อรหันต์แดงในเงา “ทักษิณ-แพทองธาร” จัดทัพ “เพื่อไทย” ฟื้นยี่ห้อพ่อใหญ่แม้ว
14 พ.ค. 2569

ผ่าที่มา 11 อรหันต์แดงใต้เงา “ทักษิณ-แพทองธาร” บ้านจันทร์ผสมบ้านใหญ่ ฟื้นยี่ห้อพ่อใหญ่แม้ว แก้เกมต่ำร้อย
Exclusive
14 พ.ค. 2569

ผ่าที่มา 11 อรหันต์แดงใต้เงา “ทักษิณ-แพทองธาร” บ้านจันทร์ผสมบ้านใหญ่ ฟื้นยี่ห้อพ่อใหญ่แม้ว แก้เกมต่ำร้อย
14 พฤษภาคม 2569 บอร์ดแดงในเงา “ทักษิณ-แพทองธาร” ส่อง 11 อรหันต์ “เพื่อไทย” ยุคผลัดใบ จัดทัพปรับขบวน ฟื้นฟูพรรคแก้เกมต่ำร้อย
ผ่าที่มา 11 อรหันต์แยกเป็น 3 สาย ผสมผสานเจนใหม่เจนเก่า ทั้งนักรบห้องแอร์ คนใกล้ชิดนายหญิงน้อย และตัวแทนซุ้มเพลิงสุริยะ
พลันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ก้าวขาพ้นเรือนจำคลองเปรม เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 ได้เกิดมุมวิเคราะห์มากมาย และที่แน่ๆ นี่เป็นการสะท้อนมหากาพย์การต่อสู้ทางการเมืองตลอด 2 ทศวรรษได้
บ้านจันทร์ส่องหล้ากลับมาอยู่ในจอเรดาร์การเมือง แต่ “ทักษิณ” จะขยับอย่างไร ก็ต้องรอให้พ้นการพักโทษ 4 เดือนไปก่อน
หลัง “นายใหญ่” กลับบ้านจันทร์ฯ ได้แค่วันเดียว ทีมงานพีอาร์ก็แจกข่าวคำสั่งพรรคเพื่อไทย ซึ่ง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคได้ลงนามไว้ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค.2569
การปล่อยเอกสารคำสั่งหัวหน้าพรรคในช่วงเวลาที่ “ทักษิณ” ได้พักโทษพ้นเรือนจำ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นส่งสัญญาณว่านายใหญ่ยังสู้ต่อ และเป็นศูนย์รวมจิตใจคนเพื่อไทย
คำสั่งดังกล่าวเป็นการแต่งตั้ง “คณะผู้บริหารพรรคเพื่อไทย” 11 คน มีรายชื่อดังต่อไปนี้
1.จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ประธาน 2.ชูศักดิ์ ศิรินิล รองประธาน 3.ภูมิธรรม เวชยชัย กรรมการ 4.นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช กรรมการ
5.มนพร เจริญศรี กรรมการ 6.จิราพร สินธุไพร กรรมการ 7.สมศักดิ์ เทพสุทิน กรรมการ 8.สรวงศ์ เทียนทอง กรรมการ 9.ประเสริฐ จันทรรวงทอง กรรมการและเลขานุการ
10.ขัตติยา สวัสดิผล ผู้ช่วยเลขานุการ และ 11.ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ผู้ช่วยเลขานุการ
ว่ากันว่า 11 อรหันต์หรือบอร์ดบริหาร จะเป็นแกนนำพรรคตัวจริงมากกว่าคณะกรรมการบริหารพรรค
สำหรับพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าบอร์ดบริหารพรรค หรือกรรมการบริหารพรรค ก็ยังอยู่ในเงาของ “นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร และ “นายหญิงน้อย” แพทองธาร ชินวัตร
ทั้ง 11 อรหันต์แดงใหม่ แยกออกเป็น 4 กลุ่มก้อน ยึดตามความสัมพันธ์กับบ้านจันทร์ส่องหล้าเป็นหลัก
1.กลุ่มแคร์ ยาสามัญประจำบ้านคือ “เฮียอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย และ “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช
2.กลุ่มใกล้ชิดนายหญิงน้อย ได้แก่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สรวงศ์ เทียนทอง จิราพร สินธุไพร ขัตติยา สวัสดิผล และชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ
3.กลุ่มสายตรงนายใหญ่คือ ชูศักดิ์ ศิรินิล และประเสริฐ จันทรรวงทอง
4.กลุ่มตัวแทน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ คือ สมศักดิ์ เทพสุทิน และมนพร เจริญศรี สส.นครพนม
ด้านหนึ่งการผสมผสานทั้งคนเก่า-คนใหม่ ก็เพื่อจะแก้ปัญหา “อดีต สส.” หรือ “สส.” รุ่นใหญ่ส่อปล่อยมือปล่อยวาง กลายเป็นคนไม่มีปากไม่มีเสียง เพราะศูนย์กลางอำนาจปัจจุบันคือ “แพทองธาร” รายล้อมไปด้วยนักรบห้องแอร์เครือข่ายบ้านจันทร์ส่องหล้า
คนในพรรคเพื่อไทยยังหวังว่า การกลับมาของ “ทักษิณ” จะกู้แบรนด์เพื่อไทยได้ เพราะตลอด 2 ปีที่เป็นรัฐบาล(เศรษฐา-แพทองธาร) ละเลยพื้นที่ เป็นผลให้ได้มาเพียงแค่ 74 เสียง
ประการแรก นโยบายรัฐบาลเพื่อไทย ที่พูดไว้ไม่สามารถส่งไปถึงมือประชาชน
ประการที่สอง ทิ้งฐานเสียงรากหญ้า ไม่พูดถึงเกษตรกร นโยบายแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรไม่ชัดเจน ไม่พูดถึงปัญหาที่ดินทำกิน
ประการที่สาม ปราบยาเสพติดก็ทำไม่ได้ มีได้ผลเพียงไม่กี่เรื่องเช่น บ้านเพื่อคนไทย
ตรงกันข้าม ทั้งรัฐบาลเพื่อไทยสมัยที่แล้วไปให้ความสำคัญ เรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ และนโยบายซอฟต์พาวเวอร์
เมื่อเศรษฐกิจรากหญ้าไม่ดี จึงเปิดช่องให้ “เงิน” เข้ามาปัจจัยชี้ขาดผลเลือกตั้ง และ สส.ที่พึ่งแต่ “กระแสพรรค” สอบตกระนาว
ยี่ห้อทักษิณที่มีมนต์ขลังคือ อดีตนายกฯ ผู้พิชิตความจน ด้วยประชานิยม ด้วยเหตุนี้ อดีต สส.รุ่นใหญ่จึงเชื่อว่า “นายใหญ่” จะต้องกลับมาระดมสมอง หาไอเดียดีๆ มาแก้ปัญหาดังกล่าว
ทักษิณอาจ “จำศีล” ทางการเมืองไปอีก 4 เดือน จนกว่าจะพ้นโทษ และหลังจากนั้น น่าจะเข้ามาฟื้นฟูพรรคอย่างจริงจัง และแก้เกมต่ำร้อยครั้งแรกในรอบ 2 ทศวรรษ
ข่าวล่าสุด