เราทำ 3 โครงการในปีนี้ที่ต่อยอดจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับ GDP คือ SIAM SILICA ที่จะสร้างคนให้รองรับการเปลี่ยนแปลงเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ในปัจจุบันให้เกิดขึ้นได้ , SIAM MEDICA คือทำอย่างไรที่จะสามารถทำให้ wellness ไม่ใช่ wellness ธรรมดา แต่เราจะเพิ่มมูลค่าให้ขึ้นมาร้อยเท่าพันเท่าได้ และ SIAM TERRA คือการเชื่อมโยงเกี่ยวกับสินค้าทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นอาหารให้เกิดมีมูลค่าสูง ซึ่ง 3 เรื่องนี้เราจะพยายามนำไปสู่เรื่องการเป็น First Principle หรือวิธีการคิดที่ทรงพลัง
หลักการในปัจจุบัน ในสิ่งที่เราจะทำคือ หากเราต้องเป็น growth engine (เครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโต) เราต้องใช้งานวิจัยที่ค่อนข้างเสี่ยง โดยใช้แบบจำลองนวัตกรรมใช้เงินจาก BC และใช้เงินจากส่วนที่ไม่ใช่เงินจากธนาคาร หากเราเริ่มจากสังคมที่เปิดกว้างเปิดรับความเห็นต่างๆเข้ามาเราก็ต้องปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาได้ ซึ่งนี่คือสิ่งที่กระทรวง อว. จะทำร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ จากนั้นต้องนำไปสู่การวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่สามารถสร้างรายได้จริง เพราะหากไม่เกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ วงจรการพัฒนาก็จะไม่ยั่งยืน และท้ายที่สุด สิ่งสำคัญคือการยกระดับและเพิ่มทักษะ (Upskill / Reskill) ของคนในสังคม เพื่อให้พร้อมรับมือและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง
นายยศชนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อที่จะสามารถตอบโจทย์ให้ประเทศไทยโตไปข้างหน้า และวันนี้สิ่งที่ประเทศไทยต้องทำคือการเชื่อมโยงในเชิงลึก ซึ่งเราจะต้องเป็นฮับของเซมิคอนดักเตอร์ คือถ้าวันนี้เรามีคนที่เก่งในหลายด้าน หากเราอยากเป็นประเทศที่สร้างรายได้จากไบโอเทค เราจะต้องสร้างคนให้ตรงกับสิ่งที่เราต้องการ วันนี้มหาวิทยาลัยจะต้องไม่ใช่สถานที่แค่ผลิตบัณฑิต แต่ต้องเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อกับชุมชนเข้ากับวิทยาศาสตร์ธุรกิจ เกิดเป็น Mastery Ecosystem (ระบบนิเวศของความเชี่ยวชาญ)
วันนี้คนเรียนเก่งแต่อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่หากเรียนไม่เก่งแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญบางอย่างและประสบความสำเร็จในชีวิต ต้องถามว่าวันนี้ระบบการศึกษาในประเทศไทยให้คุณค่าในเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด เด็กคนหนึ่งที่ต้องมีการลาออกจากโรงเรียนเพราะต้องเรียนให้จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แต่ไม่มีเงิน หากให้เด็กไปเรียนอาชีวะและสามารถเรียนไปทำงานไป มีเงินและมาเรียนต่อจนสามารถเข้าสู่มหาวิทยาลัยได้ นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดและคนเหล่านี้ก็ถูกยอมรับจากสังคม นี่คือสิ่งที่เราพยายามทำอย่างเต็มที่ และจะทำให้ดีที่สุด