เนชั่นทีวี

ข่าว

"ฮอร์มุซ" เดือดอีก! "อิหร่าน" ระดมโดรน-ขีปนาวุธถล่มเรือรบสหรัฐฯ

08 พ.ค. 2569

"ฮอร์มุซ" เดือดอีก! "อิหร่าน" ระดมโดรน-ขีปนาวุธถล่มเรือรบสหรัฐฯ

"อิหร่าน" ระดมโดรน-ขีปนาวุธถล่มเรือรบสหรัฐฯ อ้างถูกละเมิดข้อตกลงก่อน ด้าน "ทรัมป์" สวนกลับนิ่มๆ เรียกการถล่มฐานทัพอิหร่านว่าแค่ "Love Tap" บีบเซ็นข้อตกลงสันติภาพฉบับใหม่

8 พฤษภาคม 2569 การเผชิญหน้าทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงถึงขีดสุดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิหร่านระดมโดรนและขีปนาวุธเข้าใส่กองเรือรบพิฆาตสหรัฐฯ อ้างถูกโจมตีก่อน ด้าน "โดนัลด์ ทรัมป์" ยังปากแข็ง ยันข้อตกลงหยุดยิงไม่ล่ม ชี้ปฏิบัติการโต้กลับเป็นเพียง "Love Tap" เตือนเตหะรานรีบเซ็นสันติภาพก่อนเจอของจริง

บทความของ อ.กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระ  ‘สหรัฐฯ-อิหร่าน ปะทะเดือดสั่นคลอนข้อตกลงหยุดยิง" ระบุว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2026 เกิดการเผชิญหน้าทางทหารครั้งรุนแรงที่สุดในรอบเดือนบริเวณ "ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์น้ำมันโลก โดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้เปิดฉากโจมตีเรือรบพิฆาตของสหรัฐฯ 3 ลำ ขณะกำลังมุ่งหน้าสู่บริเวณอ่าวโอมาน ได้แก่ 

  • USS Truxtun
  • USS Rafael Peralta 
  • USS Mason 

รายละเอียดการปะทะและการโต้ตอบ

  • ปฏิบัติการของอิหร่าน: อิหร่านใช้ยุทธวิธีรบแบบผสมผสาน ทั้งการระดมยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือรบ ฝูงโดรนกามิกาเซ่ และการใช้เรือเร็วขนาดเล็กเข้าโอบล้อม โดยอิหร่านอ้างว่านี่เป็นการตอบโต้หลังจากสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้วยการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของตนบริเวณท่าเรือจาสก์ (Jask)
  • การตอบโต้ของสหรัฐฯ: กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่าสามารถสกัดกั้นภัยคุกคามได้ทั้งหมดโดยไม่มีเรือรบลำใดได้รับความเสียหาย พร้อมทำการโจมตีโต้กลับ (Self-defense strikes) ไปยังฐานทัพอากาศและท่าเรือของอิหร่านใน Bandar Abbas และ เกาะ Qeshm ซึ่งเป็นจุดปล่อยโดรนและขีปนาวุธ

 

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงโลก

เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซถูกระงับเกือบทั้งหมด โดยอิหร่านประกาศใช้กฎเกณฑ์ใหม่ในการควบคุมน่านน้ำและขู่จะปิดช่องแคบถาวร หากสหรัฐฯ ยังไม่ยุติการ "แทรกแซง" ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกว่า 20% ของโลก ท่ามกลางภาวะราคาพลังงานในตลาดโลกที่ผันผวนมหาศาล

ความหวังบนความเปราะบางและการทูต

แม้จะมีการปะทะกันอย่างหนัก แต่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงยืนยันกับสื่อว่า "ข้อตกลงหยุดยิงยังมีผลอยู่" และเรียกการโจมตีโต้กลับของสหรัฐฯ ว่าเป็นเพียง "การสั่งสอนเบาๆ" (Love tap) พร้อมย้ำให้อิหร่านรีบลงนามในข้อตกลงสันติภาพฉบับใหม่ที่ผ่านการร่างโดยสหภาพยุโรป มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับการโจมตีที่รุนแรงกว่าเดิม

ขณะนี้ ปากีสถาน ในฐานะตัวกลางหลัก ยังคงพยายามประสานงานอย่างหนักในกรุงอิสลามาบัด โดยนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ ระบุว่ากำลังรอคำตอบอย่างเป็นทางการจากอิหร่าน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเผยว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาจุดยืนขั้นสุดท้าย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายกังวลว่าความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจเปลี่ยนจากการหยุดยิงชั่วคราวไปสู่สงครามเต็มรูปแบบในภูมิภาคได้ทุกเมื่อ

(อ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากสื่อมวลชนหลัก เช่น The Guardian, CBS News และ Air & Space Forces Magazine)