“สี จิ้นผิง” ส่งสัญญาณแรง เตือน “โดนัลด์ ทรัมป์” ปมไต้หวัน
15 พ.ค. 2569

“สี จิ้นผิง” เตือน “โดนัลด์ ทรัมป์” หากจีนและสหรัฐฯ จัดการความสัมพันธ์กับไต้หวันไม่ดี อาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรง ในระหว่างประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ ที่ปักกิ่ง
ข่าว
15 พ.ค. 2569

“สี จิ้นผิง” เตือน “โดนัลด์ ทรัมป์” หากจีนและสหรัฐฯ จัดการความสัมพันธ์กับไต้หวันไม่ดี อาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรง ในระหว่างประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ ที่ปักกิ่ง
15 พฤษภาคม 2569 หนังสือพิมพ์ วอลล์สตรีท เจอร์นัล (The Wall Street Journal) หรือ WSJ รายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เตือนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ว่า การจัดการกับไต้หวันอย่างไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่ "สถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง" โดยถือเป็นการหยิบยกประเด็นที่เป็นความตึงเครียด ที่คุกคามสิ่งที่ทรัมป์พูดไว้ก่อนจะพบกันว่า อาจเป็นการประชุมสุดยอดที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา"
แม้ว่าคำเตือนของสี จิ้นผิง จะสอดคล้องกับจุดยืนของจีนที่มีมาอย่างยาวนาน แต่ก็อาจทำให้บรรยากาศของการเยือนที่ทั้งสองประเทศหวังว่า จะช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับความสัมพันธ์นั้น "หม่นหมองลง" ในขณะที่โลกมองว่า การประชุมที่เริ่มต้นเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี (14 พฤษภาคม) ณ มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง เป็นการพบกันของสองมหาอำนาจ เพื่อระงับข้อพิพาททางเศรษฐกิจและการค้า
แม้จะมีการหยิบยกหัวข้อที่คาดหมายขึ้นมาหารือจริง รวมถึงความสัมพันธ์ทางการค้า การเข้าถึงตลาดจีนของสหรัฐฯ การลงทุนของจีนในอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ และการซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ แต่ สี จิ้นผิง มีเป้าหมายที่จะบั่นทอนความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ต่อไต้หวัน ซึ่งปกครองตนเองตามระบอบประชาธิปไตย และจีนพยายามเข้าไปควบคุม
กระทรวงต่างประเทศจีน สรุปถ้อยแถลงของผู้นำจีนว่า "หากจัดการได้ดี ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ จะสามารถรักษาเสถียรภาพโดยรวมได้ แต่หากจัดการได้ไม่ดี สองประเทศจะปะทะกัน หรือแม้กระทั่งขัดแย้งกัน ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง"
สี จิ้นผิง กล่าวว่า "เอกราชของไต้หวัน และสันติภาพในช่องแคบไต้หวันนั้น เข้ากันไม่ได้ เหมือนไฟกับน้ำ การรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน เป็นจุดร่วมที่สำคัญที่สุดระหว่างจีนและสหรัฐฯ" ขณะที่ทรัมป์พูดถึงการเจรจาในช่วงเช้าเพียงว่า "เยี่ยมมาก สถานที่เยี่ยมมาก เหลือเชื่อ จีนสวยงามมาก" โดยไม่พูดถึงไต้หวัน
ทรัมป์เข้าประชุมโดยมีประเด็นเร่งด่วนอยู่ในมือ นั่นคือสงครามในอิหร่าน เพราะอิหร่านพึ่งพาจีนเพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ ซึ่งทรัมป์ต้องการความช่วยเหลือจาก สี จิ้นผิง ในการไกล่เกลี่ยยุติสงคราม เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า ผู้นำทั้งสองได้หารือเกี่ยวกับอิหร่าน โดยจีนเห็นด้วยว่า ช่องแคบฮอร์มุซควรคงสถานะเป็นเส้นทางเดินเรือเสรี และอิหร่านไม่ควรมีอาวุธนิวเคลียร์
แต่ในวันแรกของการประชุมสุดยอด ไม่มีสัญญาณใดบ่งชี้ว่า จีนพร้อมที่จะดำเนินการมากกว่านั้น แถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ระบุเพียงว่าทั้งสองฝ่าย "แลกเปลี่ยนความคิดเห็น" เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และ สี จิ้นผิง แสดงความสนใจที่จะเพิ่มการซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ
มีการตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นวันเดียวที่มีการประชุมและกิจกรรมเต็มวัน เริ่มต้นด้วยความยิ่งใหญ่ตระการตา สี จิ้นผิง ยิ้มแย้มต้อนรับทรัมป์ด้วยการจับมือ แต่ไม่ใช่ "การสวมกอดอย่างอบอุ่น" อย่างที่ทรัมป์เคยคุยไว้ก่อนหน้านี้ แต่ก็มีพิธีต้อนรับบนพรมแดงที่มองเห็นจัตุรัสเทียนอันเหมิน มีทหารกองเกียรติยศ และเด็กนักเรียนถือธงชาติจีน ธงชาติสหรัฐฯ และช่อดอกไม้กระโดดท่ามกลางการบรรเลงของวงดุริยางค์
ข่าวล่าสุด