เนชั่นทีวี

ข่าว

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนช่วงเปลี่ยนฤดู ฝนตกหนักทั่วไทยและมีลูกเห็บตก

07 ต.ค. 2569 | titayu_pur

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนช่วงเปลี่ยนฤดู ฝนตกหนักทั่วไทยและมีลูกเห็บตก

เตรียมตัวให้ดี! กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนช่วงเปลี่ยนฤดู ฝนตกหนักทั่วไทยและมีลูกเห็บตก ขณะที่กรมชลประทานพร่องน้ำเจ้าพระยา ท้ายเขื่อนลดระดับลง 10–25 เซนติเมตร เพื่อรับมือฝนรอบใหม่ ย้ำเขื่อนหลักยังรองรับน้ำได้

เตรียมตัวให้ดี! กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนช่วงเปลี่ยนฤดู ฝนตกหนักทั่วไทยและมีลูกเห็บตก ขณะที่กรมชลประทานพร่องน้ำเจ้าพระยา ท้ายเขื่อนลดระดับลง 10–25 เซนติเมตร เพื่อรับมือฝนรอบใหม่ ย้ำเขื่อนหลักยังรองรับน้ำได้

KEY

POINTS

  • อุตุฯ เตือนสภาพอากาศแปรปรวน: ช่วงเปลี่ยนฤดู 9–13 ต.ค. ไทยรับมือฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก ครอบคลุมภาคอีสาน เหนือ กลาง กทม. ปริมณฑล และภาคใต้
  • ชลประทานพร่องน้ำเจ้าพระยา: ปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนลงเหลือ 2,400 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนลดลง 10–25 เซนติเมตร ยืนยันเขื่อนหลักยังรองรับน้ำได้
  • เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง-น้ำทะเลหนุน: แม่กลอง-เพชรบุรีระดับน้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนภาคตะวันออกเร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำระบายลงสู่อ่าวไทยรับมือฝนรอบใหม่

7 ตุลาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนสภาพอากาศวันนี้ ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดู มวลอากาศเย็นเริ่มแผ่ปกคลุม ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักทั่วไทย ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก ระหว่างวันที่ 9–13 ตุลาคม โดยครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กทม.และปริมณฑล ภาคตะวันตก และภาคใต้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ขณะที่กรมชลประทานเร่งพร่องน้ำ และปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงเหลือ 2,400 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนลดลง 10–25 ซม. พร้อมระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยโดยตรง

 

นายฟาตา มรรษทวี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบงานการพยากรณ์อุตุนิยมวิทยา แถลงข่าวผ่านศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่า วันนี้และพรุ่งนี้ เนื่องจากความกดอากาศสูงเริ่มแผ่ลงมา ฝนจะขยับจากตะวันออกของประเทศไปทางตะวันตก ซึ่งทางภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และช่วงนี้เป็นช่วงท้ายฤดูฝน ประเทศไทยยังมีอากาศแปรปรวน โดยจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมถึงลูกเห็บตก โดยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก มีผลกระทบดังนี้

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนช่วงเปลี่ยนฤดู ฝนตกหนักทั่วไทยและมีลูกเห็บตก

 

วันที่ 9 ตุลาคม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ รวมถึงภาคใต้ฝั่งตะวันออก

 

วันที่ 10 ตุลาคม ภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดตาก กำแพงเพชร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้

 

วันที่ 11 ตุลาคม แนวตะวันตกของภาคเหนือตอนล่าง บริเวณจังหวัดตาก ภาคกลางแถบจังหวัดกาญจนบุรี กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงได้รับผลกระทบ และภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดราชบุรี เพชรบุรี ซึ่งอาจมีฝนตกหนัก

 

วันที่ 12 ตุลาคม ภาคกลางตอนล่าง ฝนค่อนข้างน้อย แต่ฝนจะไปตกหนักทางภาคใต้และฝั่งตะวันตก

 

วันที่ 13 ตุลาคม ภาคใต้ตอนล่าง แถบจังหวัดปัตตานี นราธิวาส

ขณะที่ นายธวัชชัย ไตรวารี ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน กล่าวว่า จากฝนที่ตกในพื้นที่ตอนบน ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ น่าน ทั้งเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ สามารถรองรับน้ำได้ทั้งหมด ไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่ตอนล่าง ส่วนการระบายน้ำท้ายเขื่อนจะระบายให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เพื่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ และการเกษตรของประชาชน

 

ส่วนเขื่อนเจ้าพระยา ที่สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวาน 30-40 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สถานการณ์แนวโน้มเริ่มดีขึ้น โดยมีการบริหารจัดการน้ำแบบสมดุล ทั้งน้ำด้านเหนือ ด้านข้าง และการระบายน้ำ ณ วันนี้มีการลดการระบายน้ำทางด้านตอนล่างจาก 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยค่อยๆ ลดตั้งแต่เวลา 08.00 น. ที่ผ่านมา และจะคงระดับที่ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในช่วงเวลา 13.00 น. พร้อมทั้งลดการระบายน้ำออกทางฝั่งแม่น้ำน้อย แม่น้ำท่าจีน และคลองชัยนาท-ป่าสัก ตามลำดับ ส่งผลให้พื้นที่ท้ายน้ำระดับน้ำลดลงอีก 10-25 เซนติเมตร โดยน้ำส่วนนี้จะผ่านจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และออกสู่อ่าวไทย โดยจะไม่ผันน้ำเข้าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แต่จะระบายลงสู่อ่าวไทยโดยตรง

 

ส่วนภาคตะวันตก ทางฝั่งลุ่มน้ำแม่กลอง กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าจะมีฝนตกหนักในช่วงที่จะถึงนี้ จึงมีการเตรียมความพร้อมในการพร่องน้ำหน้าเขื่อนแม่กลองเพื่อรองรับน้ำฝน แต่เนื่องจากฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้บริเวณอำเภอไทรโยคมีปริมาณน้ำล้นตลิ่งบางจุด น้ำที่ไหลมาถึงเขื่อนแม่กลองวันนี้ระบายอยู่ที่ 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานกว่า 100 ลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้พื้นที่ท้ายน้ำ ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสาคร จะมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 40-50 เซนติเมตร แต่คาดว่าปริมาณน้ำที่มาเติมจะไม่ส่งผลกระทบมากนัก เนื่องจากปริมาณฝนน้อยกว่ารอบที่ผ่านมา

 

ส่วนภาคใต้ ตั้งแต่ตอนต้น ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี เขื่อนแก่งกระจานยังควบคุมการระบายน้ำวันละประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับพื้นที่ท้ายน้ำ โดยปริมาณน้ำหน้าเขื่อนเพชรอยู่ที่ 160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งมีศักยภาพในการรองรับน้ำอยู่ที่ 320 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะนี้มีน้ำอยู่ครึ่งหนึ่ง โดยระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเพชรไปทางตัวเมืองเพชรบุรีประมาณ 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งศักยภาพของลำน้ำที่ผ่านตัวเมืองเพชรบุรีรับได้ถึง 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะนี้ระบายเพียงครึ่งเดียว จึงยังไม่มีผลกระทบในเขตตัวเมืองเพชรบุรี

 

สถานการณ์น้ำที่ยังต้องเฝ้าระวังอยู่ในส่วนของภาคตะวันออก โดยพื้นที่ตอนบนฝั่งแม่น้ำบางปะกง ซึ่งเป็นจุดรวมระหว่างแม่น้ำนครนายกกับแม่น้ำปราจีนบุรี พื้นที่ตอนบนของแม่น้ำนครนายกเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนพื้นที่ตอนล่างแถบอำเภอองครักษ์ ปริมาณน้ำค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากระดับน้ำทะเลหนุนและน้ำที่มาเติมจากฝั่งปราจีนบุรี ขณะที่ลำน้ำปราจีนบุรี ตั้งแต่จังหวัดสระแก้วและปราจีนบุรีตอนต้น สถานการณ์น้ำลดลงต่อเนื่อง โดยจะส่งผลกระทบในส่วนของตัวเมือง ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ

 

ส่วนทุ่งรับน้ำ ไม่ว่าจะเป็นทุ่งท่าแห หรือทุ่งบางพลวง ขณะนี้ปริมาณน้ำยังคงทรงตัว และจะค่อยๆ ระบายออกตามระบบชลประทาน โดยปริมาณน้ำที่ระบายขณะนี้อาจกระทบกับพื้นที่ฝั่งจังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งแต่บางน้ำเปรี้ยว บางคล้า พนมสารคาม และอำเภอเมือง จะทำให้ระดับน้ำทรงตัวถึงสูงขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากอิทธิพลน้ำทะเลหนุน แต่หลังจากน้ำทะเลลดระดับลง สถานการณ์จะดีขึ้น ปัจจุบันหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพเรือ และกรมชลประทาน ได้ระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และเรือผลักดันน้ำไปติดตั้งเพื่อเร่งระบายน้ำ คาดว่าสถานการณ์จะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ

 

ข่าวล่าสุด