เนชั่นทีวี

ข่าว

ยุโรป "มิคสัญญี" ฝรั่งเศสบ้านเมืองลุกเป็นไฟ

19 ต.ค. 2569 | thunchanok_kul

ยุโรป "มิคสัญญี" ฝรั่งเศสบ้านเมืองลุกเป็นไฟ

ยุโรปเข้าสู่ยุค "มิคสัญญี" ถนนในฝรั่งเศสลุกเป็นไฟ ร้านค้าหรูถูกปล้น ขณะที่อิตาลี ตกอยู่ในภาวะโกลาหลเป็นคืนที่สองติดต่อกัน ท่ามกลางข้อกล่าวหาที่ว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบฝ่ายซ้ายจัดกำลัง "ก่อสงคราม" ขึ้นในยุโรป

ยุโรปเข้าสู่ยุค "มิคสัญญี" ถนนในฝรั่งเศสลุกเป็นไฟ ร้านค้าหรูถูกปล้น ขณะที่อิตาลี ตกอยู่ในภาวะโกลาหลเป็นคืนที่สองติดต่อกัน ท่ามกลางข้อกล่าวหาที่ว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบฝ่ายซ้ายจัดกำลัง "ก่อสงคราม" ขึ้นในยุโรป

KEY

POINTS

  • ฝรั่งเศสจลาจลหนัก: ม็อบเสื้อกั๊กเหลือง 5.5 แสนคนปล้นร้านหรู เผาศาลาว่าการเมืองลีโม้จเก่าแก่ 143 ปี ตำรวจจับแล้วกว่า 2,600 คน
  • มาครงลั่นฟันฝ่ายซ้าย: ประธานาธิบดีมาครง ชี้ฝีมือฝ่ายซ้ายจัดผนึกอาชญากรล้มสาธารณรัฐ ยันต้องรับผิดชอบทุกความเสียหาย
  • ลามหลายประเทศยุโรป: อิตาลีปะทะเดือดคืนที่สอง โปรตุเกสและเบลเยียมฮือประท้วงค่าครองชีพและค่าเช่าบ้านพุ่ง

19 ตุลาคม 2569 ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ให้คำมั่นว่าจะนำตัวผู้ที่ "พยายามโค่นล้มสาธารณรัฐ" มาลงโทษ จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มกำลังกับผู้ที่ก่อความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือมีส่วนร่วมในการจลาจล .... "ผู้ที่ทำลายทรัพย์สินจะต้องชดใช้ ผู้ที่ปล้นสะดมจะต้องชดคืน และผู้ที่มุ่งหมายจะโค่นล้มสาธารณรัฐจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตน" 


มาครง ระบุว่า เหตุรุนแรงครั้งนี้ เป็นฝีมือของ "กลุ่มบุคคลที่มุ่งก่อความไม่สงบจากฝ่ายซ้ายจัด ซึ่งสมคบคิดกับกลุ่มอาชญากรจำนวนหนึ่ง" 


การประท้วงที่กลายเป็นการจลาจลครั้งนี้ เป็นการหวนกลับมาของ "ขบวนการเสื้อกั๊กเหลือง" มีผู้เข้าร่วม 550,000 ทั่วประเทศ โดยมีแรงจูงใจมาจากความไม่พอใจปัญหาค่าครองชีพ ความเหลื่อมล้ำ และวิกฤตการศึกษา ก่อนจะลุกลามไปสู่การทุบทำลายและปล้นสะดมร้านแบรนด์เนมหรู ทั้ง โรเล็กซ์ (Rolex), หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton), แอร์เมส (Hermes), ดิออร์ (Dior), ร้านเทคโนโลยี แอปเปิล สโตร์ (Apple Store), ไนกี้ (Nike) และอาดิดาส (Adidas) ซึ่งตำรวจได้จับกุมและดำเนินคดีผู้ก่อเหตุแล้วมากกว่า 2,600 ราย 

ยุโรป "มิคสัญญี" ฝรั่งเศสบ้านเมืองลุกเป็นไฟ

หนังสือพิมพ์เลอ ปารีเซียง (Le Parisien) รายงานอ้างผู้บังคับบัญชาตำรวจระดับสูงคนหนึ่งว่า "มันเหมือนกับวันสิ้นโลก" เจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกันหลายจุดทั่วประเทศได้ หลายเขตตกอยู่ "ในกำมือของผู้ก่อจลาจล" ก็เพราะ "กำลังพลและกระสุนมีไม่เพียงพอ" ซึ่งหลังจากการปะทะกันอย่างดุเดือด ตำรวจระบุว่า ได้จับกุมผู้คนไป 855 คน ในเขตเมืองหลวง และอีกกว่า 1,800 คนทั่วประเทศ


นอกจากการจลาจลและการปล้นสะดมแล้ว สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด คือ การเผา "มรดกของชาติ" อย่าง "ออ-แตล เดอ วีล" (Hotel de Ville) หรือ อาคารศาลาว่าการที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อายุ 143 ปี ในเมือง "ลีโม้จ" (Limoges) ที่สร้างเมื่อช่วงปลายศตวรรษที่ 19 (ค.ศ. 1883) และถูกเผาทำลายเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ถือเป็น "การทำลายล้างมรดกทางวัฒนธรรม" (Cultural heritage destruction) 


คำว่า "ออ-แตล" (Hotel) ไม่ได้แปลว่าโรงแรมเสมอไป แต่หมายถึงคฤหาสน์หรืออาคารสำคัญ และ "วีล" (Ville) แปลว่า เมือง ดังนั้น ออ-แตล เดอ วีล" (Hotel de Ville) จึงหมายถึง "บ้านของเมือง" หรือศาลาว่าการเมือง อาคารแห่งนี้ รอดพ้นสงครามโลกสองครั้ง แต่ผู้ที่ทำลายมัน คือ ประชาชนในชาติเอง

ยุโรป "มิคสัญญี" ฝรั่งเศสบ้านเมืองลุกเป็นไฟ

อิตาลี ก็เผชิญความวุ่นวาย เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงภายใต้การนำของกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และแรงงานหนุ่มสาว ได้รวมตัวกันลงถนนประท้วงทั่วประเทศ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อสภาวะค่าครองชีพแพง ค่าเช่าบ้านพุ่งสูง ค่าจ้างต่ำ และเรียกร้องให้รัฐบาลตัดงบประมาณทางทหาร เพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชน แต่สถานการณ์ที่บานปลายที่มิลาน เมื่อกลุ่มผู้ประท้วงสวมหน้ากาก ขว้างปาหิน ประทัด และแผงเหล็กเข้าใส่เจ้าหน้าที่บริเวณจัตุรัสหน้ามหาวิหารดูโอโม (Duomo Cathedral) และย่านการค้าหรูหรา (Galleria Vittorio Emanuele II) 


สถานการณ์ยังลุกลามไปยังเมืองโบโลญญา มีการขว้างปาขวดแก้วและวัตถุอันตรายใส่เจ้าหน้าที่ใกล้กับสถานีรถไฟ ส่งผลให้ตำรวจต้องยิงแก๊สน้ำตามากกว่า 400 นัดและใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าควบคุมสถานการณ์ จนต้องสั่งปิดสถานีรถไฟชั่วคราว มีผู้ถูกจับกุมแล้วอย่างน้อย 60 คน ซึ่งเกือบครึ่งเป็นเยาวชน 


นายกรัฐมนตรี จอร์เจีย เมโลนี ได้ประณามกลุ่มผู้ก่อความวุ่นวายอย่างรุนแรง โดยระบุว่า การประท้วงเป็นสิทธิตามกฎหมาย แต่การเผาบ้านเผาเมืองและสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้อย่างเด็ดขาด

ยุโรป "มิคสัญญี" ฝรั่งเศสบ้านเมืองลุกเป็นไฟ


ส่วนที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ประชาชนหลายหมื่นคนได้รวมตัวประท้วงปัญหาค่าครองชีพ ค่าแรงที่อยู่ในระดับต่ำ และความยากลำบากในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยในเมืองใหญ่ โดยราคาบ้านในโปรตุเกสเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า นับตั้งแต่ปี 2017 ขณะที่ค่าเช่าสำหรับสัญญาเช่าใหม่ก็เพิ่มขึ้นในระดับใกล้เคียงกัน


ที่กรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม ที่มีการประท้วงของนักศึกษาต่อเนื่องหลายสัปดาห์ จากประเด็นค่าธรรมเนียมลงทะเบียนเรียน ตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำแรงดันสูง เพื่อสลายผู้ชุมนุม 


สำนักข่าว อัล จาซีรา รายงานอ้างความเห็นของ อัลแบร์โต อาเลมานโน ศาสตราจารย์ด้านกฎหมาย-นโยบายสหภาพยุโรปจาก "เอชอีซี ปารีส บิสซิเนส สคูล" (HEC Paris Business School) ว่า ฝรั่งเศสเป็นเสมือนศูนย์กลางของความเคลื่อนไหวในขณะนี้ และเริ่มมีสัญญาณว่า ความไม่พอใจกำลังขยายไปยังประเทศอื่น


เขาย้ำว่า การประท้วงเหล่านี้ ไม่ใช่ขบวนการเดียวกัน แต่เป็นการเคลื่อนไหวหลายกลุ่มที่เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน และมีปัญหาบางอย่างร่วมกัน เช่น งบประมาณการศึกษาที่ไม่เพียงพอ ค่าครองชีพสูง และสำหรับนักศึกษาคือความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตหลังสำเร็จการศึกษา

ยุโรป "มิคสัญญี" ฝรั่งเศสบ้านเมืองลุกเป็นไฟ

ข่าวล่าสุด