มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงขณะเยือนกัวเตมาลาเมื่อวันพุธ (5 กุมภาพันธ์) ว่า ข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันอังคารที่ว่า สหรัฐฯ จะเข้าควบคุมฉนวนกาซา และย้ายชาวปาเลไสตน์ออกไปนั้นเป็นข้อเสนอเพื่อช่วยเหลือกำจัดเศษซากความเสียหายจากสงครามและทำลายวัตถุระเบิดที่หลงเหลือในฉนวนกาซา และฟื้นฟูบ้านเมือง โดยไม่มีประสงค์ร้าย และเป็นการย้ายชาวปาเลสไตน์ออกไปชั่วคราว ไม่ใช่ถาวร
และแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ชี้แจงด้วยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้ต้องการส่งทหารสหรัฐฯ เข้าไปในฉนวนกาซา และสหรัฐฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการฟื้นฟูฉนวนกาซา โดยรัฐบาลจะร่วมมือกับชาติหุ้นส่วนในภูมิภาคเพื่อร่วมกันฟื้นฟู พร้อมกับยืนยันว่า ทรัมป์มีเป้าหมาย คือ สันติภาพที่ยั่งยืนในตะวันออกกลาง และคาดหวังให้ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคช่วยกันรับผู้อพยพปาเลสไตน์ไว้ชั่วคราวระหว่างการฟื้นฟู
ขณะที่ในการประชุมของคณะกรรมาธิการว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของชาวปาเลสไตน์ของสหประชาชาติในวันพุธ อันโตนิอู กูแตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น กล่าวย้ำในสิ่งที่เขาโพสต์ในโซเชียลมีเดียก่อนหน้านั้นว่า ในการแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาฉนวนกาซา จะต้องไม่ทำให้ปัญหาเลวร้ายลงอีก และจำเป็นต้องยึดพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศเป็นหลัก รวมถึงหลีกเลี่ยงการกำจัดชาติพันธุ์ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม
ริยาด มันซูร์ เอกอัครราชทูตปาเลสไตน์ประจำยูเอ็น เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ฉนวนกาซาไม่ใช่ดินแดนที่ใครจะฉกฉวยไปได้ ดินแดนทุกตารางนิ้วในประเทศใดล้วนเป็นของประชาชนที่อาศัยบนแผ่นดินนั้น และยืนยันว่า ชาวปาเลสไตน์จะยืนหยัดอาศัยในฉนวนกาซา