ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคและองค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาเปิดเผยระบบข้อมูลล่าสุดว่า ยอดผู้ป่วยสะสมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola) ในพื้นที่ภาคตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ได้พุ่งทะยานทะลุเกณฑ์ 1,000 รายเป็นที่เรียบร้อยแล้วภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือนเศษหลังจากประกาศภาวะฉุกเฉิน ยิ่งไปกว่านั้น การระบาดในระลอกนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยเชื้อไวรัสสายพันธุ์หายากและอันตรายสูง ซึ่งยังไม่มีระบบวัคซีนหรือระบบยารักษาโรคที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในปัจจุบัน
1. ยอดผู้ป่วยพุ่งทะลุ 1,000 ราย ดับแล้ว 254 ศพ ดิ่งสถิติระบาดเร็วสุดในประวัติศาสตร์
รายงานระบุว่า กระทรวงสาธารณสุขดีอาร์คองโกได้ทำการตรวจสอบและยืนยันตัวเลขผู้ติดเชื้ออีโบลาสะสมล่าสุดอยู่ที่ 1,003 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 254 ราย กระจายตัวอยู่ใน 3 จังหวัดหลัก ได้แก่ อิตูรี (Ituri), คิวูเหนือ (North Kivu) และคิวูใต้ (South Kivu) ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูกันดาตรวจพบผู้ติดเชื้อเชื่อมโยงแล้ว 19 ราย ซึ่งทาง WHO ระบุว่า นี่เป็นสถิติการแพร่ระบาดของอีโบลาที่ขยายตัวรวดเร็วที่สุดในเดือนแรกเมื่อเทียบกับทุกระลอกที่เคยเกิดขึ้นในทวีปแอฟริกา เนื่องจากเชื้อได้หลุดเข้าสู่เขตเมืองใหญ่อย่างเมืองบูเนีย (Bunia) และระบบนิเวศเมืองเหมืองแร่ที่ประชากรมีความหนาแน่นสูงไปเรียบร้อยแล้ว