.ศ. 2509 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับความเป็นจริงในปัจจุบัน

 

ที่ผ่านมา พรรคประชาชน ได้ยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ. สถานบริการ เข้าสู่สภาฯ ไปแล้ว เพื่อหวังจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างกฎหมายที่ล้าหลังซึ่งบังคับใช้มานานกว่า 60 ปี แต่น่าเสียดายที่ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวกลับถูกนายกรัฐมนตรีปัดตกไป โดยไม่ทราบเหตุผลและคำอธิบาย

 

ในเมื่อวันนี้รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยเห็นตรงกันแล้วว่า กฎหมายที่มีอยู่มันล้าสมัยและเป็นบ่อเกิดของส่วย ผมจึงอยากถือโอกาสนี้เชิญชวนให้เรามาร่วมมือกันผลักดันการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้อีกครั้ง เพื่อประโยชน์ของประชาชนและผู้ประกอบการครับ


​เพราะความจริงที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญทุกวันนี้ คือ “แม้ตั้งใจอยากทำให้ถูกกฎหมาย 100% ก็แทบเป็นไปไม่ได้” เนื่องจากติดล็อกข้อจำกัดที่ล้าหลังเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น:

1) ​เรื่องโซนนิ่ง (Zoning): ที่ถูกแช่แข็งมาหลายสิบปี ไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของเมืองและย่านท่องเที่ยวในปัจจุบัน
2) ​เรื่องเวลาเปิด-ปิด: ที่ไม่ยืดหยุ่นตามบริบทของพื้นที่เศรษฐกิจกลางคืน
3) ​เรื่อง พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร และกฎระเบียบที่ซ้อนทับกัน: ซึ่งไม่เอื้อต่อลักษณะอาคารและรูปแบบธุรกิจยุคใหม่
​เมื่อกฎหมายมีช่องโหว่และตั้งเงื่อนไขที่ปฏิบัติตามได้ยากในโลกความเป็นจริง จึงกลายเป็นเครื่องมือที่บีบบังคับให้ผู้ประกอบการต้องเลี่ยงไปจดทะเบียนผิดประเภท หรือจำยอมจ่าย “ส่วย” เพื่อให้ธุรกิจยังเดินหน้าต่อไปได้

ที่สำคัญ ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องส่วย แต่คือเรื่อง “ชีวิตและความปลอดภัย” ของประชาชน อย่างกรณีเหตุการณ์ไฟไหม้ร้านโรงเบียร์ย่านลาดพร้าวที่ผ่านมา คือบทเรียนราคาแพงที่สะท้อนให้เห็นว่า หากเรานำร้านสถานบริการเหล่านี้เข้ามาอยู่ในระบบได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ร้านค้าทั้งหมดก็จะถูกตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย โครงสร้างอาคาร และระบบป้องกันอัคคีภัยได้อย่างเป็นระบบและทั่วถึง 


รวมถึงการตรวจสอบและควบคุมที่เข้มงวดเรื่องผลกระทบทางสังคม ทั้งเรื่องมลภาวะทางเสียง และการใช้หรือจำหน่ายสารเสพติด ซึ่งหากมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดบนกติกาที่ทำตามได้จริง เราอาจจะไม่ต้องเจอกับความสูญเสียมากขนาดนั้นครับ


​ถ้าเราต้องการคุมเข้มและปราบปรามสินบนเจ้าหน้าที่รัฐอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยของประชาชน ทางออกเดียวคือต้องเขียนกติกาใหม่ให้ชัดเจน โปร่งใส ทันสมัย และบังคับใช้ได้จริง เพื่อดึงธุรกิจนอกระบบเข้ามาตรวจสอบได้ เปลี่ยน "ส่วยใต้โต๊ะ" ให้กลายเป็น "ภาษีเข้ารัฐ" และคืนความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการที่อยากทำมาหากินอย่างสุจริตครับ มาร่วมมือกันแก้กฎหมายฉบับนี้ให้สำเร็จด้วยกันครับ

ข่าวล่าสุด