สำนักข่าว Financial Times รายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลกด้วยการให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจนว่า เป้าหมายสูงสุดของเขาในสงครามครั้งนี้คือการ "ยึดน้ำมันในอิหร่าน" โดยเปรียบเทียบกับแผนการที่สหรัฐฯ กำลังดำเนินการในเวเนซุเอลา ที่ตั้งเป้าจะเข้าควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันอย่างไม่มีกำหนด หลังจากบุกจับตัวนายนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเผด็จการได้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
"บอกตามตรง สิ่งที่ผมโปรดปรานที่สุดคือการยึดน้ำมันในอิหร่าน แต่มีคนโง่ๆ ในอเมริกาบางคนถามว่าทำไปทำไม? พวกนั้นมันคนโง่" ทรัมป์กล่าวอย่างดุดัน พร้อมระบุว่าแผนการยึด เกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นจุดส่งออกน้ำมันเกือบทั้งหมดของอิหร่าน เป็นทางเลือกที่ทำได้ง่ายมากเพราะเขาเชื่อว่าอิหร่านไม่มีระบบป้องกันที่เข้มแข็งพอ
น้ำมันพุ่งกระฉูด: ตลาดโลกขวัญผวาศึกภาคพื้นดิน
คำประกาศของทรัมป์ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ในตลาดเอเชียเช้าวันจันทร์ พุ่งทะลุ 116 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นกว่า 50% ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าสหรัฐฯ จะส่งทหารราบเข้ายึดครองแหล่งพลังงานจริงตามที่เพนตากอนได้สั่งเคลื่อนกำลังพล 10,000 นาย รวมถึงนาวิกโยธินและหน่วยรบพิเศษจากกองพลส่งทางอากาศที่ 82 เข้าสู่พื้นที่