สำนักข่าวเอพีรายงานแถลงการณ์จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569 ระบุว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์ คองโก) และประเทศยูกันดา กำลังทวีความรุนแรงเข้าขั้นวิกฤตขั้นสูงสุด โดยในเวลาเพียง 1 เดือนหลังประกาศการระบาดอย่างเป็นทางการ มียอดผู้เสียชีวิตพุ่งทะลุ 200 รายแล้ว และถือเป็นสถิติการระบาดที่รุนแรงและรวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของการระบาดในอดีต โดยมีจำนวนผู้สัมผัสใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยงสูงคาดการณ์ในระบบมากถึง 35,000 ราย
สายพันธุ์บุนดิบูเกียวสุดอันตราย ไร้วัคซีน-ไร้ยารักษาอย่างเป็นทางการ
ดร. เวสซัม แมนคูลา นักระบาดวิทยาการแพทย์ของ Africa CDC เปิดเผยว่า ปัจจุบันยอดผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันผลตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้วพุ่งสูงถึง 894 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่รุนแรงกว่าสถิติการระบาดที่เลวร้ายที่สุดของยูกันดาเมื่อปี 2000 ถึง 3 เท่าตัว ซ้ำร้ายยอดผู้ติดเชื้อในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาขยับเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัวถึงร้อยละ 38 และลุกลามขยายวงกว้างไปแล้วใน 32 เขตสาธารณสุขทั่วภาคตะวันออกของดีอาร์คองโก
สาเหตุสำคัญที่ทำให้การระบาดครั้งนี้ควบคุมได้ยากเนื่องจากเกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ "บุนดิบูเกียว" (Bundibugyo virus) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดได้ยากและยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาโรคที่ได้รับการอนุมัติใช้งานอย่างเป็นทางการ แตกต่างจากการระบาด 16 ครั้งก่อนหน้านี้ในคองโกที่เป็นสายพันธุ์ "ซาร์" (Zaire virus) ซึ่งมีวัคซีน "เออร์เวโบ" (Ervebo) คอยควบคุมโรคอยู่แล้ว ในปัจจุบันแพทย์ต้องรักษาตามอาการและประคับประคองควบคู่ไปกับการทดลองใช้ยาแอนติบอดี (Monoclonal Antibodies) ที่อยู่ระหว่างวิจัย โดยล่าสุดมีผู้ป่วยหายดีสะสมเพียง 74 รายเท่านั้น