ปะทะเดือดกลางวงประชุม – ปิดไมค์โต้กันระอุ
นายรังสิมันต์ จึงขอให้นายศุภชัย พูดสรุป เพื่อที่จะได้เข้าสู่วาระการประชุม แต่นายศุภชัย ได้ตอบโต้ว่า นายรังสิมันต์ ไม่เปิดโอกาสให้ตนพูด เพราะเรื่องที่เกี่ยวกับผลกระทบของนายรังสิมันต์ จึงไม่ยอมให้ตนพูด ทำให้นายรังสิมันต์ ปิดไมค์ของนายศุภชัย พร้อมกล่าวว่า ตนได้ให้เวลานายศุภชัยพูดหลายนาทีแล้ว ก่อนจะอนุญาตให้นายศุภชัยพูดต่อ
จากนั้น นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการฯ ได้สนับสนุนข้อทักท้วของนายศุภชัย เช่นเดียวกับกรรมาธิการฯ ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย คนอื่น ๆ ที่สนับสนุนคำโต้แย้งของนายศุภชัยด้วย
ขณะที่ นายรังสิมันต์ ได้พยายามจะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม แต่นายศุภชัย ยังคงทักท้วงว่า ประธานฯ ไม่สามารถดำเนินการตามระเบียบวาระได้ เพราะการดำเนินการไม่ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมฯ และได้พยายามขอมติจากที่ประชุมฯ แต่นายรังสิมันต์ ยังคงพยายามกลับเข้าสู่วาระการประชุม จึงเกิดการโต้เถียงต่อ ซึ่งนายรังสิมันต์ ได้ขอให้ที่ประชุมฯ อยู่ในความสงบ แต่ศุภชัย ยืนยันว่า ใช้สันติวิธีอยู่แล้ว
ทำให้ นายรังสิมันต์ จึงพยายามอธิบายว่า ในกรณีที่นายศุภชัยส่งหนังสือไม่เห็นด้วย จะมีการพูดคุยขอมติกันอย่างไรนั้น จะพูดกันในวาระอื่น
นายศุภชัย ยังคงย้ำว่า ตนถือว่าข้อทักท้วงของกรรมาธิการทุกคนเป็นข้อทักท้วงที่มีความสำคัญต่อการพิจารณาตนต้องการให้มีบรรทัดฐาน เพราะตนไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาวาระในวันนี้ เพราะขอยังไม่มีการขอมติจากที่ประชุมฯ ว่า จะรับหรือไม่
เดินหน้าประชุมต่อแม้ไร้เงาผู้ถูกกล่าวหา
ด้าน นายรังสิมันต์ ยังคงย้ำว่า ข้อทักท้วงของกรรมาธิการฯ ทุกคน เป็นข้อทักท้วงที่มีความสำคัญต่อการพิจารณา แต่จะหารือต่อในคราวหลัง และได้ดำเนินการกลับเข้าสู่วาระการประชุมตามปกติ หลังถกเถียงกันเกือบครึ่งชั่วโมง ซึ่งแม้นางสาวสุชาดา และสามี รวมถึงนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะไม่ได้มาชี้แจงต่อกรรมาธิการ แต่ยังคงมีผู้แทนจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนจากผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ผู้แทนจากผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงผู้แทนจาก ป.ป.ช., ป.ป.ง. และ ก.ล.ต. มาชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ อยู่