จุดยืนของประเทศไทยต่อเมียนมากำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) หรือ รัฐบาลเงาของเมียนมา, กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน และนักวิเคราะห์หลายคน หลังไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมหารือว่าด้วยวิกฤตหลังรัฐประหารในเมียนมา ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่เชิญรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน (ASEAN) เข้าร่วม โดยให้ "รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา" เข้าร่วมหารือด้วย
การประชุมในครั้งนี้ ปรากฎว่า ชาติสมาชิกเสียงแตกอย่างรุนแรงที่สุด เมื่ออินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ บรูไนและสิงคโปร์ ที่วิพากษ์วิจารณ์เมียนมามากที่สุด ไม่ยอมมาเข้าร่วมการประชุมด้วย เหลือเพียงไทย (เจ้าภาพ), กัมพูชา, ลาวและเวียดนาม ที่หารือกับตัวแทนจากรัฐบาลทหารเมียนมา
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความพยายามของไทย กลับยิ่งทำให้เกิดความแตกแยกใน ASEAN ระหว่างรัฐบาลทหารเมียนมากับประเทศประชาธิปไตยส่วนใหญ่ในอาเซียน ร้าวลึกยิ่งขึ้น เนื่องจากสมาคม ASEAN ตัดสินใจร่วมกันแล้วว่า "ไม่ยอมให้" ตัวแทนจากทุกภาคส่วนของรัฐบาลทหารเมียนมา เข้าร่วมการประชุม หลังละเมิดฉันทามติ 5 ข้อ ที่นำไปสู่สันติภาพ ที่ออกมาเมื่อเดือนเมษายน ปี 2564
ฉันทามติ 5 ข้อ ประกอบด้วย 1. ทุกฝ่ายหยุดความรุนแรง 2. ทุกฝ่ายเจรจาอย่างสันติ 3. ให้มีฑูตพิเศษเพื่อให้เกิดกระบวนการเจรจา 4. อาเซียนช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 5.ให้ฑูตพิเศษเข้าไปเมียนมาเพื่อพูดคุยกับทุกฝ่าย ซึ่งถือเป็นการ "เริ่มนับหนึ่งในการแก้วิกฤติเมียนมา"