'โกวิทย์' อสส.คนใหม่ ชูนโยบายกล้าสั่งไม่ฟ้อง คดีหลักฐานอ่อน
05 ต.ค. 2569 | titayu_pur

"โกวิทย์ ศรีไพโรจน์" อสส.คนใหม่ ลุยยุทธศาสตร์สื่อสารโปร่งใส ชูนโยบายกล้า "สั่งไม่ฟ้อง" คดีพยานหลักฐานอ่อน เลิกฟ้องส่งเดช หวังยกมาตรฐานศาลลงโทษสูงเทียบชั้นญี่ปุ่น
ข่าว
05 ต.ค. 2569 | titayu_pur

"โกวิทย์ ศรีไพโรจน์" อสส.คนใหม่ ลุยยุทธศาสตร์สื่อสารโปร่งใส ชูนโยบายกล้า "สั่งไม่ฟ้อง" คดีพยานหลักฐานอ่อน เลิกฟ้องส่งเดช หวังยกมาตรฐานศาลลงโทษสูงเทียบชั้นญี่ปุ่น
KEY
POINTS
5 ตุลาคม 2569 นายโกวิทย์ ศรีไพโรจน์ เข้ารับตำแหน่ง อัยการสูงสุด คนที่ 21 ณ สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ โดยชูนโยบายยกระดับองค์กรให้เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมเปิดตัวยุทธศาสตร์เชิงรุกดึง ประยุทธ์ เพชรคุณ กลับมารับตำแหน่งโฆษกฯ เพื่อสร้างระบบสื่อสารโปร่งใส ชี้แจงคดีสำคัญป้องกันสังคมสับสนจากข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือน เน้นย้ำประสิทธิภาพการทำสำนวนคดี ยึดมาตรฐานสูงกล้า สั่งไม่ฟ้อง หากพยานหลักฐานไม่แน่นพอ โดยไม่ส่งฟ้องไปวัดดวงในชั้นศาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
สำนักงานอัยการสูงสุดมีผู้นำองค์กรคนใหม่ คือ นายโกวิทย์ ศรีไพโรจน์ อัยการสูงสุดคนที่ 21 ที่ได้ทำพิธีรับตำแหน่ง โดยมีข้าราชการอัยการ ตลอดจนบุคคลสำคัญจากแวดวงต่างๆ เข้าแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก ณ สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ
โดย “ทีมข่าวเนชั่น” ได้ไปสังเกตการณ์พบว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก และได้พูดคุยกับอัยการสูงสุดคนใหม่ ซึ่งได้เผยนโยบายในยุคของตนว่า อัยการจะต้องมีความกล้าหาญในการสั่งคดี และเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกมิติ
นายโกวิทย์ ระบุว่า ในยุคนี้จะมีการสื่อสารกับประชาชนมากขึ้นผ่านสื่อมวลชน ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินใจแต่งตั้ง นายประยุทธ์ เพชรคุณ อธิบดีอัยการภาค 4 กลับมาเป็นโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดอีกครั้ง เพื่อให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์การสื่อสารเพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชน ต้องไม่ปล่อยให้สังคมหลงไปกับข้อมูลที่ไม่เป็นจริงจากผู้ที่ไม่รู้จริง เพราะโลกยุคนี้เป็นยุคข้อมูลข่าวสาร ใครก็แสดงความเห็นได้ แต่ความเห็นนั้นอาจไม่ถูกต้องและสร้างความเข้าใจผิดให้กับสังคม ทำให้สังคมขัดแย้งหนักขึ้น
ส่วนในคดีสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ สำนักงานอัยการสูงสุดจะมีการแถลงความคืบหน้าเป็นระยะ รวมถึงเหตุผลในการสั่งคดีเพื่อความโปร่งใส โดยข้อมูลที่เปิดเผยได้จะเปิดเผยทั้งหมด เพื่อให้สื่อมวลชนช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง สร้างความเข้าใจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
นอกจากนั้น อัยการสูงสุดคนใหม่ยังตั้งเป้าว่า สำนวนที่อัยการมีความเห็น “สั่งฟ้อง” จะต้องมีน้ำหนักของพยานหลักฐานที่ชัดเจน ทำให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยในสัดส่วนที่สูงเทียบเท่ากับประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น ซึ่งมีคดีที่อัยการสั่งฟ้องแล้วศาลยกฟ้องน้อยมาก โดยในความเป็นจริง คดีที่อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องเมื่อไปถึงศาล ควรจะต้องพิพากษาลงโทษได้เกือบทั้งหมด เรื่องนี้เป็นการสะท้อนประสิทธิภาพของอัยการในการทำสำนวนคดีให้มีความรอบคอบรัดกุม
ฉะนั้น คดีใดที่พยานหลักฐานอ่อน หรือหลักฐานไม่พอฟ้อง จะไม่มีการ “ฟ้องไปก่อนเพื่อให้ไปว่ากันในชั้นศาล” แต่อัยการจะต้องมีความกล้าหาญในการ “สั่งไม่ฟ้อง” ซึ่งคาดว่าจะมีคดีลักษณะนี้จำนวนไม่น้อย