เนชั่นทีวี

ข่าว

สรุปสถานการณ์สงครามอิหร่านรอบวัน: 'ทรัมป์-สี จิ้นผิง' หนุนเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางคำขู่บดขยี้อิหร่าน

15 พ.ค. 2569

สรุปสถานการณ์สงครามอิหร่านรอบวัน: 'ทรัมป์-สี จิ้นผิง' หนุนเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางคำขู่บดขยี้อิหร่าน

สรุปสถานการณ์สงครามอิหร่านรอบวัน: ทรัมป์-สีจิ้นผิง เห็นพ้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ทรัมป์ขู่อิหร่านต้องยอมเจรจาหรือเผชิญการทำลายล้าง ด้านสมรภูมิเลบานอนยังเดือดทหารอิสราเอลดับ

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญหลังการพบปะระหว่างสองมหาอำนาจโลกในกรุงปักกิ่ง โดยทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในประเด็น "ความมั่นคงทางพลังงาน" โดยเฉพาะการรักษาช่องแคบฮอร์มุซให้เปิดกว้างเพื่อรับรองการไหลเวียนของทรัพยากรโลก

 

1. ยุทธศาสตร์ "ฮอร์มุซ" และคำขู่จากพญาอินทรี

จากการหารือที่ปักกิ่ง ผู้นำจีนเห็นพ้องว่าช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ "ต้องยังคงเปิดอยู่เสมอ" เพื่อสนับสนุนกระแสพลังงานเสรี ท่ามกลางรายงานว่าอิหร่านเริ่มใช้ยุทธศาสตร์ "เปิดให้มิตร-ปิดให้ศัตรู" โดยอนุญาตให้เรือจากจีนผ่านได้ แต่บล็อกเส้นทางของชาติปรปักษ์

  • คำเตือนถึงเตหะราน: โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อสหรัฐฯ ส่งข้อความถึงอิหร่านอย่างดุดันว่า "พวกเขาจะยอมทำข้อตกลง หรือจะยอมถูกกวาดล้างให้สิ้นซาก (Annihilation)" พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ รู้พิกัดการเคลื่อนย้ายขีปนาวุธใต้ดินของอิหร่านทั้งหมดและสามารถทำลายได้ภายในวันเดียว
  • มุมมองจีน: กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า การหาข้อยุติในสงครามอิหร่านโดยเร็วจะส่งผลดีต่อทุกฝ่าย รวมถึงสหรัฐฯ และชาติในภูมิภาค โดยจีนพร้อมจะเป็นตัวกลางในการจัดการความกังวลของแต่ละฝ่าย

2. สมรภูมิเลบานอน: สงครามที่ยังไม่มีทางออก

แม้จะมีการเจรจาสันติภาพรอบที่ 3 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แต่อุบัติการณ์ในสนามรบยังคงรุนแรงต่อเนื่อง โดยเลบานอนเรียกร้องให้อิสราเอลเคารพข้อตกลงหยุดยิงในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันมีสภาพเป็นเพียง "กระดาษแผ่นเดียว"

  • ความสูญเสีย: กองทัพอิสราเอลยืนยันการเสียชีวิตของสิบเอกวัย 20 ปี จากกองพลโกลานี ระหว่างการสู้รบในเลบานอนตอนใต้
  • การตอบโต้จากฮิซบอลเลาะห์: กลุ่มฮิซบอลเลาะห์อ้างว่าได้ใช้โดรนพลีชีพและขีปนาวุธโจมตีค่ายทหารอิสราเอลหลายจุด เพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและบุกรุกดินแดนเลบานอน

 

3. วิกฤตมนุษยธรรมและการขยายวงของสงคราม

  • กาซาและเวสต์แบงก์: สถานการณ์ในฉนวนกาซายังคงวิกฤต โดยสหประชาชาติ (UN) เตือนเรื่องการแพร่ระบาดของโรคผิวหนังและแมลงสาบในเต็นท์ผู้ลี้ภัย ขณะที่ในเวสต์แบงก์เกิดเหตุรุนแรงจากกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลพุ่งสูงขึ้น หลังมีการสังหารเด็กชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่รามัลลาห์
  • ซีเรีย: มีรายงานพบเครื่องบินรบอิสราเอลบินเหนือน่านฟ้าจังหวัดเดราอา (Deraa) ของซีเรีย ขณะที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องให้สอบสวนอาชญากรรมสงครามจากการที่อิสราเอลทำลายพื้นที่เกษตรกรรมและบ้านเรือนในซีเรียตอนใต้

4. มุมมองทางเศรษฐกิจโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกโรงเตือนว่าการหยุดชะงักจากสงครามครั้งนี้กำลังบีบให้เศรษฐกิจโลกก้าวสู่ภาวะ "การเติบโตต่ำแต่เงินเฟ้อสูง" ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชนทั่วโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 105.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

บทสรุปของซัมมิต "ทรัมป์-สี" อาจดูเหมือนเป็นก้าวแรกของสันติภาพในช่องแคบฮอร์มุซ แต่คำขู่เรื่องการทำลายล้างที่ทรัมป์ทิ้งท้ายไว้นั้นสะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐฯ พร้อมจะยกระดับสงครามหากอิหร่านไม่ยอมจำนน แนวโน้มหลังจากนี้คือการรอท่าทีจากเตหะรานว่าจะยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจาตามที่มหาอำนาจร่วมมือกันกดดันหรือไม่ ข้อสังเกตสำคัญคือการที่ "วลาดีเมียร์ ปูติน" เตรียมเยือนจีนเป็นรายต่อไป ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่จะเปลี่ยนดุลอำนาจในสงครามอิหร่านครั้งนี้อีกครั้ง