รองปธน.อาร์เจนตินารอดหวุดหวิดในเหตุลอบสังหาร
02 ก.ย. 2565 | jurairat

ชายคนหนึ่งถูกจับกุมหลังพยายามยิงสังหารรองประธานาธิบดีหญิงของอาร์เจนตินาในระยะเผาขนท่ามกลางฝูงชนผู้สนับสนุนของเธอที่ด้านนอกบ้านพักในกรุงบัวโนสไอเรสเมื่อวันพฤหัสบดี
ข่าว
02 ก.ย. 2565 | jurairat

ชายคนหนึ่งถูกจับกุมหลังพยายามยิงสังหารรองประธานาธิบดีหญิงของอาร์เจนตินาในระยะเผาขนท่ามกลางฝูงชนผู้สนับสนุนของเธอที่ด้านนอกบ้านพักในกรุงบัวโนสไอเรสเมื่อวันพฤหัสบดี
คลิปวิดีโอที่แพร่สะพัดเผยให้เห็นนาทีชายคนหนึ่งซึ่งแทรกตัวอยู่กลางฝูงชน จ่อปืนใส่หน้านางคริสตินา เฟอร์นันเดซ เด เคิร์ชเนอร์ รองประธานาธิบดีและอดีตประธานาธิบดีของอาร์เจนตินาในระยะเผาขน และลั่นไก เธอก้มหัวลง แต่ไม่มีกระสุนออกมา และเธอไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ และมีอีกคลิปหนึ่งที่เห็นคนอื่น ๆ ในบริเวณนั้นพยายามป้องกันเธอจากมือปืน
ตำรวจ เปิดเผยว่า ชายชาวบราซิลวัย 35 ปีถูกจับตัวไว้ได้ และพบปืนตกห่างจากจุดเกิดเหตุไม่กี่เมตร เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนหาแรงจูงใจในการก่อเหตุ กระทรวงความมั่นคง ระบุด้วยว่า ปืน จุด 380 มีกระสุนหลายนัด และสื่อทางการระบุว่า ผู้ต้องสงสัย คือ เฟอร์นันโด อันเดรส ซาบัก สัญชาติบราซิล
ประธานาธิบดีอัลแบร์โต เฟอร์นันเดซ แถลงทางทีวีในคืนวันพฤหัสบดีโดยประณามคนร้าย และบอกว่า เหตุการณ์พยายามลอบสังหารเคิร์ชเนอร์เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดเท่าที่เกิดขึ้นกับอาร์เจนตินาหลังเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยในปี 2526 เขาระบุด้วยว่า ปืนที่ใช้ก่อเหตุมีกระสุน 5 นัด แต่กระสุนไม่ออกตอนลั่นไก
เขาบอกอีกว่า “เราเห็นต่างกันได้ เรามีความเห็นขัดแย้งกันอย่างมากได้ แต่คำพูดเกลียดชังไม่ควรเกิดขึ้น เพราะเป็นบ่อเกิดความรุนแรง และไม่มีโอกาสที่ความรุนแรงจะอยู่ร่วมกับประชาธิปไตยได้”
นอกจากนี้เขาประกาศให้วันศุกร์เป็นวันหยุดราชการเพื่อให้ชาวอาร์เจนตินามีเวลาแสดงความเห็นเพื่อปกป้องชีวิตและประชาธิปไตย และแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับรองประธานาธิบดี
และเซร์คิโอ มัสซา รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาร์เจนตินา เรียกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนางเคิร์ชเนอร์ว่าเป็นความพยายามลอบสังหาร โดยทวีตว่า “เมื่อความเกลียดชังและความรุนแรงอยู่เหนือการโต้เถียง สังคมถูกทำลายและสถานการณ์ทำนองนี้จะเกิดขึ้น ความพยายามลอบสังหาร”
เหตุการณ์ระทึกครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่นางเคิร์ชเนอร์เดินทางกลับจากการไปขึ้นศาล หลังไปให้การระหว่างการไต่สวนคดีคอร์รัปชัน ซึ่งเธอปฏิเสธข้อกล่าวหา และในช่วงหลายวันที่ผ่านมามีผู้ชุมนุมหลายร้อยคนรวมตัวเพื่อให้กำลังใจและสนับสนุนที่ด้านนอกบ้านของอดีตผู้นำหญิงวัย 69 ปี
เธอถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงเงินรัฐ และอัยการขอให้ผู้พิพาษาลงโทษจำคุก 12 ปีและห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต ส่วนคำตัดสินคดีนี้อาจใช้เวลาอีกหลายเดือน
แต่เนื่องจากเธอดำรงตำแหน่งรองประธานรัฐสภาด้วย ทำให้ได้รับเอกสิทธิคุ้มครอง และจะไม่ต้องเข้าเรือนจำจนกว่าศาลสูงสุดของประเทศมีคำพิพากษา หรือ เธอพ้นตำแหน่งวุฒิสมาชิกในการเลือกตั้งทั่วไปช่วงสิ้นปี 2566
นางเคิร์ชเนอร์ถูกดำเนินคดีข้อหาคอร์รัปชันหลายคดีหลังพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี เธอดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี 2 สมัยระหว่างปี 2550 และ 2558 และเข้ารับตำแหน่งรองประธานาธิบดีในปี 2562