การลงนามคำสั่งคว่ำบาตร ICC ล่าสุดมีขึ้นหลังจากทรัมป์แถลงข่าวร่วมกับนายกรัฐมนตรี เนทันยาฮูเมื่อวันอังคาร โดยเสนอให้สหรัฐฯ เข้ายึดครองฉนวนกาซา, ย้ายชาวปาเลสไตน์ไปประเทศอื่น ตลอดจนฟื้นฟูและพัฒนาฉนวนกาซาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เรียกได้ว่าเป็น “ริเวียราแห่งตะวันออกกลาง"
ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่อิหร่านในวันพฤหัสบดี (6 กุมภาพันธ์) โดยพุ่งเป้าที่บริษัท, เรือสินค้า และบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่ถูกคว่ำบาตรในสมัยประธานาธิบดีไบเดน หลังจากทรัมป์เซ็นคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันอังคาร (4 กุมภาพันธ์) ให้เพิ่มมาตรการกดดันต่ออิหร่าน และทบทวนและเพิ่มความเข้มงวดของการคว่ำบาตรเพื่อให้การส่งออกน้ำมันของอิหร่านเป็นศูนย์
สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ บอกด้วยว่า รัฐบาลอิหร่านใช้รายได้จากการส่งออกน้ำมันเพื่อสนับสนุนการพัฒนานิวเคลียร์, ผลิตขีปนาวุธและโดรน รวมไปถึงสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายที่เป็นตัวแทนของอิหร่านในตะวันออกกลาง และสหรัฐฯ ยืนหยัดพุ่งเป้าทำลายความพยายามใด ๆ ของอิหร่าน ที่จะแสวงหาเงินสนับสนุนกิจกรรมเลวร้ายเหล่านี้