เนชั่นทีวี

ข่าว

สหรัฐฯ-อิหร่านโต้กันนัวปมนิวเคลียร์, UN ลุยอพยพ 1.1 หมื่นชีวิตพ้นช่องแคบฮอร์มุซ

24 มิ.ย. 2569 | อภิรักษ์ ประดับญาติ

สหรัฐฯ-อิหร่านโต้กันนัวปมนิวเคลียร์, UN ลุยอพยพ 1.1 หมื่นชีวิตพ้นช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐฯ-อิหร่านเปิดศึกน้ำลายปมเข้าตรวจค้นค่ายนิวเคลียร์ ด้านสภาคองเกรสโหวตสวนริบอำนาจทำสงครามของ "ทรัมป์" ขณะที่ UN เร่งอพยพลูกเรือนับหมื่นชีวิตพ้นช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐฯ-อิหร่านเปิดศึกน้ำลายปมเข้าตรวจค้นค่ายนิวเคลียร์ ด้านสภาคองเกรสโหวตสวนริบอำนาจทำสงครามของ "ทรัมป์" ขณะที่ UN เร่งอพยพลูกเรือนับหมื่นชีวิตพ้นช่องแคบฮอร์มุซ

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ และอิหร่านเกิดความขัดแย้งรุนแรงในประเด็นการตรวจสอบนิวเคลียร์ โดยสหรัฐฯ อ้างว่าอิหร่านยินยอม แต่ฝ่ายอิหร่านออกมาปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง
  • องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้เริ่มปฏิบัติการอพยพลูกเรือเดินสมุทรกว่า 11,000 ชีวิต ที่ติดค้างอยู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซจากวิกฤตความขัดแย้ง
  • สถานการณ์ที่ผ่อนคลายลงในช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน

สรุปสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางรอบวันล่าสุด ซึ่งกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญในกรอบเวลาเจรจา 60 วันเพื่อมุ่งสู่สนธิสัญญาสันติภาพฉบับสมบูรณ์ ทว่าบรรยากาศทางการทูตกลับเริ่มส่อแววตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อทำเนียบขาวและกรุงเตหะรานต่างออกแถลงการณ์ตอบโต้ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงในประเด็นการเข้าตรวจสอบคุณลักษณะทางนิวเคลียร์ และสิทธิ์ในการควบคุมน่านน้ำเชิงยุทธศาสตร์ สวนทางกับภาคสนามที่เริ่มมีความผ่อนคลายหลังราคาน้ำมันดิบโลกร่วงดิ่งต่ำสุดในรอบ 4 เดือน ตอบรับมาตรการเปิดน่านน้ำและแผนงานอพยพลูกเรือเดินสมุทรนับหมื่นชีวิตขององค์การสหประชาชาติ

 

1. ทรัมป์-เตหะรานเปิดศึกน้ำลายปมตรวจนิวเคลียร์ อิหร่านยันไม่เคยเปิดน่านฟ้าให้ผู้ตรวจสอบ

เกิดความขัดแย้งทางข้อมูลอย่างรุนแรงเมื่อ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาแถลงการณ์อ้างว่า ฝ่ายอิหร่านได้ยินยอมตกลงที่จะให้เปิดระบบตรวจสอบอาวุธนิวเคลียร์ขั้นสูงสุด ทว่า นายเอสมาอิล บาเฆอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ได้ออกมาแถลงการณ์ปฏิเสธทันที โดยระบุชัดเจนว่ารัฐบาลอิหร่านยังไม่มีกำหนดการหรือแผนงานในการอนุญาตให้คณะผู้ตรวจสอบจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เดินทางเข้ามาตรวจค้นค่ายนิวเคลียร์ในเวลานี้แต่อย่างใด และที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีการเปิดโต๊ะเจรจากับ นายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการ IAEA แต่อย่างใด

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านย้ำว่า การทำงานร่วมกับ IAEA จะต้องอ้างอิงตามกรอบกฎหมายและมติของสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่านเท่านั้น ซึ่งสภาเคยผ่านกฎหมายระงับความร่วมมือกับ IAEA ไปตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ-อิสราเอลที่ถล่มโรงงานนิวเคลียร์ในฟอร์โดและนาตานซ์ ขณะที่ปธน. ทรัมป์ ได้ออกโรงทวีตขู่สวนทันทีว่า หากอิหร่านคิดจะบล็อกไม่ให้ผู้ตรวจสอบเข้าประเทศ สหรัฐฯ ก็พร้อมที่จะ "ยกเลิก" การเจรจาสันติภาพทั้งหมดทันทีเช่นกัน สอดคล้องกับภาพรวมที่ นายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ยืนกรานเด็ดขาดว่า ระบบพัฒนาขีปนาวุธนำวิถี (Ballistic Missiles) ของอิหร่าน จะไม่มีวันถูกนำมาบรรจุอยู่ในวาระการเจรจาแลกเปลี่ยนกับสหรัฐฯ โดยเด็ดขาด

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน แห่งอิหร่าน โบกมือขณะได้รับการต้อนรับจากนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ และประธานาธิบดีอาซิฟ อาลี ซาร์ดารี แห่งปากีสถาน เมื่อเดินทางถึงฐานทัพอากาศนูร์ ข่าน ในเมืองราวัลปินดี ประเทศปากีสถาน

2. วิกฤตฮอร์มุซเริ่มคลาย: UN ลุยอพยพลูกเรือ 1.1 หมื่นชีวิต

ในส่วนของระบบความปลอดภัยและการขนส่งทางทะเล องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ภายใต้เครือข่ายสหประชาชาติ ได้เริ่มเปิดยุทธการอพยพลูกเรือเดินสมุทรจำนวนมากกว่า 11,000 ชีวิต ที่ติดค้างอยู่บนเรือบรรทุกสินค้าและเรือน้ำมันดิบกลางช่องแคบฮอร์มุซมานานหลายเดือนจากวิกฤตสงคราม ล่าสุด กระทรวงมหาสมุทรและประมงของเกาหลีใต้ เผยข้อมูลว่ามีเรือขนส่งสัญชาติเกาหลีใต้เพิ่มอีก 4 ลำ (รวมเป็น 6 ลำ) พร้อมลูกเรือชาวเกาหลี 26 ชีวิต สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซออกมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว ส่งผลให้เหลือเรือสัญชาติเกาหลีใต้ติดค้างอยู่ในพื้นที่น่านน้ำอันตรายลดลงเหลือ 18 ลำ

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดิ่งตัวลดลงร้อยละ 0.5 ซื้อขายอยู่ที่ 76.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นสถิติต่ำสุดในรอบ 4 เดือน เนื่องจากระบบตลาดเริ่มเกิดความเชื่อมั่นว่า การเปิดช่องแคบฮอร์มุซตามกรอบข้อตกลงชั่วคราวจะช่วยระบายปริมาณน้ำมันดิบออกสู่ตลาดโลกได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินสายทัวร์กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) ทั้งยูเออี คูเวต และบาห์เรน ได้ออกมาแถลงการณ์ประกาศกร้าวว่า ภายใต้ข้อตกลงสันติภาพฉบับสมบูรณ์ในอนาคต อิหร่านจะไม่มีสิทธิ์เรียกเก็บค่าผ่านทางหรือค่าธรรมเนียมใด ๆ จากเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซโดยเด็ดขาด เพื่อรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือสากล

วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ทิม เคน (พรรคเดโมแครต รัฐเวอร์จิเนีย) พูดคุยกับผู้สื่อข่าวหลังจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก สนับสนุนร่างกฎหมายยุติปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ณ อาคารรัฐสภา ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา

3. วุฒิสภาโหวตผ่านมติริบอำนาจ "ทรัมป์" ในการทำสงครามกับอิหร่าน

เกิดแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองครั้งใหญ่ภายในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติเห็นชอบ 50 ต่อ 48 เสียง ผ่านร่างข้อมติอำนาจการทำสงคราม (War Powers Resolution) ซึ่งส่งผลเป็นการออกคำสั่งบังคับให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องถอนกำลังทหารและยุติการส่งกองทัพสหรัฐฯ เข้าไปทำสงครามหรือปะทะกับประเทศอิหร่านโดยตรง

ระบบคะแนนเสียงในครั้งนี้สร้างความประหลาดใจเนื่องจากมีสมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกัน (พรรครัฐบาล) ถึง 4 ราย ได้แก่ ซูซาน คอลลินส์, แรนด์ พอล, บิล แคสซิดี และ ลิซา เมอร์คอฟสกี ตัดสินใจโหวตสวนมติวิปฝ่ายตนเองเพื่อหันมาสนับสนุนร่างข้อมติดังกล่าวร่วมกับพรรคเดโมแครต ทำให้นี่นับเป็นครั้งแรกที่วุฒิสภาสามารถผ่านมติเพื่อควบคุมและสกัดกั้นการใช้อำนาจทหารในตะวันออกกลางของปธน. ทรัมป์ ได้สำเร็จ

 

4. เจรจาอิสราเอล-เลบานอนส่อเค้าพัง ทูตชี้สภาพเหมือน "รถไฟชนกัน"

ด้านสถานการณ์ภาคพื้นดินในเลบานอน แม้ว่าภาพรวมข้อตกลงหยุดยิงจะยังคงมีผลบังคับใช้ แต่ล่าสุดเกิดเหตุตึงเครียดเมื่อกองทัพอิสราเอลเปิดฉากยิงถล่มทางตอนใต้ของเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกแถลงการณ์ประณามทันทีว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

ขณะเดียวกัน การเปิดโต๊ะเจรจาสันติภาพรอบที่ 5 ระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลางเริ่มเผชิญทางตัน โดยเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ ได้ออกมาอธิบายสภาพการประชุมในครั้งนี้อย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นเหมือน "ซากปรักหักพังของรถไฟชนกัน" (Train Wreck) เนื่องจากอิสราเอลมองว่า บันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ได้กลายเป็นการชุบชีวิตและต่อลมหายใจ (A new lease on life) ให้แก่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง พร้อมทั้งยืนกรานเสียงแข็งว่า กองทัพอิสราเอลจะไม่มีวันยอมถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่เขตปลอดภัย (Security Zone) ทางตอนใต้ของเลบานอนตราบใดที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงเป็นภัยคุกคาม ขณะที่การเมืองภายในของอิสราเอลเริ่มเกิดรอยร้าวและส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู อย่างรุนแรงที่ล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์และสร้างความสั่นคลอนในความสัมพันธ์กับพันธมิตรหลักอย่างสหรัฐฯ

 

5. กองทัพอิหร่านประกาศปรับระบบ ขยับสู่ "เปิดเกมรุกยุทธศาสตร์"

ปิดท้ายด้วยระบบความมั่นคงภายในฝั่งเตหะราน พลเอก อาหมัด เรซา ปูร์ดาสตาน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและศึกษาเชิงยุทธศาสตร์กองทัพบกอิหร่าน ได้ออกมาแถลงการณ์เปิดเผยต่อสำนักข่าวฟาร์สว่า ในเวลานี้โครงสร้างยุทธศาสตร์ทางการทหารของประเทศอิหร่านได้ทำการปรับเปลี่ยนระบบจากเดิมที่เป็น "ตั้งรับเชิงยุทธศาสตร์" (Strategic Patience) ขยับขยายไปสู่ "เปิดเกมรุกเต็มรูปแบบ" (Offensive Doctrine) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ภายใต้ระบบคิดแบบเปิดเกมรุกนี้ กองทัพอิหร่านได้บรรจุแผนการโจมตีแบบชิงลงมือก่อน (Preemptive Operations) เอาไว้ในระบบปฏิบัติการ และหากมีความจำเป็นต่อผลประโยชน์ของชาติ กองทัพอิหร่านก็พร้อมที่จะเปิดฉากโจมตีสายฟ้าแลบเพื่อสร้างความประหลาดใจและสร้างความเสียหายให้แก่ศัตรูในสมรภูมิที่ไม่เปิดเผยทันที พร้อมส่งสัญญาณยืนยันระบบความพร้อมสูงสุดในการส่งกำลังบำรุงและอาวุธเข้าไปช่วยเหลือปกป้องประชาชนในประเทศเลบานอนอย่างเต็มกำลัง

ข่าวล่าสุด