เนชั่นทีวี

ข่าว

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: อิสราเอลบุกเลบานอนลามหนัก-"ทรัมป์" ขู่ใช้ไม้แข็งหากดีลนิวเคลียร์ล่ม

01 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: อิสราเอลบุกเลบานอนลามหนัก-"ทรัมป์" ขู่ใช้ไม้แข็งหากดีลนิวเคลียร์ล่ม

สรุปสถานการณ์สงครามอิหร่านรอบวัน อิสราเอลยกระดับบุกเลบานอนลึกสุดในรอบ 25 ปี ทั่วโลกประณามยับ ด้านทรัมป์ขู่ใช้กำลังทหารหากดีลนิวเคลียร์ล่ม

สงครามอิหร่านและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงถึงขีดสุด หลังกองทัพอิสราเอลเปิดฉากยกระดับการบุกโจมตีภาคพื้นดินเข้าไปในเลบานอนอย่างเต็มรูปแบบและลึกที่สุดในรอบ 26 ปี ส่งผลให้เกิดกระแสประณามจากนานาชาติอย่างหนัก โดยฝรั่งเศสได้ยื่นคำร้องขอเปิดประชุมฉุกเฉินคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ทันที ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกโรงขู่ขยับเงื่อนไขข้อตกลงกับอิหร่านให้เข้มงวดขึ้น พร้อมขู่ใช้ปฏิบัติการทางทหารขั้นเด็ดขาดหากการเจรจาล้มเหลว

 

อิสราเอลทุบสถิติบุกเลบานอนลึกสุด ข้ามแม่น้ำลิตานี-ยึดป้อมโบฟอร์ต

กองทัพอิสราเอลได้สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลกด้วยการเดินหน้าบุกทะลวงลึกเข้าไปในดินแดนเลบานอนขนานใหญ่ โดยสามารถข้ามผ่านแม่น้ำลิตานี ซึ่งถือเป็นเส้นแบ่งเขตแดนความมั่นคงสำคัญ และเข้าควบคุม "ปราสาทโบฟอร์ต" (Beaufort Castle) ป้อมปราการประวัติศาสตร์ที่ได้รับการคุ้มครองโดย UNESCO สำเร็จ

การรุกคืบครั้งนี้นับเป็นการแทรกซึมทางทหารที่ลึกที่สุดของอิสราเอลนับตั้งแต่ถอนกำลังออกไปเมื่อปี 2000 หรือในรอบ 26 ปี ซึ่งแหล่งข่าวทางการทูตระบุว่า การบุกรุกของอิสราเอลในครั้งนี้กำลังทำลายโอกาสในการหาทางออกเพื่อสันติภาพ และกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการเจรจาระหว่างเลบานอนและสหรัฐฯ

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: อิสราเอลบุกเลบานอนลามหนัก-"ทรัมป์" ขู่ใช้ไม้แข็งหากดีลนิวเคลียร์ล่ม

วิกฤตผู้ลี้ภัยทะลัก เมืองไทร์โดนสั่งอพยพ 8 หมื่นคน

ผลจากการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเมืองไทร์ (Tyre) และเดอีร์ เอล-ซาห์รานี (Deir el-Zahrani) ส่งผลให้รัฐบาลเลบานอนต้องเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ล่าสุดกองทัพอิสราเอลได้ออกคำสั่งเตือนให้ประชาชนในเมืองไทร์มากกว่า 80,000 คน อพยพออกจากบ้านเรือนและมุ่งหน้าขึ้นไปทางทิศเหนือทันที ซ้ำเติมวิกฤตผู้พลัดถิ่นภายในประเทศที่รัฐบาลเลบานอนไม่มีทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานเพียงพอในการรองรับ

จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า เฉพาะการโจมตีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อิสราเอลถล่มภาคใต้ของเลบานอนไปมากกว่า 36 ครั้ง คร่าชีวิตประชาชนไปอย่างน้อย 12 ราย บาดเจ็บอีก 35 ราย โดยในจำนวนนี้รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล 13 รายที่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีใกล้กับโรงพยาบาลไฮแรมในเมืองไทร์ด้วย

สหรัฐฯ ยื่นโรดแมปหย่าศึก แต่ฮิซบอลเลาะห์ยื่นเงื่อนไข "ยิงมายิงกลับ"

ท่ามกลางการสู้รบที่ดุเดือด มีรายงานว่า นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ต่อสายตรงถึงประธานาธิบดี โจเซฟ อูน แห่งเลบานอน และนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เพื่อเสนอ "โรดแมป" ในการลดระดับความรุนแรง

เงื่อนไขสำคัญของสหรัฐฯ คือ กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ต้องหยุดโจมตีอิสราเอลทุกรูปแบบ เพื่อแลกกับการที่อิสราเอลจะงดเว้นการยกระดับโจมตีทางอากาศในกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน อย่างไรก็ตาม นายนาบิห์ เบอร์รี ประธานสภาเลบานอนซึ่งมีความใกล้ชิดกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ได้ให้คำตอบที่คลุมเครือ โดยระบุว่าจะยอมหยุดยิงก็ต่อเมื่อฝ่ายอิสราเอลเป็นฝ่ายหยุดลั่นไกก่อนเท่านั้น ขณะที่สหรัฐฯ ประณามฮิซบอลเลาะห์ว่าทำตามคำสั่งของรัฐบาลเตหะรานโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของคนในชาติ

ด้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์แถลงตอบโต้ ยืนยันว่าได้ทำการยิงจรวดและปืนใหญ่ถล่มกองกำลังอิสราเอลบริเวณชานเมืองโยห์มอร์ อัล-ชากิฟ ทางตอนใต้ของเลบานอน เพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และสามารถยิงโดรน "Hermes 450" ของอิสราเอลตกในฝั่งตะวันตกของเลบานอนตอนใต้ได้ 1 ลำ

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: อิสราเอลบุกเลบานอนลามหนัก-"ทรัมป์" ขู่ใช้ไม้แข็งหากดีลนิวเคลียร์ล่ม

"ทรัมป์" ขู่ขยับเงื่อนไขนิวเคลียร์-พร้อมปิดจ๊อบด้วยกำลังทหาร

ด้านความเคลื่อนไหวจากฝั่งสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวของสถานีโทรทัศน์ CNN ที่ระบุว่าร่างข้อตกลงฉบับใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านไม่มีการบรรจุวาระเรื่องนิวเคลียร์ โดยทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ตอกกลับว่าเป็น "ข่าวปลอม" และยืนยันว่าเนื้อหาหลักของข้อตกลงระบุไว้อย่างชัดเจนและเต็มไปด้วยรายละเอียดว่า "อิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ครอบครอง"

อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นของสหรัฐฯ รายงานเพิ่มเติมว่า ทรัมป์กำลังสั่งให้ตัวแทนเจรจาเพิ่มเงื่อนไขที่รัดกุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะข้อกำหนดเกี่ยวกับการอายัดสินทรัพย์ของอิหร่าน ยิ่งไปกว่านั้น ทรัมป์ยังได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทาง Fox News โดยส่งสัญญาณเตือนอย่างแข็งกร้าวว่า หากสหรัฐฯ ไม่ได้รับข้อตกลงที่น่าพึงพอใจจากอิหร่าน กองทัพสหรัฐฯ ก็พร้อมที่จะ "ปิดจ๊อบทุกอย่างด้วยกำลังทางทหาร" ทันที

ขณะที่ นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ระบุว่าการส่งข้อความเจรจาระหว่างสองประเทศยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แต่จะยังไม่มีอะไรแน่นอนจนกว่าข้อตกลงฉบับสมบูรณ์จะได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการ

 

ตลาดหุ้นเอเชียบวกรับความหวัง น้ำมันพุ่งแตะ 93 ดอลลาร์

แม้อิสราเอลจะขยายวงสงครามเข้าเลบานอน แต่ตลาดหุ้นรายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียกลับเปิดตลาดวันแรกของสัปดาห์ด้วยแดนบวก โดยดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.3% ขณะที่ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นบวกเพิ่ม 0.5% เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังต่อกลุ่มเทคโนโลยีและการประเมินว่าระยะวิกฤตุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจโลกใกล้จะผ่านพ้นไปหากเรือขนส่งน้ำมันกลับมาเดินเรือได้ปกติ

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ในตลาดเอเชียพุ่งทะยานขึ้นมากกว่า 2% ทะลุระดับ 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานในตะวันออกกลางยังคงเสียหายและต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู

 

อัปเดตสถานการณ์รอบด้านในภูมิภาค

  • อิหร่าน: ประกาศความสำเร็จในการกลับมาเดินเครื่องผลิตแก๊สธรรมชาติในแพลตฟอร์มทางทะเล 3 แห่ง ณ แหล่งแก๊สเซาท์พาร์ส (South Pars) ได้อีกครั้ง หลังจากถูกอิสราเอลโจมตีทางอากาศเสียหายไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

  • อิรัก: เกิดเหตุระทึกเมื่ออิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูกเข้าใส่ฐานที่มั่นของกลุ่มการเมืองชาวเคิร์ด "Komala" ในจังหวัดเออร์บิล ทางตอนเหนือของอิรัก ทำให้ยอดรวมการโจมตีใส่กลุ่มดังกล่าวพุ่งเกิน 81 ครั้งแล้ว นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่านเปิดฉากขึ้น

  • ฉนวนกาซา: เฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของอิสราเอลโจมตีท่าเรือประมงทางตะวันตกของฉนวนกาซา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 2 ราย และมีการใช้โดรนติดอาวุธโจมตีเขตไซตูน รวมถึงระเบิดปืนใหญ่ในเบต ลาฮิยา ทางตอนเหนือด้วย

  • ซีเรีย: กองทัพอิสราเอลรุกคืบเข้าสู่ทางตอนใต้ของซีเรีย ในจังหวัดคูเนตราและเดรา โดยมีการตั้งจุดตรวจชั่วคราวและค้นรถพลเรือนก่อนจะถอนกำลังออกไป

  • เยรูซาเลม: สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ออกแถลงการณ์ประณามกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวที่บุกเข้าไปในพื้นที่มัสยิดอัล-อักซา ภายใต้การคุ้มกันของตำรวจอิสราเอล พร้อมมีการชักธงชาติอิสราเอลขึ้น ซึ่งถือเป็นการยั่วยุและละเมิดสถานะทางประวัติศาสตร์ของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์