ตัดสินใจที่จะถอยออกมาจากความสัมพันธ์เพราะว่า ?
"จนสุดท้ายแล้วผมคิดว่า ผมเองยังมีโอกาสที่จะต้องกลับไปอยู่ในเรือนจำอยู่ ถ้าหากคำพิพากษามาว่าผมแพ้ เพราะศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตัดสินไปแล้ว 8 ปี ผมมี 8 ปีอยู่ในมืออยู่แล้วว่า ถ้าเราแพ้จะต้องเข้าไปติด ผมเลยคิดว่า ถ้าหากผมจะต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำจริง ๆ ผมไม่รู้ว่าผมจะต้องติดกี่ปี ไม่อยากจะให้เขาติดไปกับผมด้วย ถ้าเราเข้าไปติดข้างในก็ต้องมานั่งทุกข์ว่าเราจะอยู่ได้มั้ย จะกินได้มั้ย จะนอนได้มั้ย เขาจะเป็นทุกข์ไปกับเราด้วย อีกอย่างหนึ่งคือผมต้องการให้เขาได้เดินหน้าต่อไป ไม่สามารถที่จะการันตีได้ว่า ผมต้องอยู่ข้างใน 1 ปี 5 ปี 10 ปี ถ้าเกิดว่าเขาสามารถรอได้จริง แต่ว่าผมเองอยากให้เขาได้ก้าวเดินต่อไป เพราะในช่วงเวลาที่ผมอยู่ข้างใน ผมไม่สามารถที่จะทำหน้าที่ใด ๆ ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ของพ่อ หน้าที่ของสามี ถ้าเกิดวันนั้นเรายังคงสถานะการเป็นสามีภรรยากันอยู่ แล้วช่วงเวลาหนึ่งมันห่างหายกันไป ผมไม่สามารถเข้าไปเติมเต็ม เข้าไปดูแลให้ความสุขเขาได้ แล้วถ้ากลายเป็นเขาไปมีข่าวว่า เขาไปคุยกับใครทางสังคมต้องโจมตีเขาว่า ผมอยู่ในเรือนจำทำไมคุณไปคุยกับคนอื่น ฉะนั้นผมตัดสินใจว่า ขอถอยออกมาแล้วให้เขาได้เดินหน้าต่อไป เพื่อที่จะได้มีความสุขเข้ามาเติมเต็มเขาในระหว่างที่ผมไม่อยู่"
อันนี้คือเราคิดแบบนี้เอง โดยที่เราไม่ได้คุยกับเขาหรือบอกกับเขาเลย ?
"ใช่ครับ ผมไม่เคยบอกใครเลย ตลอดเวลาที่ผ่านมามันผ่านเหตุการณ์อะไรมามากมาย ทำให้สถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนแปลงไป สุดท้ายแล้วเราสามคนตัดกันไม่ขาด ด้วยความเป็นพ่อแม่ลูก ผมว่าก็คงจะไม่ได้แตกต่างอะไรกัน เพียงแต่ว่าตอนนี้เราแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของเรา แล้วถึงเวลาก็มาเป็นพ่อแม่ลูกเติมเวลาเติมเต็มให้กันแบบนี้"
ทุกวันนี้สัมผัสได้ว่าทั้งคู่เป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน ?
"ใช่ครับ"
ที่มา : รายการ CLUB FRIDAY SHOW