เครื่องบินทิ้งระเบิดหนักทั้ง 3 รุ่น ที่ประจำการนั้นมีน้ำหนักบรรทุกมหาศาล ประกอบด้วย TU-95 'Bear เป็นเครื่องบินใบพัดเทอร์โบรุ่นเก่าแก่จากยุค 1950 และสามารถบรรทุกขีปนาวุธร่อนที่ยิงจากอากาศได้ 16 ลูก , TU-22 'Blinder' เครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วเหนือเสียงลำแรกของรัสเซีย มีศักยภาพในการยิงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง "Kh-22" ซึ่งมีความเร็วเพียงพอที่จะหลบเลี่ยงระบบป้องกันทางอากาศของยูเครนได้มากที่สุด
ส่วน "TU-160 'Blackjack'" เครื่องบินทิ้งระเบิดเชิงยุทธศาสตร์ที่ทันสมัยที่สุดของรัสเซีย สามารถบรรทุกขีปนาวุธร่อน Kh-15 ได้ถึง 24 ลูก ในภารกิจเดียว
เครื่องบินทิ้งระเบิดเหล่านี้ ได้สร้างความหวาดกลัวให้กับเมืองต่างๆ ของยูเครนทุกคืน และดูเหมือนจะไม่มีอะไรหยุดพวกมันได้
และเมื่อฝูงโดรนของยูเครนเริ่มพิสัยการบินที่ไกลขึ้น และโจมตีได้แม่นยำขึ้น รัสเซียจึงย้ายเครื่องบินทิ้งระเบิด ไปยังฐานทัพที่อยู่ลึกเข้าไปในรัสเซีย บางแห่งอยู่ไกลถึงไซบีเรียและอาร์กติกเซอร์เคิล ทำให้เมื่อ 18 เดือนก่อน ยูเครนจึงต้องให้หน่วย SBU หาวิธีทำลายเพชฌฆาตบนอากาศเหล่านี้ ท่ามกลางคำถามที่ว่า จะโจมตีในพื้นที่อยู่ห่างออกไปหลายพันไมล์ เหนือพิสัยการโจมตีของขีปนาวุธ หรือ โดรน ที่มีพิสัยไกลที่สุดของยูเครนก็ยังไปไม่ถึงได้อย่างไร ไม่ต้องพูดถึงการเจาะทะลุระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ซับซ้อนที่สุดระบบหนึ่งของโลก ท่ามกลางข้อเสนอมากมาย
จนกระทั่งถึงข้อเสนอให้ลักลอบนำโดรนเข้าไปในรัสเซีย และซ่อนไว้ในที่ปลอดภัย เมื่อถึงเวลาโจมตี ฝูงโดรนจะต้องซ่อนอยู่บนยานพาหนะเชิงพาณิชย์ ที่ไม่ทำให้เกิดความสงสัย ตลอดจนต้องส่งโดรนไปยังเป้าหมาย ในลักษณะที่ไม่ทำให้ผู้ปฏิบัติการหรือเจ้าหน้าที่บนพื้นดินถูกตอบโต้หรือจับกุมทันที
ภายใต้แผนนี้ คือ จำเป็นต้องมีฐานทัพภายในรัสเซียเพื่อที่ "Spider's Web" จะได้รวบรวมกำลังพลและโจมตีได้ นั่นหมายความว่า จะต้องมีสายลับชาวยูเครนอยู่บนพื้นดิน ซึ่งอยู่ไกลจากแนวข้าศึกและมีความเสี่ยงสูง ซึ่งประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ได้เลือกเมืองเล็กๆ ชื่อ เชเลียบินสค์ ที่อยู่ห่างจากกรุงมอสโกไปทางตะวันออกมากกว่า 1,000 ไมล์ ที่มีความสำคัญต่อการ "ลักลอบขนของ" โดยบรรทุกขนาดใหญ่
บล็อกเกอร์ทางทหารของรัสเซีย ระบุว่า ได้มีการเช่าโกดังแห่งหนึ่งในเชเลียบินสค์ ให้เป็นศูนย์กลางของ Spider's Web ในราคาเดือนละ 350,000 รูเบิล โดยอ้างว่าเป็นที่ประกอบโดรนและเครื่องยิงโดรน ทั้งยังตั้งอยู่ติดกับสำนักงานใหญ่ประจำท้องถิ่นของสำนักงานความมั่นคงกลาง หรือ FSB ที่เข้ามาแทนที่ KGB อีกด้วย
ส่วนคนสำคัญในปฏิบัติการครั้งนี้ คือ "อาร์เทม ทิโมฟีเยฟ" เป็นชาวยูเครนโดยกำเนิด เขาเกิดที่เมืองไซโตมีร์ช ต่อมาอาศัยอยู่ที่กรุงเคียฟ และย้ายไปเมืองเชเลียบิงสค์ของรัสเซีย เมื่อหลายปีก่อน เพื่อเป็น "ผู้ประกอบการ" ด้วยการตั้งบริษัทขนส่ง
บล็อกเกอร์ด้านการทหารของรัสเซีย เรียกเขาว่า "หมาป่าในคราบแกะ" ที่สามารถทำงานได้อย่างแยบยล จนหน่วยข่าวกรองของรัสเซียไม่ระแคะระคาย
เขาจ้างคนขับรถขนส่งสินค้า 4 คน โดยไม่รู้ว่า หายนะกำลังจะเกิดขึ้นกับประเทศของพวกเขา เนื่องจากสิ่งที่บรรทุกเป็นเพียงโครงบ้าน ที่ด้านล่างซ่อนโดรนเอาไว้อย่างแยบยล และรถบรรทุกทั้งหมดที่ใช้ในการขนส่ง และจดทะเบียนในชื่อ "อาร์เทม" (Artem)