รัสเซียส่งโดรนถล่มเคียฟ ดับทั้งตายายและหลานสามขวบ-ยูเครนเอาคืนทุบคลังสินค้า
09 ส.ค. 2569 | apirak_pra

สุดสลด ตายายและหลานวัย 3 ขวบสังเวยเหตุโดรนรัสเซียโจมตีชานเมืองเคียฟ ด้านยูเครนเปิดฉากส่งโดรนถล่มคลังสินค้าเอกชนป่วนระบบเศรษฐกิจหนัก
ข่าว
09 ส.ค. 2569 | apirak_pra

สุดสลด ตายายและหลานวัย 3 ขวบสังเวยเหตุโดรนรัสเซียโจมตีชานเมืองเคียฟ ด้านยูเครนเปิดฉากส่งโดรนถล่มคลังสินค้าเอกชนป่วนระบบเศรษฐกิจหนัก
KEY
POINTS
สถานการณ์การสู้รบในสงครามรัสเซีย-ยูเครนทวีความรุนแรงและโหดร้ายยิ่งขึ้น เมื่อรัสเซียเปิดฉากส่งโดรนโจมตีทางอากาศรอบใหม่ใส่พื้นที่ชานเมืองเคียฟจนสังเวยชีวิตเด็กชายวัยเพียง 3 ขวบพร้อมตาและยาย ขณะเดียวกัน กองทัพยูเครนได้ยกระดับยุทธศาสตร์ตอบโต้ด้วยการส่งโดรนถล่มคลังสินค้าและเครือข่ายโลจิสติกส์ของ Wildberries ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซรัสเซีย หวังตัดกำลังและส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจของมอสโก
ประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เปิดเผยว่า กองทัพรัสเซียได้ระดมยิงขีปนาวุธนำวิถี 6 ลูก และส่งโดรนโจมตีอีกกว่า 151 ลำ ถล่มหลายพื้นที่ในยูเครนตลอดช่วงคืนที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์สะเทือนใจเกิดขึ้นที่หมู่บ้านปูฮิฟกา ห่างจากกรุงเคียฟไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 30 กิโลเมตร เมื่อโดรนรัสเซียพุ่งเป้าตกใส่บ้านพักอาศัย ส่งผลให้เด็กชายวัย 3 ขวบ ตา และยาย เสียชีวิตทันทีในกองเพลิง ขณะที่พ่อ แม่ และพี่ชายวัย 15 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส
เซเลนสกี ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนประเทศเซอร์เบีย แถลงย้ำว่า ยูเครน สหรัฐฯ และยุโรป ต่างต้องการยุติสงครามนี้มานาน แต่เป็น วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ที่ยังคงดื้อดึงใช้ขีปนาวุธและโดรนสังหารประชาชน พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องให้ชาติตะวันตกเร่งจัดสรรขีปนาวุธสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot ให้แก่ยูเครนโดยด่วน หลังสถิติในเดือนกรกฎาคมพบว่ายูเครนสามารถสกัดขีปนาวุธนำวิถีรัสเซียได้เพียง 29 ลูกจากทั้งหมด 195 ลูกเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ยูเครนเดินหน้ากลยุทธ์ "นำสงครามส่งตรงถึงบ้านชาวรัสเซีย" ด้วยการระดมยิงโดรนพุ่งเป้าถล่มคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าของ Wildberries แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย อย่างต่อเนื่องนานกว่า 3 สัปดาห์ ส่งผลให้พื้นที่คลังสินค้ามากกว่า 1.18 ล้านตารางเมตร หรือราว 1 ใน 5 ของคลังสินค้าทั้งหมดทั่วประเทศถูกทำลาย เสียหายมหาศาล และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 ราย
การโจมตีทางอากาศดังกล่าวส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อห่วงโซ่อุปทานและธุรกิจขนาดเล็กในรัสเซียมากกว่า 98,000 แห่ง โดยผู้ประกอบการร้านรับส่งสินค้าจำนวนมากเผชิญภาวะขาดทุนจนต้องประกาศขายกิจการ ขณะที่ธนาคารกลางรัสเซียและเครมลินกำลังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ครองสัดส่วนถึง 8.5% ของเศรษฐกิจรัสเซีย ซึ่งวิกฤตครั้งนี้อาจส่งผลให้เกิดภาวะเงินพ้องและคลื่นการล้มละลายของภาคธุรกิจขนาดย่อมทั่วประเทศ
.