พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษ ทรงเป็นประธานเปิดการประชุมรัฐสภาของแคนาดาเมื่อวันอังคาร (27 พฤษภาคม) ระหว่างการเยือนกรุงออตตาวาวันที่ 2 โดยเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 50 ปี ที่พระประมุขแห่งอังกฤษทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุมรัฐสภาในแคนาดา และถูกจับตาอย่างมากในช่วงเวลาที่แคนาดาเผชิญแรงกดดันและคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ต้องการผนวกแคนาดาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ และการขึ้นภาษีศุลกากรของทรัมป์
พระราชดำรัสนานเกือบ 26 นาที ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับแผนงานของรัฐบาลถูกร่างขึ้นโดยคณะทำงานของนายกรัฐมนตรีมาร์ค คาร์นีย์ แต่พระองค์ทรงแสดงความเห็นส่วนพระองค์เกี่ยวกับแคนาดา
พระองค์ตรัสว่า แคนาดากำลังเผชิญช่วงเวลาสำคัญที่รัฐบาลมุ่งมั่นปกป้องประชาธิปไตย, พหุนิยม, นิติธรรม, การกำหนดการปกครองด้วยตัวเองและเสรีภาพ
นอกจากนี้พระองค์ตรัสถึงความท้าทายหลายอย่างที่แคนาดาเผชิญ รวมถึงระบบการค้าโลก และความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยระบุว่า นายกรัฐมนตรีแคนาดาและประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เริ่มกำหนดความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงใหม่ระหว่างกัน โดยมีรากฐานจากการเคารพซึ่งกันและกันและผลประโยชน์ร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ของสองประเทศที่มีอธิปไตย
นอกจากนี้กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ตรัสถึงการปกป้องอธิปไตยของแคนาดาด้วยว่า รัฐบาลจะเสริมสร้าง, ติดอาวุธ และเพิ่มการลงทุนของกองทัพ และรัฐบาลจะส่งเสริมอุตสาหกรรมทางทหารโดยร่วมมือกับแผน ReArm Europe ซึ่งเป็นแผนเพิ่มงบสนับสนุนทางการทหารของสหภาพยุโรปในช่วง 5 ปี
พระองค์ย้ำด้วยว่า มงกุฎเป็นสัญลักษณ์ของเอกภาพในแคนาดามายาวนาน และสื่อถึงเสถียรภาพและความต่อเนื่องจากอดีตสู่ปัจจุบัน