ทนายความและนักธุรกิจชื่อ มูฮัมหมัด อาลี เล่าย้อนเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองโปรโบลิงโก จังหวัดชวาตะวันออก เวลาที่ ดิมัส คันเจ็ง (Dimas Kanjeng) ซึ่งตั้งตนเป็นจอมขมังเวทย์จัดพิธีใดก็ตามจะมีคนหลายหมื่นไปเข้าร่วม และเชื่อว่าสาวกของนายคันเจ็งจะมากถึง 23,000 คน
"ผมหลงเสน่ห์" นายอาลีเล่าถึงความรู้สึกสมัยที่เป็นสาวกของคันเจ็ง ที่เขาบรรยายว่าเป็นคนที่น่าเชื่อ มีอำนาจ และมีเสน่ห์ แต่มันเป็นยิ่งกว่าบุคลิก คันเจ็งที่มีชื่อจริงว่า ทาอัต ปริบาดี อ้างตัวว่ามี "พลังวิเศษ" ในการเรียกเงิน และแสดงให้สาวกได้ประจักษ์ และจากการเล่ากันปากต่อปากเรื่องราวของเขาก็แพร่สะพัดอย่างรวดเร็วไปทั่วประเทศในปี 2552
ต่อมาในปี 2555 เขาจดทะเบียนตั้งมูลนิธิอย่างเป็นทางการ ชื่อ "ปาเดโปกัน ดิมัส คันเจ็ง ทาอัต ปริบาดี" (Padepokan Dimas Kanjeng Taat Pribadi) และจากนั้นก็อู้ฟู่ขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเงินและทรัพย์สิน ที่ล้วนแล้วมาจากสาวก ซึ่งมูฮัมหมัด อาลี บอกว่าในเวลาเพียง 2 ปีกว่า นับจากต้นปี 2557 เขาเสียเงินให้คันเจ็งไปกว่า 35,000 ล้านรูเปียห์ (75 ล้านบาท) แต่เขาเป็นแค่หนึ่งในหลายพันคนที่เอาเงินไปถมให้คันเจ็ง
แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีการพบศพ 2 ศพ ที่พบว่าเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ส่วนนายคันเจ็งถูกเปิดโปง "ผลงานการฉ้อโกง" และถูกตัดสินจำคุก แต่สาวกจำนวนมากก็ยังคงศรัทธา